เห็ดเรืองแสง
เห็ดเรืองแสงสิรินรัศมี(Neonothopanus nambi (Speg.) R.H. Petersen & Krisai) ค้นพบครั้งแรกในประเทศไทย โดยศาสตราจารย์ ดร.วีระศักดิ์และคณะ เมื่อปี 2544 ในเขตพื้นที่ของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่โคกภูตากา อำเภอเวียงเกา จังหวัดขอนแก่น ลักษณะคล้ายเห็ดนางรมแต่เป็นเห็ดพิษ ในสภาพตอนกลางวัน ก้านดอกและครีบมีสีขาว แต่เมื่อในสภาพกลางคืน หรือที่ไม่มีแสงดอกเห็ดจะเปล่งแสงสีเขียวอมเหลือง กลไกการทำลายศัตรูพืช สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจากเห็ดเรืองแสงสิรินรัศมี ที่มีผลต่อการตายของตัวอ่อนระยะที่ 2 (J2) ของไส้เดือนฝอยรากปม ซึ่งเป็นระยะสำคัญที่ทำให้พืชเป็นโรครากปม คือ สารออริซิน เอ (aurisin A) ซึ่งสารนี้มีผลต่อระบบประสาทของไส้เดือนฝอยทำให้ไส้เดือนฝอยไม่สามารถเคลื่อนที่และ ตายในที่สุด นอกจากนี้ในเส้นใยของเห็ดเรืองแสงยังมีสาร ออกฤทธิ์อื่น ๆ เช่น nambinones A-D, 1-epi-nambinone และ aurisin K เป็นต้น ซึ่งมีผลในการยับยั้งการฟักไข่ และฆ่าตัวอ่อนของไส้เดือนฝอยรากปมได้อีกด้วย การผลิตหัวเชื้อและก้อนเห็ดเรืองแสงสิรินรัศมี ก
นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 3 จังหวัดขอนแก่น (สวพ.3) ซึ่งเป็นหน่วยงานในส่วนภูมิภาคของกรมวิชาการเกษตร ได้รับแจ้งปัญหาจากเกษตรกรในพื้นที่ซึ่งเป็นแปลงของ นางสาวพัสวี หาบุตรดี เกษตรกรผู้ปลูกผักอินทรีย์ ตำบลน้ำหนาว อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ ประสบปัญหาผักสลัดที่ปลูกในแปลงไม่เจริญเติบโต ลำต้นแคระแกร็น ใบเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เมื่อถอนดูระบบรากพบรากเป็นปม มีลักษณะคล้ายกับอาการโรครากปม ซึ่ง ดร.รัติกาล ยุทธศิลป์ นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ กลุ่มวิชาการ สวพ.3 ได้วินิจฉัยแล้วว่าเป็นโรครากปมที่เกิดจากไส้เดือนฝอยรากปม Meloidogyne sp. จึงได้สนับสนุนชีวภัณฑ์เห็ดเรืองแสงสิรินรัศมีพร้อมใช้ ซึ่งเป็นชีวภัณฑ์ของสำนักวิจัยและพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร ที่ใช้ป้องกันกำจัดโรครากปม จำนวน 30 ก้อน ให้เกษตรกรนำไปใช้แก้ปัญหาเบื้องต้น พร้อมทั้งประสานมายังศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเพชรบูรณ์ (ศวพ.เพชรบูรณ์) ให้เข้าไปดูแลแก้ไขปัญหาดังกล่าว นางสาวเพชรลดา นวลตาล นักวิชาการเกษตรชํานาญการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเพชรบูรณ์ ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบปั
กรมวิชาการเกษตรแนะใช้น้ำหมักเห็ดเรืองแสงสิรินรัศมีควบคุมโรครากเน่าโคนเน่าในทุเรียนสาเหตุจากเชื้อราไฟทอปธอรา ปาล์มมิโวลาพบระบาดได้ดีช่วงฝนตกชุก และดินมีน้ำขัง อาการรุนแรงทำต้นทุเรียนทรุดโทรมและยืนต้นตาย เผยเห็ดเรืองแสงสิรินรัศมีสร้างสารออริซิน-เอยับยั้งการสร้างเส้นใยรวมถึงการขยายพันธุ์ของเชื้อราสาเหตุโรค ทาเพียงครั้งเดียวเห็นผลรอยแผลเน่าแห้งลง เชื้อไม่ลุกลามและสร้างเนื้อไม้เข้าหุ้มรอยแผลด้วย นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตรเปิดเผยว่าปัญหาที่สำคัญในการผลิตทุเรียนคือการระบาดของโรค เช่น “โรครากเน่าโคนเน่า”ในทุเรียนที่มีสาเหตุมาจากเชื้อราไฟทอปธอราปาล์มมิโวลา(Phytophthora palmivora)ต้นเหตุสำคัญทำให้ต้นทุเรียนที่กำลังเติบโตทรุดโทรมลงไปจนถึงยืนต้นตายสร้างความเสียหายอย่างมากในแหล่งปลูกทุเรียนของไทยหลายแห่ง โดยอาการของโรคที่สังเกตได้ คือเริ่มแรกจะพบใบอ่อนที่ปลายกิ่งมีสีซีดไม่เป็นมันเงา ใบเหลืองเหี่ยวลู่ลง บางใบมีแผลสีน้ำตาลฉ่ำน้ำ อาจพบเส้นใบเป็นสีดำ หรือเกิดใบไหม้แห้งคาต้นอย่างรวดเร็วแล้วค่อยๆ ร่วงอาการที่กิ่งและลำต้นพบคราบน้ำบริเวณผิวเปลือกที่มีรอยแผลเน่าอยู่ ซึ่งในช่วงเช้าที่อ
กรมวิชาการเกษตร ผลิตชีวภัณฑ์เห็ดเรืองแสงสิรินรัศมีคุมไส้เดือนฝอยรากปมระบาดพริกและฝรั่งส่งตรงเกษตรกรนำไปใช้ได้ผลแล้วกว่า 800 กิโลกรัม ตั้งเป้า ปี 63 เป็นพี่เลี้ยงหนุนเกษตรกรผลิตใช้เอง อุบลราธานีและสมุทรสาครเกษตรกรรวมกลุ่มนำร่องขอรับเทคโนโลยีผลิตใช้เองได้แล้ว นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ในปี 2550 ได้เกิดปัญหาการระบาดของไส้เดือนฝอยรากปมอย่างรุนแรงในพื้นที่ปลูกพริกจังหวัดอุบลราชธานี และศรีสะเกษ มากกว่า 1,629 ไร่ ส่งผลให้พริกมีผลผลิตและคุณภาพลดลง ที่สำคัญโรครากปมสามารถแพร่ระบาดไปยังพื้นที่ในเขตอื่นๆ ได้ ถ้าไม่มีการป้องกันกำจัดอย่างถูกวิธี เนื่องจากไส้เดือนฝอยรากปมมีพืชอาศัยที่กว้างมาก เช่น ฝรั่ง เมล่อน มัลเบอร์รี่ มันฝรั่ง และมันสำปะหลัง ไส้เดือนฝอยรากปมเป็นศัตรูพืชที่มีขนาดเล็กมากไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า 1 ตัว สามารถสร้างกลุ่มไข่ได้ 400-500 ฟอง ภายในระยะเวลา 30 วัน จัดเป็นศัตรูพืชที่สำคัญติด 1 ใน 5 อันดับที่ทำความเสียหายให้กับพืชเศรษฐกิจมากกว่า 4,500 ชนิด โดยไส้เดือนฝอยรากปมจะไปแย่งกินน้ำเลี้ยงจากพืช ทำให้พืชไม่สามารถดูดไปเลี้ยงลำต้นได้ ทำให้ลำต้นแค
