แปลกที่ชื่อ
ชื่อวิทยาศาสตร์ Hemigraphis alternata (Burm. f.) ชื่อวงศ์ Acanthaceae ชื่อสามัญ Red lily, Red flame ivy, Waffle plant. ชื่ออื่นๆ ฮ่อมครั่ง ห่งจี้อั้ง สำหรับกลุ่มเกษตรกรสวนกล้วยไม้ เรียก ผักแหวง หญ้าบังแห ฉันมีชื่อที่ส่วนหนึ่งของชื่อไปเกี่ยวข้องกับสารโลหะชนิดหนึ่ง ที่เมื่อผู้คนได้ยินแล้วไม่อยากเข้าใกล้หรือสัมผัส ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลย ไม่ว่าด้วยวิธีใดๆ เนื่องจากสารตัวนี้มันอยู่ใกล้ชิดรอบๆ ตัวทั่วสิ่งแวดล้อม แต่ฉันเองภูมิใจกับชื่อตัวเองที่เขาเรียกชื่อเต็ม เมื่อใครๆ ได้มองเห็นความแววเป็นมันเลื่อม ราวกับว่าสะท้อนแสง เขาจึงเรียกว่า “ดาดตะกั่ว” แต่คำหลังที่เป็น “ตะกั่ว” นี่แหละที่ฉันกลุ้มใจ ฉันจึงไปค้นหาและถามผู้รู้ว่า ทำไมคำว่า ตะกั่ว จึงมีคนกลัวกันนัก พอดีไปพบข้อมูลสรุปไว้ให้รู้จักถึงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับตะกั่วนี้ แต่เขาเขียนว่า “สารตะกั่ว” จึงขอนำมาเล่าสู่กันฟังนะครับ สารตะกั่ว เป็นโลหะหนักสีน้ำเงิน หรือสีเทาอมเงิน มีคุณสมบัติอ่อนตัว ถูกนำไปใช้ในทางด้านอุตสาหกรรมหลายรูปแบบ ที่คนเราจะปฏิเสธหรือหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะอยู่รอบๆ ตัวเราและผู้คนทุกระดับ เช่น สีทาบ้าน น้ำ
ชื่อวิทยาศาสตร์ Millettia brandisiana Kurz ชื่อวงศ์ LEGUMINOSAE ชื่ออื่นๆ จั่น ปี้จั่น (ภาคเหนือ, ทั่วไป) กระพี้จั่น (ภาคกลาง) เปิ้ลเป็นจาวเหนือ แต่ก็ดังทั่วประเทศแม้ว่าถิ่นกำเนิดจะมีอยู่ในเอเชียเขตร้อน แต่สำหรับในประเทศไทย พอผู้นำท่านเอ่ยคำว่า “กระพี้” คนก็หาความหมายกันมากมาย ทำให้มีคนรู้จักคำว่า “กระพี้จั่น” เป็นผลพลอยได้ให้เปิ้ลดังไปเลย กระพี้ ความหมายจากพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน คือ ส่วนของเนื้อไม้ที่หุ้มแก่นหรือเนื้อเยื่ออ่อนๆ ที่อยู่ระหว่างเปลือกกับแก่น หรือแกนต้นไม้ มีลักษณะอ่อนยุ่ยง่าย คนบางคนไปตีความว่า “ไม่เป็นแก่นสาร” แต่เปิ้ลว่าถ้าไม่มีแก่น มีแกนของต้นไม้ เปลือกไม้จะหุ้มอะไรละจ๊ะ สำหรับ “จั่น” อาจารย์เปลื้อง ณ นคร ท่านว่าหมายถึง ช่อดอกหมากหรือช่อดอกมะพร้าว เมื่อยังอ่อนและมีกาบหุ้มอยู่ มีคนปีนไปรัดปลายช่อแล้วกรีดหรือปาดให้น้ำหวานหยดออกมา อร่อยดี ส่วนความหมายอื่น มีทั้งเป็นเครื่องมือดักจับสัตว์ เครื่องประดับข้อมือเป็นทองฝังเพชรพลอย หรือถ้าชื่อเบี้ยรูปแบนๆ เรียกว่า “เบี้ยจั่น” เป็นเครื่องประดับที่คอคล้ายทับทรวง เห็นไม๊ละคะว่าเป็นความหมายดีๆ ทั้งนั้น เปิ้ลจึงภูมิใจตัวเองมาก แ
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Uvaria rufa Blume ชื่อวงศ์ : ANNONACEAE ชื่ออังกฤษ : Carabao Teats ชื่ออื่นๆ : พีพวนน้อย หมากผีผวน ติงตัง ตีนตั่งเครือ หำลิง สีม่วน (ภาคอีสาน) บุหงาใหญ่ นมแมวป่า (ภาคเหนือ) ฉันรู้…ว่าคุณคิดว่าฉันเป็นควาย แล้วพูดไม่รู้เรื่อง แหม…! อ้ายเราก็คิดว่า “ควาย” ไม่ใช่ไว้ไถนาอย่างเดียว “อย่าดูหมิ่นว่าควายนั้นช่างโง่เขลา ใยถึงคิดว่ากล่าวว่าเราไม่ทันสมัย ทั้งสาปกลิ่นโคลนแดดเผาผิวดำเกรียมไหม้ แต่ใยน้ำนมควายจึงกลายเป็นนมขาวข้นราวเนยทอง…” ฉันจึงขอเป็นตัวแทนของเหล่า “คาราบาว” โดยเฉพาะพันธุ์ “มูร่าห์” (Murrah buffalo, bubalus bubalis) จากอินเดีย ที่ให้น้ำนมสูงทั้งปริมาณและคุณภาพ จนได้ฉายาว่า Queen of buffalo คุณสมบัติมีมากกว่า “นมวัว” โดยเฉพาะ Butter fat มีมากเป็น 2 เท่า โปรตีนก็มากกว่าแต่คอเลสเตอรอลต่ำกว่า เหมาะที่จะแปรรูปพร้อมดื่มเป็นชีส หรือเนยแข็ง กี (qhee) โยเกิร์ต รวมทั้งมอสซาเรลลาชีส เพียงขอเตือนว่าอาจจะไม่เหมาะกับเด็กทารก แต่เหมาะกับหนุ่มๆ ที่อยากจะ “อัปไซซ์หุ่น” ก็ดื่มนมควายกล้ามเป็นมัดๆ แน่นอน ฉันเชียร์ให้ดื่มนมควาย เพราะตรงกับชื่อฉัน พอเอ่ยชื่อฉัน ยังมีคน
ชื่อวิทยาศาสตร์ Aphanamixis polystachya(Wall.) R.parker ชื่อวงศ์ MELIACEAE ชื่ออื่นๆ โกล ตาเสือ (ภาคกลาง) เย็นดง (กำแพงเพชร) มะหังก่าน มะอ้า (ภาคเหนือ) เซ่ เชือย (แม่ฮ่องสอน) ขมิ้นดง (ลำปาง) เลาหาง (เชียงใหม่) ตาปู่ (ปราจีนบุรี) ยมหางก่าน (บุรีรัมย์) แดงน้ำ (ภาคใต้) ตุ้มดง (กระบี่) ข้าได้ชื่อว่า เสือ และเสืออย่างข้าก็ “เก๋า” พอที่มีคนเรียกว่า ตา จึงกลายเป็นตาเสือ แต่ถ้าเอ่ยคำว่า “เสือ” คำเดียวดูเหมือนว่าจะขยายความได้หลายร้อยเรื่อง โดยเฉพาะปีนี้ที่ชื่อว่า “ปีขาล” กล่าวกันว่าเป็นปีชง 2565 ซึ่งที่มาของคำว่า “ขาล” ก็เป็นตำนานปีที่ 3 ของรอบปีนักษัตร สัญลักษณ์เป็นเสือ พุทธศักราชที่ตรงกับปีขาลที่ผ่านมา และในอนาคต เช่น ปี พ.ศ. 2505, 2517, 2529, 2541, 2553 และปีนี้ 2565 ขาลปีต่อไป คือ พ.ศ. 2577 และ พ.ศ. 2589 เนื่องจากวันที่เริ่มต้นและสิ้นสุดรอบปีนักษัตรไม่แน่นอน เมื่อเทียบกับปฏิทินสากล โดยนับต่างกัน ระหว่างแบบจีนและแบบไทย อ้อ…! ที่พูดนี่ ข้ารู้จาก “วิกิพีเดีย” หรอกนะ ที่ปีนี้เป็นปีเสือนั้น ก็พูดกันอีกว่า ชาวปีเสือเกิดมาเป็นผู้นำ มีจิตใจห้าวหาญ จนได้รับความเคารพ เชื่อถือ แม้ศัตรูข
ชื่อวิทยาศาสตร์ Pentalinon luteum (L.) Mandevilla sp. ชื่อวงศ์ APOCYNACEAE ชื่อสามัญ Hammock ; Yellow dipladenia ; Wild allamanda ก่อนอื่นหนูต้องกราบขออภัยทุกท่าน เพราะอารมณ์เก็บกดความรู้สึกน้อยใจ เท่าๆ กับว่ามีความภาคภูมิใจในความงามของตัวเอง และชื่อที่ฟังดูแล้วทำให้ “ฟ้าแจ่มใส” เพราะ “จันทร์” ที่ “กระจ่าง” แปลกที่ชื่อของหนู ถูกนำไปจินตนาการเปรียบเทียบมากมาย ทั้งด้านลบและบวก โดยเฉพาะคำที่เป็น “ดวงจันทร์” นั้นจะอยู่ในบทเพลง กลอน วรรณกรรม เปรียบสตรีงามจนน่าหลงตัวเอง ทำให้นักวิชาการไม่สนใจหนูในเชิงพฤกษศาสตร์ หรือด้านสมุนไพรเท่าที่ควร มีข้อมูลที่เผยแพร่เพียงปลูกไว้เป็น “ไม้ประดับ” ซุ้มประตู หรือว่า…เพลินสวยจนลืมศึกษา หนูน้อยใจอยู่อีกอย่างหนึ่งที่มีชื่อหนูเข้าไปเกี่ยวข้อง คือ “Fullmoon Party” เทศกาลชุมนุม Wanna be-Indy-TIST-Hipster และ Gypsy หนูตกใจในข่าวว่า Fullmoon party ที่หาดริ้น เกาะพงัน มี “โอสถลวงจิต” จาก “เห็ดขี้ควาย” บริโภค และมีการดื่มกิน ดิ้นกันสุดเหวี่ยงเลย แหม..! หนูคิดว่าเขาจะเปิดเพลง “Gypsy Moon” ที่หนูชอบฟังเพลงไทย ชื่อเพลง “คิดถึง” ขึ้นต้นว่า “จันทร์กระจ่างฟ้านภาประดับด้
ไคร้ย้อย “ตะไคร้หอม” มัดห้อย กันยุง… “ใคร้ย้อย” หอมน้อย ห้อยในมุ้ง ประดับตา ชื่อวิทยาศาสตร์ Elaeocarpus grandiflorus Sm. ชื่อวงศ์ ELAEOCARPACEAE ชื่อสามัญ Fairy petticoats, Lily of the valley ชื่ออื่นๆ กระดิ่งนางฟ้า (ทั่วไปปัจจุบัน) กาบพร้าว (นราธิวาส) สารภีน้ำ (เชียงใหม่) จิก ดอกปีใหม่ (กาญจนบุรี) คล้ายสองหู ผีหน่าย (สุราษฎร์ธานี) แต้วน้ำ (บุรีรัมย์) ปูมปา (เลย) อะโน (ปัตตานี) มุ่นน้ำ (เพชรบุรี) ดอกโจก โชค (ภาคเหนือ) สีชัง (สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย) หนูไม่อยากจะคุย เมื่อพูดถึงชื่อแปลกๆ เพราะหนูมีทั้งชื่อแปลกมากๆ และยังแปลกมากๆ ที่มีชื่อม๊ากกเหลือเกิน จนหนูเองก็แทบจะจำชื่อตัวเองไม่ได้ เพราะสับสนที่ไม่รู้ว่ามีความหมาย หรือที่มาอย่างไร แล้วใครๆ ที่เรียกชื่อหนูมีทั้งชาวบ้านทั่วๆ ไป ท้องถิ่นภาคต่างๆ และนักวิชาการ เพียงแต่ชื่อของหนูไม่ค่อยได้รับการกล่าวถึงในแวดวงวิชาการนัก อาจจะเป็นเพราะว่าชื่อเรียกยากหรือเปล่า? แต่ถ้าเรียก “กระดิ่งนางฟ้า” หนูว่าไม่เห็นออกเสียงยากเลย โดยส่วนตัวหนู คิดว่าหนูชอบชื่อ “กาบพร้าว” เพราะฟังง่ายๆ สัมผัสได้ด้วย มีของจริงให้เห็น แต่หนูแปลกใจที่ชาวสุราษฎร์ธานี เ
เสลา งามเอยดอกเจ้าสีม่วงอ่อน คลายร้อนกลีบย้วยหยัก งามนักสลักเสลา ชื่อวิทยาศาสตร์ Lagerstroemia loudonii Teijsm. & Binn. ชื่อวงศ์ Lythraceae ชื่ออื่นๆ ตะเกรียบ เกรียบ ตะแบกขน อินทรชิต หนูมีปัญหาเรื่องชื่อที่หลายคนบ่นว่าเรียกไม่ถูก เพราะเรียกตามคำอ่านก็บอกว่าผิด คือบางคนอ่านว่า เส-ลา กลายเป็นเป็นคำเรียกที่แปลกมาก บางคนอ่านว่า สะ-เลา ยิ่งผิดแปลกเพี้ยนไปเลย หนูจึงบอกเขาว่าให้ไปเปิด google เขาอ่านว่า สะเหลา ค่ะ ฟังแล้วหนูเองก็มีความรู้สึกว่าช่างอ่อนช้อย “สะหลักสะเหลา” ยิ่งนัก เพราะกลีบดอกสีม่วงอ่อนที่ย้วยย่นเป็นหยักลอน เพียงแต่บอบบางน่าทะนุถนอมก็ทำให้หนูมีความรู้สึกว่าใครๆ ก็รักหนู หนูภูมิใจมากที่หนูเป็นที่รักเอ็นดูของใครต่อใคร คิดดูซิคะ หนูเป็นพันธุ์ไม้พระราชทาน เพื่อปลูกเป็นมงคลประจำจังหวัดนครสวรรค์ เมืองท่องเที่ยวที่ทุกคนรู้จัก แล้วหนูยังเป็นต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยนเรศวรอีกด้วย เป็นสัญลักษณ์ที่ชาวมหาวิทยาลัยนเรศวร รอรับดอกเสลาที่บานสะพรั่งช่วงเดือนธันวาคมถึงมีนาคมของทุกปี เพราะจะได้ต้อนรับบัณฑิต มหาบัณฑิต และดุษฎีบัณฑิตในงานพระราชทานปริญญาบัตร พร้อมจะได้ร่วมร้องเพลง ดอกเสลา ที่ท่าน ศ.
ชื่อวิทยาศาสตร์ Eurycoma longifolia ชื่อวงศ์ Simaroubaceae ชื่ออื่นๆ ตงกัต อาลี (tongkat ali) กรุงบาดาล ชะนาง ตรึงบาดาล ตุงสอ แฮพันชั้น เพียก หยิกไม่ถึง เอียนด่อน โสมเทวดา เมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2560 ผมตกเป็นข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์ ทางวิทยุ โทรทัศน์ และคลิปข่าวทีวี ทุกช่อง ถูกกล่าวถึงและวิจารณ์กันแพร่หลาย ช่วงแรกๆ ก็คิดว่าเป็นเรื่องของข่าวการปล่อยนก ปล่อยปลา ปล่อยปลาไหล ในช่วงที่จะทำบุญเข้าพรรษา แต่ฟังๆ ไป ก็ไม่ได้พูดถึงเรื่อง “ได้บุญ” เลย กลายป็นเรื่องพูดกันแต่เรื่อง “ได้พลัง” ผมจึงรู้ว่าไม่ใช่เรื่องของ “ตัวปลาไหลเผือก” แต่เป็นเรื่อง “ต้นปลาไหลเผือก” ผมนึกขำอยู่ในใจว่า เรื่องของผมเขารู้กันมานานแล้วแหละลุง จนมีคนจัดให้เป็นจำพวก “สมุนไพรในตำนาน” เป็นสมุนไพรคู่ใจของพรานเดินป่า ชาวเขา ชนเผ่าซาไก หรือนักเดินทางผจญไพร เพราะเขาใช้ประโยชน์จากรากบำรุงกำลังร่างกายให้แข็งแรง คลายปวดเมื่อย ใช้ดื่มกินเพื่อเสริมสุขภาพ สมรรถภาพ เนื่องจากมีฤทธิ์ในการเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ผมเป็นยาคู่กายของชายหนุ่มรุ่นเล็ก ใหญ่ อย่างองอาจทรนง เป็นที่ปรารถนาของทุกคน แม้เป็นสมุนไพรพื้นบ้าน แต่ก็ฮิตในกลุ่มชายแดนใต้ร
