โค
คุณขวัญยืน ระดมกิจ เจ้าของโคเนื้อพื้นเมือง จำนวน 15 ตัว ที่บ้านเลขที่ 211 หมู่ที่ 2 ตำบลแพงพวย อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ปัจจุบัน คุณขวัญยืน ทำงานอยู่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอดำเนินสะดวก แต่เลี้ยงวัวเป็นอาชีพเสริมจุดเริ่มต้นในการเลี้ยงโคเนื้อของคุณขวัญยืนนั้น เริ่มจากปศุสัตว์ได้แจกแม่โคมาให้เลี้ยงคนละ 1 ตัว เลี้ยงไว้สักพัก แม่โคก็ผสมพันธุ์ออกลูกออกหลานมาให้คุณขวัญยืนได้เลี้ยงเพิ่ม…คุณขวัญยืน เล่าว่า โคไทยพื้นเมือง เป็นโคที่เลี้ยงง่าย แค่มีฟาง มีหญ้าให้กินก็อยู่ได้สบายๆ ไม่ต้องเลี้ยงอาหารก็ได้ เป็นการเลี้ยงสัตว์ที่ลงทุนน้อย ปัจจุบันเลี้ยงโคเนื้อพื้นเมืองมาได้ 5 ปีกว่าแล้ว การเลี้ยงโคเนื้อ สำหรับบางคนที่เลี้ยงเป็นอาชีพหลัก ก็จะมีฟาร์มเลี้ยง มีพื้นที่ไว้สำหรับรองรับโคจำนวนมาก และมีวิธีการเลี้ยงแตกต่างกันออกไป แต่ก็เพื่อให้ได้โคเนื้อที่ราคาดี จะมีการขุนโคให้ตัวใหญ่ เนื้อเยอะ โดยการให้อาหาร ให้หญ้า หรือแล้วแต่การเลี้ยงของแต่ละคน แต่วิธีการเลี้ยงโคเนื้อพื้นเมืองของคุณขวัญยืนนั้น เป็นวิธีง่ายๆ ไม่ได้มีการลงทุนมากมายนัก เพราะเลี้ยงเป็นอาชีพเสริม อย่างการให้อาหาร ในตอนเช้าก่อนออกไปทำงาน จะนำโ
คุณทองเตียง บริบาล อยู่บ้านเลขที่ 33 หมู่ที่ 5 ตำบลส้มป่อย อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ เป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงโคอยู่ในจังหวัดศรีสะเกษ โดยเลี้ยงแบบครบวงจร คือ ทำการตลาดทั้งขายลูกพันธุ์และเลี้ยงเป็นโคขุนส่งขาย เรียกง่ายๆ ว่า เป็นงานที่สร้างเงินเลี้ยงครอบครัวได้เป็นอย่างดี คุณทองเตียง บริบาล และภรรยา คุณทองเตียง เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีมีอาชีพทางด้านการทำนา ตลอดจนปลูกหอมเพื่อเป็นอาชีพของครอบครัว แต่เนื่องจากสินค้าเกษตรจำพวกพืชไม่สามารถกำหนดในเรื่องของราคาได้ จึงได้มีแนวคิดที่จะปรับเปลี่ยนมองหาสิ่งใหม่ๆ สร้างรายได้ให้มีเพิ่มมากขึ้น “ช่วงนั้นประมาณปี 2520 ช่วงนั้นเราก็ปลูกพืชอยู่ และก็มีควายอยู่ด้วย 1 ตัว เราก็เลี้ยงดูแลเรื่อยๆ พอโตเราก็ขายเอาเงินที่ได้มาต่อยอดซื้อมาเลี้ยงใหม่อีก คราวนี้ประมาณปี 2530 เราก็เริ่มเปลี่ยนจากควายมาเลี้ยงโคแทน ก็จะเป็นพวกพันธุ์บราห์มัน พันธุ์พื้นเมือง ก็ถือว่าประสบผลสำเร็จดี ก็ค่อยๆ เปลี่ยนจากพื้นที่ปลูกพืชมาเลี้ยงโคมากขึ้น โดยปัจจุบันนี้จะเป็นลูกผสมที่มีสายพันธุ์ชาร์โรเล่ส์มากขึ้นเพื่อให้เกิดความเจ้าเนื้อ ส่งขายให้กับพ่อค้าเขียงเนื้อ” คุณทองเตียง เล่าถึงเหตุกา
ด.ต. เกียรติศักดิ์ เดชป้อง อยู่บ้านเลขที่ 9/1 หมู่ที่ 6 ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เป็นอีกหนึ่งบุคคลที่ใช้เวลาว่างช่วงเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ มาดูแลฟาร์มเลี้ยงโคอเมริกันบราห์มันที่เขารัก เรียกง่ายๆ ว่า เป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญเขาบอกว่ามีความสุขที่ได้ทำในสิ่งที่รักเช่นกัน อาชีพประจำรับราชการ เลี้ยงโคเป็นอาชีพเสริม ด.ต. เกียรติศักดิ์ ชายผู้มากด้วยอัธยาศัย ยิ้มเก่ง เล่าให้ฟังว่า รับราชการเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรประจำสถานีตำรวจบางยี่ขัน ที่กรุงเทพมหานคร เมื่อรับราชการมาได้สักระยะหนึ่งจึงเกิดความคิดที่อยากจะมีรายได้ที่มากขึ้น จึงได้เกิดแนวความคิดที่จะประกอบอาชีพเสริมที่สามารถทำควบคู่ไปกับงานประจำได้ โดยมาเริ่มสำรวจที่ดินของเขาก่อนว่าสามารถจะทำอะไรได้บ้างในขณะนั้น “พอเราคิดที่อยากจะมีอาชีพเสริม เราก็ต้องมองว่า เราจะทำอะไรดี พอดีว่าที่บ้านมีที่ดินว่างอยู่ประมาณ 20 ไร่ ช่วงนั้นคิดหลายอย่างมากว่าจะทำอะไรดี ที่สามารถทำให้เรามีรายได้ที่เพิ่มพูนขึ้นมา ในที่ดินเราเอง เพราะคิดว่าถ้าปลูกพืชผักก็ไม่ดี เพราะน้ำสามารถท่วมได้ในช่วงที่ฝนตกหน
โคพันธุ์อเมริกันบราห์มัน เป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมในการเลี้ยง โดยส่วนมากจะเลี้ยงให้เป็นแบบเลือดร้อยโดยไม่นำสายพันธุ์อื่นเข้ามาผสม ด้วยเอกลักษณะประจำพันธุ์ที่โด่ดเด่น คือเป็นโคที่มีรูปร่างใหญ่ปานกลาง ตะโหนกใหญ่พอประมาณ ขนสั้นเกรียนมีสีขาวเทาและสีแดง และที่สำคัญเจริญเติบโตได้ดี หากินเก่ง เลี้ยงง่าย ทนต่อสภาพอากาศและโรคได้ดี คุณวิสิทธิ์ สุดใจ คุณวิสิทธิ์ สุดใจ อยู่บ้านเลขที่ 123 หมู่ที่ 3 ตำบลทับกวาง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี เป็นเกษตรกรที่เลี้ยงโคสายพันธุ์อเมริกันบราห์มันเลือดร้อย โดยเริ่มจากการที่จะนำมากินหญ้าในสวนมะม่วง แต่เมื่อได้ทดลองเลี้ยงจึงเกิดความชื่นชอบและเลี้ยงมากว่า 10 ปี นอกจากจะเป็นการสร้างรายได้แล้ว เขายังมีความสุขที่ได้เลี้ยงโคเป็นอาชีพเสริมอีกด้วย คุณวิสิทธิ์ เล่าให้ฟังว่า เดิมสมัยก่อนนั้นทำงานอยู่บริษัทเอกชน ต่อมาจึงได้ลาออกและมาทำไร่ข้าวโพดเป็นอาชีพสร้างเงิน เมื่อการทำพืชไร่เริ่มลงตัวจึงเกิดความคิดที่อยากจะทำปศุสัตว์เพิ่มมาอีกหนึ่งอย่าง จึงได้เลือกเลี้ยงโคลูกผสมในปี 2547 ก็ยังไม่ตอบโจทย์ต่อความต้องการมากนัก ต่อมาปี 2550 จึงได้ปรับการเลี้ยงเป็นโคพันธุ์อเมร
การทำปศุสัตว์ในปัจจุบันมีผู้สนใจนำมาเลี้ยงเพื่อสร้างเป็นอาชีพเสริมมากขึ้น เพราะการทำปศุสัตว์มีการปรับการเลี้ยงให้สอดคล้องกับการทำอาชีพในปัจจุบันคือ ไม่จำเป็นต้องยึดทำเพื่อเป็นอาชีพหลัก แต่สามารถทำเป็นอาชีพเสริมรายได้ควบคู่ไปกับการทำงานประจำที่ตนเองทำได้ นอกจากจะช่วยสร้างรายได้ให้เพิ่มมากขึ้นแล้ว ผู้เลี้ยงยังได้ทำในสิ่งที่รักและเกิดความเพลิดเพลินกับสิ่งที่ได้ลงมือทำด้วยสองมือของตนเอง โดยไม่ต้องเลือกว่าจะทำอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งยุคนี้สามารถทำหลายๆ อย่างให้เกิดรายได้ที่มากขึ้น คุณศุภัสสร มั่นคง อยู่บ้านเลขที่ 106 หมู่ที่ 2 ตำบลบ้านยาง อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ได้ยึดการเลี้ยงโคเนื้อลูกผสมชาโรเลส์เป็นอาชีพเสริม โดยที่เขาสามารถทำควบคู่ไปกับงานประจำได้ ทำให้เกิดรายได้ทั้งสองทาง และสิ่งที่ได้มากกว่ารายได้นั้นก็คือความสุขของการได้เลี้ยงสัตว์ที่เขารัก คุณศุภัสสร เกษตรกรรุ่นใหม่ไฟแรงอายุ 27 ปี เล่าให้ฟังว่า ปัจจุบันทำงานเป็นพนักงานอยู่บริษัทเอกชน โดยผู้ที่ริเริ่มนำโคเนื้อมาเลี้ยงนั้นคือคุณแม่ของเขา โดยสมัยนั้นเขาได้เห็นกิจกรรมการเลี้ยงต่างๆ พร้อมทั้งชอบดูเวลาที่โคออกลูกใหม่ๆ ลูกโคมีความน่ารัก ทำใ
ปัจจุบันการเลี้ยงโคในประเทศไทยยังมีความนิยมอย่างกว้างขวาง เพราะผู้เลี้ยงนอกจากจะสามารถทำเงินจากการเลี้ยงโคได้แล้ว ยังมีการจัดเวทีประกวดหลากหลายประเภท ที่ทำให้ผู้เลี้ยงสามารถนำโคไปประชันขันแข่งในการกวาดรางวัลในประเภทต่างๆ ได้อีกด้วย ซึ่งสายพันธุ์ของโคที่เลี้ยงก็มีหลากหลายตามความชื่นชอบของผู้เลี้ยงที่แตกต่างกันไป เช่น โคพันธุ์พื้นเมือง โคพันธุ์ชาโรเลส์ โคพันธุ์กำแพงแสน โคพันธุ์อเมริกันบราห์มัน ฯลฯ และตลอดไปถึงโคพันธุ์ลูกผสมต่างๆ ซึ่งการเลือกเลี้ยงแต่ละสายพันธุ์ขึ้นอยู่ที่ความชื่นชอบ และการนำไปใช้ประโยชน์ในด้านนั้นๆ ของผู้เลี้ยง โคพันธุ์อเมริกันบราห์มัน เป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมในการเลี้ยง โดยส่วนมากจะเลี้ยงให้เป็นแบบเลือดร้อยโดยไม่นำสายพันธุ์อื่นเข้ามาผสม ด้วยเอกลักษณะประจำพันธุ์ที่โด่ดเด่น คือเป็นโคที่มีรูปร่างใหญ่ปานกลาง ตะโหนกใหญ่พอประมาณ ขนสั้นเกรียนมีสีขาวเทาและสีแดง และที่สำคัญเจริญเติบโตได้ดี หากินเก่ง เลี้ยงง่าย ทนต่อสภาพอากาศและโรคได้ดี คุณวิสิทธิ์ สุดใจ อยู่บ้านเลขที่ 123 หมู่ที่ 3 ตำบลทับกวาง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี เป็นเกษตรกรที่เลี้ยงโคสายพันธุ์อเมริกันบราห์
สวัสดีครับ เปิดหัวบทความของผมในฉบับนี้ ขอน้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาให้ทราบกัน “…เมืองไทยนี้ต้องพึ่งเกษตรกรเป็นสำคัญ เพราะว่าเกษตรกรเป็นประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศและต้องยึดอาชีพนี้มาและไม่ใช่เพราะเหตุนั่นเท่านั้นเอง แต่ว่าประเทศหนึ่งประเทศใดจะอยู่ได้ก็เพราะว่ามีกสิกรรม การประกอบอาชีพ ในด้านผลิตผลที่ได้จากธรรมชาติ ทั้งในด้านที่จะเป็นการปลูกข้าว ปลูกพืชไร่ ปลูกผลไม้ หรือทำมาหากินในด้านปศุสัตว์หรือประมง…” พระราชดำรัสในโอกาสที่คณะกรรมการสหกรณ์การเกษตร สหกรณ์นิคม สหกรณ์ประมง และสมาชิกผู้รับนมสดเข้าเฝ้าฯ ณ โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2530 พระองค์ท่านมีพระราชดำรัสถึงการเกษตรในประเทศเราอยู่เสมอ ควรแล้วที่พวกเราชาวเกษตรในสาขาต่างๆ ควรเอาใจใส่ รักและให้ความสำคัญในอาชีพของตนเอง เหมือนกับเจ้าของฟาร์มสาวสวยที่ผมนำเสนอในฉบับนี้ ไปพบกับเธอเลยครับ สาวสวยกับอาชีพเลี้ยงวัว มีกว่า 300 ไร่ ที่ต้องดูแล พาท่านมาที่ บ้านเลขที่ 107 หมู่ที่ 2 ตำบลทุ่งกระเชาะ อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก ไปพบกับ คุณนิตยา จันทะโพธิ์ หรือ คุณนิด คุณนิตยา เริ่มต้นเล
ปัจจุบันการเลี้ยงโคในหลายพื้นที่เกษตรกรเริ่มให้ความสำคัญกับการเลี้ยงแบบประหยัดต้นทุนมากขึ้น โดยแบ่งพื้นที่ทางการเกษตรของตนเองบางส่วนมาปลูกหญ้าสำหรับให้สัตว์ได้กิน ซึ่งการมีแปลงหญ้าสำหรับเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ของตนเองนั้น จึงช่วยให้สัตว์ที่เลี้ยงอย่างเช่นโคได้มีอาหารกินตลอดทั้งปี และช่วยให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิตได้มากขึ้น ส่งผลให้เวลาที่ต้องจำหน่ายโคออกสู่ท้องตลาดแต่ละช่วงจึงสร้างผลกำไรมากขึ้น และไม่เกิดภาวะหนี้สิน และนอกจากนี้ ยังมีการรวมกลุ่มกันผลิตแปลงหญ้า หรือกลุ่มผู้เลี้ยงโคที่มีความเข้มแข็ง ทำให้สมาชิกภายในกลุ่มสามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน นอกจากจะช่วยแก้ปัญหาร่วมกันแล้ว ในเรื่องของการทำตลาดสามารถต่อรองในการซื้อขายได้เป็นอย่างดี จึงทำให้ไม่ถูกเอาเปรียบจากการจำหน่ายโคในแต่ละครั้งอีกด้วย คุณสีนวน กรุชวงษ์ เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อลูกผสมชาวจังหวัดพิษณุโลก ได้แบ่งพื้นที่ของตนเองจากทำพืชไร่มาเลี้ยงโคเนื้อเพื่อสร้างรายได้ พร้อมกับปลูกทำแปลงหญ้าในพื้นที่ของตนเอง จึงทำให้โคภายในฟาร์มมีหญ้ากินตลอดทั้งปี ส่งผลให้การเลี้ยงโคสามารถประหยัดต้นทุนได้เป็นอย่างดี ยิ่งไปกว่านั้นเขายังไ
สวัสดีครับ ธุรกิจเกษตรมีมากมายหลากหลาย จะเป็นธุรกิจต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ มีให้เลือกอยู่เยอะแยะ ใครที่เข้ามาในแวดวงการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นลุงมีเลี้ยงหอย ตาจ่อยขายกุ้ง ป้าหุ่งปลูกผัก ก็ล้วนอยู่ในแวดวงธุรกิจเกษตรทั้งหมดทั้งสิ้น ดังนั้น คนทำเกษตรแบบเราท่านจะมาคิดแบบเดิม เลี้ยงไป ปลูกไป ขายไปนั้นไม่ได้แล้ว ต้องคิดในเรื่องธุรกิจ ขายที่ไหน ขายใคร ขายเท่าไร โฆษณาแบบใดเข้าไปด้วย เพราะเราไม่ใช่เกษตรกรอย่างเดียวแต่เราทำธุรกิจเกษตรกันอยู่นะพี่น้อง ฉบับนี้ขอพาท่านไปชมธุรกิจเกษตรที่เป็นธุรกิจกลางน้ำ อะแฮ่ม ไม่ใช่ธุรกิจเลี้ยงปลาจับกุ้งกลางแม่น้ำนะครับ แต่เป็นธุรกิจที่อยู่ตรงกลางระหว่างคนจัดหาวัตถุดิบต้นน้ำและพ่อค้าแม่ขายในตลาดที่อยู่ตรงปลายน้ำ ธุรกิจนี้ทำกำไรให้ดีพอสมควรทั้งคนจ้างและคนถูกจ้าง เป็นอย่างไรตามไปชมกันครับ คนรักวัว พาท่านไปพบกับ คุณวชิรา ทองแท้ หรือที่คนหนองขาวรู้จักกันในชื่อ เสี่ยเอ๋ ที่บ้านเลขที่ 198/4 หมู่ที่ 1 ตำบลหนองขาว อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี เสี่ยเอ๋ เล่าให้ฟังว่า “ผมชอบวัว รักการเลี้ยงวัวมาตั้งแต่เด็กๆ เหมือนกับเด็กผู้ชายส่วนใหญ่ในหมู่บ้าน แต่วัวที่ผมเลี้ยงคือ วัวลาน ที่มีเล
สวัสดีครับ ช่วงหนึ่งของชีวิตผมต้องตระเวนเยี่ยมฟาร์มวัว ทัวร์ฟาร์มควายในหลายๆ จังหวัดของประเทศไทย ทุกครั้งที่ผ่านมาเยี่ยมฟาร์มวัวในเขตภาคตะวันตก ผมมักจะได้ยินพี่น้องเกษตรกรพูดถึงสัตวแพทย์หรือหมอคนหนึ่งอยู่เสมอ หมอคนนี้เปรียบเสมือนผู้เข้ามาพัฒนาความรู้และเข้ามาช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวอย่างใส่ใจ ไม่ว่าฟาร์มจะอยู่ไกลหรือไปยากแค่ไหน ชื่อของหมอคนนี้ก็เข้าไปถึงก่อนที่ผมจะเข้าไปเสมอ หมอคนนั้นชื่อว่า “หมอโอ๊ต” วัวคือมิตร ปะเหมาะเคราะห์ดีวันหนึ่งผมมีโอกาสได้พบกับ หมอโอ๊ต หรือ อาจารย์ ดร.น.สพ.สราวุฒิ ทักษิโณรส ซึ่งมีตำแหน่งอาจารย์ ประจำโรงพยาบาลปศุสัตว์และสัตว์ป่า ปศุปาลัน ภาควิชาเวชศาสตร์คลินิกและการสาธารณสุข คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นนายสัตวแพทย์ที่จบการศึกษาปริญญาเอก ด้านไบโอเทคโนโลยี จากมหาวิทยาลัย Kyoto Sangyo ประเทศญี่ปุ่น หมอโอ๊ตเริ่มเล่าให้ฟังว่า สมัยเรียนปริญญาตรีที่คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พยายามคลำหาทาง หาความถนัดของตัวเอง จนเรียนถึงปีที่ 2 ได้ไปฝึกงานด้านวัวนม เริ่มรู้สึกว่าวัวเป็นมิตร จึงรู้สึกว่าจะต้องจบไปทำงานด้านวัว จนเริ่มทำงานปี 2549 ที่โรงพยาบาลปศุสั
