โปรตีนจากพืช
ในปี 2569 เทรนด์กลุ่มอาหารอนาคต เป็นอีกปีแห่งการเปลี่ยนผ่านสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารทั่วโลก และประเทศไทยเองก็กำลังอยู่ในช่วงขับเคลื่อนเข้าสู่ยุค “อาหารแห่งอนาคต” (Future Food) อย่างเต็มตัว โดยคาดการณ์ว่า กลุ่มอาหารอนาคตยังเติบโตเฉลี่ยราว 5-8% ในปี 2569 ในส่วนของเทรนด์อาหาร แบ่งเป็น 8 ข้อใหญ่ ดังนี้ 1. Health & Wellness อาหารเพื่อสุขภาพ (Functional Food) ยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะอาหารที่ช่วยดูแลระบบลำไส้ (Gut Health) และภูมิคุ้มกัน (Immunity) เช่น โยเกิร์ตที่มีโพรไบโอติก น้ำหมักผลไม้ หรือเครื่องดื่มเสริมไฟเบอร์สูง แนวโน้มของอาหารพลังงานต่ำ โปรตีนสูง และไขมันต่ำ นอกจากนี้ โปรตีนจากพืช (Plant-Based Protein) ผู้ผลิตพัฒนาเนื้อจากพืชหลากหลายมากยิ่งขึ้น เช่น โปรตีนจากถั่วเหลือง ข้าว หรือเห็ดสายพันธุ์ไทยเป็นวัตถุดิบ เพื่อสร้างรสสัมผัสใกล้เคียงเนื้อจริงและตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภค 2. Flavor & Experience – กินเพื่อประสบการณ์ เทรนด์ Fusion และรสชาติแบบ Umami กลายเป็นแรงบันดาลใจในวงการอาหาร เช่น คาเฟ่ไทยที่สร้างสรรค์เมนู ข้าวกะเพราเต้าหู้ญี่ปุ่นหรือลาเต้สมุนไพรไทย ที่นำสมุนไพรพื้นบ้านมาผสมผ
“ไข่ผำ” พืชจิ๋วสรรพคุณแจ๋ว ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ ณ ขณะนี้ ด้วยมีคุณค่าทางโภชนาการโดดเด่น โปรตีนสูง มาพร้อมกับวิตามินบี 12 ที่ไม่สามารถหาได้ง่ายๆ จากพืชทั่วไป ที่สำคัญเลี้ยงง่าย โตเร็ว ขายได้ราคาดีอีกด้วย สำหรับเกษตรกรท่านใดสนใจเพาะเลี้ยงไข่ผำ ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่มือเก่า ควรศึกษาวิธีการเพาะเลี้ยง และศึกษาการตลาดก่อนการเพาะเลี้ยง เพื่อให้การประกอบอาชีพเป็นไปอย่างราบรื่นที่สุด โดยข้อสำคัญของการเพาะเลี้ยงไข่ผำนอกจากวิธีการเพาะเลี้ยงที่เหมาะสม สะอาด ได้มาตรฐาน ปลอดภัยต่อผู้บริโภคแล้ว เรื่องของสายพันธุ์ที่เลี้ยงถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญมากๆ หากเลือกสายพันธุ์ดีเหมาะสมกับพื้นที่ก็จะส่งผลดีทั้งในด้านให้ผลผลิตสูง ทนต่อสภาพแวดล้อมและสภาพอากาศ ลดความเสี่ยงจากศัตรูพืชและโรคระบาด ปรับให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์การใช้งาน ว่าต้องการนำไปใช้เป็นอาหารสัตว์ หรือต้องการนำไปบริโภคเป็นอาหารคน รวมถึงโปรตีนมีมากน้อยไม่เท่ากันในแต่ละสายพันธุ์ ปัจจุบันกรมวิชาการเกษตรเดินสายถ่ายทอดเทคโนโลยียกระดับเพาะเลี้ยงไข่ผำอาหารแห่งอนาคต ด้วยมาตรฐาน GAP และเพื่อให้การเพาะเลี้ยงไข่ผำได้คุณภาพและผลผลิตปลอดภัยต่อผู้บริโภค ได้ม
แพลนต์ เบส ฟู้ด (Plant based food) หรืออาหารแพลนต์เบส คือ รูปแบบการกินอาหารที่เน้นพืชเป็นหลัก แทนการบริโภคโปรตีนจากเนื้อสัตว์ ปัจจุบันในประเทศไทยยังไม่นิยมกินอาหารแพลนต์เบสกันมากนัก เหตุผลหนึ่งเกิดจากการมองแพลนต์เบส เป็นเรื่องที่ไกลตัว และเข้าถึงได้ยาก แต่จริงๆ แล้วแพลนต์เบส ถือเป็นเรื่องใกล้ตัวมากๆ ยิ่งในภาวะประชากรล้นโลก แพลนต์เบส หรืออาหารจากพืชนี่แหละจะเป็นแหล่งอาหารสำคัญที่ทั่วโลกต้องการ ดังนั้น ถ้าเกษตรกรไทยตื่นรู้ และปรับตัวได้เร็ว ก็จะยิ่งตอกย้ำได้ว่าประเทศไทยคือครัวของโลกอย่างแท้จริง คุณปริยะ ศิริกุล หรือ คุณเดียว กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินโนโฟ จำกัด ตั้งอยู่ที่ 48/9 ถนนปุณณกัณฑ์ ซอย 3 ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เกษตรกรชาวสวนยางผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ “มัดใจ” ดันเห็ดแครง เห็ดท้องถิ่นของดีประจำภาคใต้ แปรรูปอาหารแพลนต์เบสให้เข้าถึงง่าย มูลค่าสูง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตอบรับเทรนด์อาหารแห่งอนาคต คุณเดียว เล่าให้ฟังว่า เดิมเป็นเกษตรกรที่ประสบปัญหาราคายางตกต่ำ จึงได้มองหาอาชีพเสริมอย่างอื่นทำเพื่อเป็นทางรอด โดยจังหวะนั้นได้มองไปเห็นเห็ดแครงที่ขึ้นตามธรรมชาติ ขึ้นตามท่อนไม้
ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ แนะ กินเจ ให้คำนึงสารอาหารที่ครบถ้วน ดื่มน้ำให้เพียงพอ เน้นสุขอนามัย ความสะอาด และความปลอดภัยของอาหาร พร้อมชี้ แพลนต์เบส มีท โปรตีนจากพืช เป็นอีกทางเลือกของผู้บริโภคให้กินเจได้อย่างมีความสุข ศาสตราจารย์ ดร.สิริชัย อดิศักดิ์วัฒนา ภาควิชาโภชนาการและการกำหนดอาหาร คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เทศกาลกินเจ เป็นเทศกาลถือศีล งดการบริโภคเนื้อสัตว์ บางคนใช้ช่วงเวลานี้เป็นโอกาสในการลดน้ำหนักด้วย การกินเจให้มีสุขภาพที่ดี ควรคำนึงเรื่องของสารอาหารที่ครบถ้วน ซึ่งสารอาหารหลัก ได้แก่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน รวมถึง วิตามิน เกลือแร่ และใยอาหารจากผักและผลไม้ ที่สำคัญการกินเจต้องดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย อาหารเจ ถึงแม้ไม่ได้ใช้เนื้อสัตว์ แต่ยังให้พลังงานสูง โดยเฉพาะ ข้าว แป้ง และน้ำมัน หากต้องการรักษาสมดุลน้ำหนัก อาจหลีกเลี่ยง ข้าวแป้ง เส้นต่างๆ หรือกินให้น้อยลงครึ่งหนึ่ง แล้วเพิ่มปริมาณผักและผลไม้ ซึ่งจะทำให้ได้รับสารอาหารครบถ้วนและดีต่อสุขภาพ สำหรับผักใบเขียวทุกประเภท สามารถกินได้อย่างเต็มที่ อาทิ ผักบุ้ง ผักคะน้า กวางตุ้ง เนื่องจากผักเหล่
สาหร่ายผักกาดทะเล อาหารแห่งอนาคต แหล่งโปรตีน คุณค่าทางอาหารสูง สามารถขยายพันธุ์สู่การเพาะเลี้ยง ลงทุนน้อย ให้ผลผลิตไว ดูแลง่าย นับเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่สามารถต่อยอดสร้างมูลค่าได้ สำหรับสาหร่ายผักกาดทะเล หรือ Sea Lettuce นั้นเป็นสาหร่ายที่มีศักยภาพด้านโภชนาการสูงเพราะมีโปรตีนถึง 25-30 กรัม และใยอาหาร 9.79 เปอร์เซ็นต์ มีไขมันและพลังงานที่ต่ำ อุดมด้วยเกลือแร่ วิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระ มีกรดไขมันกลุ่มโอเมก้า 3 โอเมก้า 6 และ โอเมก้า 9 โดยเฉพาะ EPA และ DHA ซึ่งสามารถนำไปแปรรูปเป็นอาหารได้หลายรูปแบบ ทั้ง ต้ม ผัด แกง ทอด และยำ โดยเฉพาะอาหารเพื่อสุขภาพ ที่ปัจจุบันมีผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเตรียมบ่อ บ่อที่ใช้เลี้ยงสาหร่ายมี 2 รูปแบบ ได้แก่ บ่อปูนและบ่อผ้าใบ ล้างขัดฆ่าเชื้อด้วยคลอรีน แช่ทิ้งไว้ 1 คืน ล้างด้วยน้ำสะอาด ตากบ่อให้แห้ง การเตรียมน้ำ ใช้น้ำทะเลความเค็ม 25-30 ส่วนในพันส่วน ที่สูบจากทะเลหรือบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ นำมาพักให้ตกตะกอน หลังจากนั้นสูบน้ำส่วนใสผ่านถุงกรองสักหลาดความละเอียด 10 ไมครอน นำน้ำเข้าบ่อเลี้ยงสาหร่ายผักกาดทะเลต่อไป ปัจจัยแวดล้อมที่เหมาะสมในการเลี้ยงสาหร่าย
วันที่ 20 มิถุนายน 2567 นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังงานสัมมนานำเสนอผลการจัดทำภาพอนาคตสินค้าอาหารจากพืช (Plant-Based Food) ภายใต้โครงการจัดทำภาพอนาคตสินค้าเกษตรสำคัญของประเทศไทย โดยสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ร่วมกับ มูลนิธิสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง (สวค.) ดำเนินโครงการ ว่าเพื่อชี้ให้เห็นถึงภาพอนาคตสินค้า Plant-Based Food ของไทย ซึ่งจะทำให้สามารถวางแผนและออกแบบนโยบายได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ สำหรับประเทศไทย Krungthai Compass (2020) คาดการณ์ว่าในปี 2567 จะมีมูลค่า 45,000 ล้านบาท มีอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้น (CAGR) อยู่ที่ร้อยละ 10 ใกล้เคียงกับอัตราการเติบโตของตลาดโลก โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนมาจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภค ที่ตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และจริยธรรมที่มีต่อสัตว์มากขึ้น อีกทั้งการสนับสนุนจากภาครัฐที่ส่งเสริมให้เกิดความก้าวหน้าในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิต ประกอบกับในโลกยุคดิจิทัลที่การสื่อสารสะดวกรวดเร็ว เพิ่มการรับรู้และยอมรับสินค้าชนิดใหม่ๆ นอกจากนี้ ยัง
