โปรตีนสูง
อาหารแห่งอนาคต (Future Food) แนวคิดอุตสาหกรรมอาหารโลกที่หลากหลาย ทั้งรูปลักษณ์และกระบวนการผลิต มุ่งเน้นความเหมาะสมกับโลกในระยะข้างหน้า โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งการลดภาวะโลกร้อนและการสร้างระบบอาหารยั่งยืน สู่ความสำคัญด้านสุขภาพและภูมิคุ้มกัน รวมไปถึงการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตความต้องการไปตามวัยของผู้บริโภค ที่ล้วนส่งผลต่อการดําเนินธุรกิจในห่วงโซ่อุปทานอาหารและอาหารแห่งอนาคต หลังจากวิกฤตโรคโควิด-19 ความมั่นคงทางอาหารเปลี่ยนไป สภาวะการขาดแคลนอาหารเพิ่มขึ้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ สํานักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) เดินหน้าพัฒนางานวิจัย ขานรับนโยบายรัฐบาล สร้างนวัตกรรมอาหารอนาคต(Future Food) เพื่อสร้างคุณค่าทางโภชนาการ คือ ไข่ผํา หรือ คาเวียร์มรกต ตอบโจทย์กระแสคนรักสุขภาพทั่วโลก ทาง สวก. สนับสนุนทุนวิจัยในการพัฒนา นวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต หรือ Future Food กับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อศึกษาเรื่องคุณประโยชน์หรือสาระสำคัญในไข่ผำ ซึ่งตอนนี้เรามีผลการวิจัยที่ชัดเจนแล้วว่า ไข่ผำ หรือ ไข่น้ำ หรือ คาเวียร์มรกต เป็นพืชที่มีโปรตีนสูงที่สามารถมาทดแทนนมจากสัตว์ และที่สำคัญ ผลจาก Lab
ปัจจุบัน คนในโลกมี 7,300 ล้านคน คาดว่า ปี ค.ศ. 2050 โลกจะมีประชากร 9,000 ล้านคน สถานการณ์อาหารสำหรับบริโภคอาจเข้าสู่ภาวะวิกฤต องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) พบว่า แมลงและหนอนจะถูกนำมาเป็นอาหารโปรตีนที่สำคัญ ในโลกมีแมลงเป็นล้านชนิด แต่มีแมลงที่กินกันอยู่ปัจจุบัน ราว 2,000 ชนิด ปริมาณโปรตีนในแมลงบางชนิดใกล้เคียงกับเนื้อสัตว์ เช่น หมู และไก่ แต่บางชนิดก็มีมากกว่า หนอนบางชนิดให้ไขมันได้ดี เช่น หนอน สรุปได้ว่าคุณค่าทางอาหารที่ร่างกายต้องการมีครบถ้วนเหมือนเนื้อสัตว์ที่เราบริโภคกันอยู่ทุกวันนี้ และการผลิตแมลงเล็กๆ เหล่านี้ยังประหยัดทรัพยากรอาหารสัตว์ได้อีกมาก เพราะวัวน้ำหนัก 1 กิโลกรัม ใช้อาหารถึง 8 กิโลกรัม ส่วนแมลง เช่น เนื้อจิ้งหรีดในปริมาณเท่ากัน ใช้อาหารแค่ 1.2 กิโลกรัม เท่านั้น วัฒนธรรมการกินแมลงของเรามีมานานแล้ว ภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดดเด่นที่สุดในเรื่องนี้ เนื่องจากสภาพภูมิอากาศค่อนข้างแห้งแล้ง แมงกุดจี่ แมงอีนูน จิ้งโกร่ง บึ้ง เป็นอาหารยอดฮิต ในภาคเหนือแมลงก็เป็นหนึ่งในวัฒนธรรมอาหารเช่นกัน ด้วงงวงมะพร้าว ด้วงสาคู หรือ ด้วงลาน จัดว่าเป็นด้วงงวงขนาดกลาง ตัวเต็มวัย ปีกมีสีน้
