โรคปานามา
กรมวิชาการเกษตร บล็อกเส้นทางโรคระบาดปานามาจากเชื้อรา สายพันธุ์ TR4 เข้าประเทศ ชี้โรครุนแรงถึงขั้นไม่สามารถปลูกกล้วยได้อีก พันธุ์กล้วยหอมเขียวเสี่ยงติดโรค เตือนเกษตรกรไม่นำพันธุ์กล้วยที่ลักลอบให้เข้ามาปลูก ชี้ทุกส่วนของกล้วยทุกชนิดเป็นสิ่งต้องห้าม ตาม พ.ร.บ. กักพืช ฝ่าฝืนกฎหมายมีโทษทั้งจำและปรับ นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การระบาดโรคเหี่ยวฟิวซาเรียมของกล้วย ซึ่งรู้จักกันในชื่อ “โรคตายพราย” หรือ โรคปานามา ที่เกิดจากเชื้อรา Fusarium สายพันธุ์ TR4 ซึ่งพบระบาดในประเทศแถบอาเซียน กรมวิชาการเกษตร ได้เฝ้าระวังการระบาดของโรคดังกล่าว เพื่อไม่ให้เข้ามาระบาดในประเทศ โดยสั่งการให้เจ้าหน้าที่ของกรมวิชาการเกษตรในทุกพื้นที่สำรวจพื้นที่ปลูกกล้วยทั่วประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะพื้นที่ปลูกกล้วยหอมเขียวหรือกล้วยหอมคาเวนดิช ซึ่งเป็นพันธุ์ที่อ่อนแอต่อโรคตายพรายที่เกิดจากเชื้อรา Fusarium สายพันธุ์ TR4 เนื่องจากเป็นโรคที่ทำความเสียหายอย่างรุนแรง จนถึงขั้นทำให้ไม่สามารถปลูกกล้วยได้อีกในพื้นที่ที่พบการระบาดของโรค โดยปกติแล้ว โรคตายพราย
สวนกล้วยน้ำว้าในระยะที่มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักในบางแห่งของพื้นที่ช่วงนี้ กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยน้ำว้าให้สังเกตอาการของโรคปานามา สามารถพบได้ทุกระยะการเจริญเติบโตของต้นกล้วย มักพบแสดงอาการของโรคมากในระยะที่ต้นกล้วยสร้างปลี จนถึงระยะติดผล อาการเริ่มแรกพบใบกล้วยด้านนอกหรือใบแก่เหี่ยว เหลือง และลุกลามเหลืองจากขอบใบเข้ากลางใบ ก้านใบหักพับตรงรอยต่อกับลำต้น และทยอยหักพับตั้งแต่ใบด้านนอกเข้าไปสู่ใบด้านใน ซึ่งระยะแรกใบยอดยังเขียวตั้งตรง ต่อมาเปลี่ยนเป็นสีเหลือง และใบทั้งหมดจะเหี่ยวแห้ง หากตัดลำต้นกล้วยตามขวางหรือตามยาว จะพบเนื้อในของกาบใบบางส่วนเน่าเป็นสีน้ำตาล ต้นกล้วยชะงักการเจริญเติบโตและตายในที่สุด เกษตรกรควรหมั่นตรวจและกำจัดวัชพืชในแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ หากพบให้ราดบริเวณกอกล้วยหรือโคนต้นที่เป็นโรคด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืชอีไตรไดอะโซล+ควินโตซีน 6%+24% อีซี อัตรา 30 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารคาร์เบนดาซิม 50% เอสซี อัตรา 30 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารทีบูโคนาโซล 43% เอสซี อัตรา 30 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร กรณีพบอาการรุนแรงจนใบเหลืองและเหี่ยว
สวนกล้วยน้ำว้า ในระยะที่มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักในบางแห่งของพื้นที่ช่วงนี้ กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยน้ำว้าให้สังเกตอาการของโรคปานามา สามารถพบได้ทุกระยะการเจริญเติบโตของต้นกล้วย มักพบแสดงอาการของโรคมากในระยะที่ต้นกล้วยสร้างปลีจนถึงระยะติดผล อาการเริ่มแรกพบ ใบกล้วยด้านนอกหรือใบแก่เหี่ยวเหลือง และลุกลามเหลืองจากขอบใบเข้ากลางใบ ก้านใบหักพับตรงรอยต่อกับลำต้น และทยอยหักพับตั้งแต่ใบด้านนอกเข้าไปสู่ใบด้านใน ซึ่งระยะแรกใบยอดยังเขียวตั้งตรง ต่อมาเปลี่ยนเป็นสีเหลือง และใบทั้งหมดจะเหี่ยวแห้ง หากตัดลำต้นกล้วยตามขวางหรือตามยาว จะพบเนื้อในของกาบใบบางส่วนเน่าเป็นสีน้ำตาล ต้นกล้วยชะงักการเจริญเติบโตและตายในที่สุด เกษตรกรควรหมั่นตรวจและกำจัดวัชพืชในแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ หากพบให้ราดบริเวณกอกล้วยหรือโคนต้นที่เป็นโรคด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืชอีไตรไดอะโซล+ควินโตซีน 6%+24% อีซี อัตรา 30 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารคาร์เบนดาซิม 50% เอสซี อัตรา 30 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารทีบูโคนาโซล 43% เอสซี อัตรา 30 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร กรณีพบอาการรุนแรงจนใบเหลืองและเหี่ยวตา
