โรคหมู
การรับมือสถานการณ์ ASF ในเรื่องของการป้องกันโรค นับเป็นประเด็นสำคัญที่เกษตรกรควรเรียนรู้และเตรียมความพร้อม เมื่อเร็วๆ นี้ สมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้จัดงานสัมมนาสัญจรขึ้น ณ จังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดสุรินทร์ ภายใต้หัวข้อ “หลังเว้นวรรค…จะกลับมาอย่างไรให้ปลอดภัย?” เพื่อปูพื้นฐานที่เข้มแข็งให้กับเกษตรกรรายย่อยพร้อมกลับเข้ามาในระบบและทำการเลี้ยงหมูอีกครั้ง เป็นส่วนหนึ่งของการคลี่คลายสถานการณ์หมูหายไปจากระบบเป็นจำนวนมาก ด้วยสาเหตุของโรคระบาดที่เกิดขึ้น นายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระบุว่างานดังกล่าวได้รับความร่วมมือด้วยดีจากบริษัทผู้ประกอบการรายใหญ่ ซึ่งมีประสบการณ์ในการถ่ายทอดความรู้ให้เกษตรกรคอนแทร็กต์ฟาร์มมิ่งของบริษัทปลอดภัยจากโรคระบาดได้สำเร็จ และยังคงเลี้ยงหมูป้อนตลาดได้จนถึงปัจจุบัน ส่งผู้แทนนักวิชาการของบริษัทร่วมถ่ายทอดเทคนิคความรู้ดังกล่าว ร่วมกับ ผศ.น.สพ.คัมภีร์ กอธีระกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านสุกรเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และจีน ทั้งนี้ มาตรการป้องกันโรคดังกล่าว ต้องเริ่มต้นตั้งแต่การพิจารณาข้อมูลระดับจังหวัด โดยทำการโซนนิ
นายสรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยถึงรายงานของของคณะกรรมการเกษตรไต้หวัน (Council of Agriculture: COA) ว่า มีการตรวจพบการปนเปื้อนสารพันธุกรรมของเชื้อโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (สุกร) ในผลิตภัณฑ์จากหมู ที่นำเข้ามาจากประเทศเวียดนาม เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2562 แม้ว่ายังไม่มีการรายงาน พบการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรอย่างเป็นทางการ จากรัฐบาลเวียดนาม แต่ นาย Phung Duc Tien รองปลัดกระทรวงเกษตรและการพัฒนาชนบทของประเทศเวียดนาม ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ปัญหาการลักลอบนำเข้าเนื้อหมู บริเวณชายแดนระหว่างจีนและเวียดนาม ทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในหมูอย่างรุนแรง ในประเทศเวียดนาม ดังนั้น ไทยจึงมีความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากมีการเคลื่อนย้ายสัตว์-ซากสัตว์ภายในภูมิภาคอาเซียน และเชื้ออหิวาต์แอฟริกาในหมู ปนเปื้อนมากับคนและอาหารที่เป็นผลิตภัณฑ์จากหมู ที่ไม่ผ่านการปรุงสุกเพื่อการบริโภค จึงได้แจ้งเตือนให้จังหวัดตามแนวชายแดน ที่มีความเสี่ยงสูงประกาศเป็นเขตเฝ้าระวังโรคอหิวาต์แอฟริกาในหมู เพื่อยกระดับการเฝ้าระวังในการป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในหมู อีกทั้งได้มีการประชุมศูนย์ปฏ
กรมปศุสัตว์ สั่งการสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มทั่วประเทศตรวจสอบทุกฟาร์มเลี้ยงสัตว์ในความดูแล เหตุคนป่วนส่งต่อข้อมูลเท็จอ้างมีหมู-ไก่เป็นเอดส์ ส่งผลให้เกิดความตื่นตระหนกในสังคม-เกษตรกรไทยได้รับความเสียหาย ทั้งที่เป็นเรื่องเก่าตั้งแต่ปี 2551 เตือนหยุดแชร์ข้อความเท็จเพราะผิดพรบ.คอมพิวเตอร์ฯ มีโทษทั้งจำทั้งปรับ นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ในฐานะโฆษกกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้สัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มทั่วประเทศตรวจสอบฟาร์มเลี้ยงสัตว์ภายใต้การดูแลของตนเอง หลังจากมีผู้ไม่หวังดีสร้างข้อความเท็จอ้างว่ามีหมูไก่ในจังหวัดนครปฐมป่วยเป็นโรคเอดส์ ขอให้คนหยุดกินหมู-ไก่ประมาณ 6 เดือน สร้างความตื่นตระหนกแก่สังคมในวงกว้าง จากการรายงานข้อมูลทั้งประเทศ ยืนยันว่าไม่มีกรณีที่สัตว์เป็นโรคร้ายแรง และไม่มีลักษณะของสัตว์ป่วยมีแผลพุพองและล้มตายวันละนับพันตัว รวมทั้งฟาร์มเลี้ยงสัตว์ของซีพี ที่ถูกอ้างถึงในข้อความก็ไม่เคยพบโรคที่กล่าวอ้างอย่างแน่นอน “ข้อมูลเท็จเรื่องหมูไก่ที่ส่งต่อกันอยู่ในขณะนี้ เป็นเรื่องเก่าเกือบ 10 ปี ที่วนส่งต่อกันทุกปี ทำให้คนที่ไม่เคยได้รับข้อความเกิดตื่นตกใจและรีบส่งต่ออ
