โลจิสติกส์
บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CP AXTRA ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก “แม็คโคร – โลตัส” จับมือ ซีเจ โลจิสติคส์ ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีโลจิสติกส์ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ด้วยประสบการณ์กว่า 90 ปี ผสานความแข็งแกร่งด้านค้าส่ง-ค้าปลีก ของ ซีพี แอ็กซ์ตร้า เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ของ ซีเจ โลจิสติคส์ เพื่อยกระดับซัพพลายเชนแบบครบวงจร เพิ่มศักยภาพในการบริหารการเตรียมสินค้า การจัดเก็บ และกระจายสินค้าอีคอมเมิร์ซ (e-commerce fulfillment) อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมหนุนการเติบโตของทั้งสององค์กรในระดับภูมิภาค ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ ซีเจ โลจิสติคส์ จะนำเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์เข้ามาสนับสนุนการจัดการซัพพลายเชนของ ซีพี แอ็กซ์ตร้า เพื่อขับเคลื่อนสู่การเป็นผู้นำบริษัทเทคโนโลยีค้าปลีก (Retail Technology) ในอาเซียน โดยเริ่มจากการบริหารศูนย์กระจายสินค้าควบคุมอุณหภูมิที่อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พื้นที่กว่า 67,000 ตารางเมตร ครอบคลุมสินค้าประเภทแช่เย็นและแช่แข็ง กระจายสู่สาขาแม็คโครทั่วประเทศ และจะขยายไปยังศูนย์กระจายสินค้าธุรกิจค้าส่งอื่นๆ รวมพื้นที
“เบทาโกร” ร่วมกับ “มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.)” โดยศูนย์ความเป็นเลิศด้านโลจิสติกส์ ลงนามความร่วมมือด้านการวิจัย โครงการพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพตลอดห่วงโซ่อุปทานและระบบโลจิสติกส์ (Supply Chain & Logistics Excellence) ของธุรกิจ เบทาโกร มุ่งสร้างนวัตกรรม เพิ่มศักยภาพ และขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการบริหารห่วงโซ่อุปทานและโลจิสติกส์ ตอบสนองกลยุทธ์การขับเคลื่อนธุรกิจ “Betagro Powering Change” ด้าน Supply Chain Resilience และ Digital Transformation โดยในปีนี้เบทาโกรตั้งเป้าที่จะนำร่องศึกษาวิจัย และพัฒนาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสุกร หลังจากนั้นจะขยายให้ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุปทาน และระบบโลจิสติกส์ของธุรกิจเบทาโกร นายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เบทาโกรในฐานะผู้ประกอบธุรกิจอาหารและเกษตรอุตสาหกรรมครบวงจรชั้นนำ ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ เพิ่มผลิตภาพ และประสิทธิภาพของกระบวนการผลิต โดยเฉพาะก
(4 ก.ย. 62) ณ คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (CDC) กรุงเทพฯ – พนัส แอสเซมบลีย์ ร่วมกับ ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ประกาศผลการประกวดโครงการ Panus Thailand LogTech Award 2019 โครงการที่เฟ้นหา สตาร์ทอัพด้านธุรกิจโลจิสติกส์ (LogTech) รายแรกของประเทศไทย เพื่อคว้าเงินรางวัล 100,000 บาท และโล่รางวัล จากประเภทนิติบุคคลและบุคคลทั่วไป ได้แก่ ทีมบริษัท ชิปป๊อป จำกัด กับผลงานออนไลน์โลจิสติกส์บุ๊กกิ้ง พร้อมโอกาสไปดูงานโลจิสติกส์ที่ประเทศเยอรมนีร่วมกับทีมรองชนะเลิศอันดับที่ 1 และ 2 ขณะที่ประเภทนิสิตนักศึกษาระดับอุดมศึกษา ทีมที่ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัลจำนวน 30,000 บาท และโล่รางวัล ได้แก่ ทีม I’Rice Logis Tech ม.ศิลปากร กับผลงานแพลตฟอร์มบริหารจัดการข้าวและส่งมอบข้าว ตอกย้ำเจตนารมณ์ที่ต้องการสนับสนุนแนวคิดธุรกิจ รวมถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมของคนรุ่นใหม่ เพื่อยกระดับและต่อยอดให้อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ในประเทศไทยแข็งแกร่งและก้าวหน้าขึ้นสู่ระดับสากลได้ นายเฉลิมพล ตู้จินดา ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. และรองผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี สวทช. กล่าวว่
โครงการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ที่ยั่งยืนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากสหภาพยุโรป (EU) เพื่อดำเนินงานด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและความปลอดภัยในภาคการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ในประเทศกัมพูชา สปป. ลาว เมียนมา เวียดนาม และไทย บรรลุเป้าในการช่วยเหลือและสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) กว่า 500 ราย ให้สามารถประหยัดเชื้อเพลิงและเกิดการขับขี่ที่ปลอดภัย มีระบบการขนส่งสินค้าอันตรายที่ปลอดภัย มีการพัฒนาแผนธุรกิจสำหรับการเข้าถึงบริการทางการเงิน ตลอดจนเกิดการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการขนส่งสีเขียว ตลอดระยะเวลา 3 ปี ของการดำเนินงาน (ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2559 – มกราคม 2562) โครงการได้ฝึกอบรม SMEs จำนวน 513 ราย ในภูมิภาค ซึ่งครอบคลุมพนักงานขับรถบรรทุกมากกว่า 600 คน ส่งผลให้เกิดการประหยัดเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ย ร้อยละ 15.90 สำหรับรถหนักวิ่งเปล่า และร้อยละ 16.86 สำหรับรถหนักบรรทุกสินค้า ในส่วนที่เกี่ยวกับการขนส่งสินค้าอันตราย โครงการได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงคมนาคมของประเทศเป้าหมายต่างๆ เพื่อปรับปรุงกฎระเบียบและข้อบังคับ ส่งผลให้กระทรวงคมนาคมและการ
