ใบย่านาง
ย่านาง เป็นผักพื้นบ้านที่ชาวบ้านอย่างเราๆ รู้จักมักคุ้นกันดี แต่สำหรับผู้ที่เคยแต่ได้ลิ้มรส เคยได้ยินแต่ชื่อ อาจจะไม่ค่อยได้รู้ว่า รูปลักษณ์เป็นอย่างไร กำลังนินทาถึง “ย่านาง” หรือผักย่านาง เถาย่านาง เคยฟังเพลงลูกทุ่งเพลงหนึ่งที่เพราะมากและเก่ามาก ชื่อเพลงมนต์รักลูกทุ่ง รำพันวรรคหนึ่งว่า เห็ดตับเต่าขึ้นอยู่ริมเถาย่านาง มองเห็นบัวสล้างลอยอยู่ริมบึง…ย่านาง เป็นไม้เลื้อยชนิดหนึ่ง มีสรรพคุณที่เป็นประโยชน์แก่คนเรามาก ประโยชน์ทางยา ประโยชน์ทางอาหาร และประโยชน์ทางเครื่องใช้ไม้สอย อาหารหลายอย่าง ที่จะอร่อยได้รสชาติสมจริงของพื้นถิ่นและทางภาคอีสานและภาคเหนือ แกงหน่อไม้ สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ น้ำคั้นจากใบเถาย่านาง โดยนำเอาใบย่านาง หรือเถาย่านางมาโขลกให้แตก แล้วคั้นน้ำเย็นสะอาดธรรมดา ได้น้ำคั้นที่ข้นเหนียว สีเขียวคล้ำ มีคนทดลองใช้เครื่องปั่น น้ำที่ได้ข้นเหนียวก็จริงแต่สีขุ่นเหมือนขี้โคลน สู้คั้นด้วยมือไม่ได้ น้ำคั้นนี้ใช้ผสมต้มกับหน่อไม้สดที่ซอย หั่น ทุบแล้ว แต่ถ้าจะทำซุบหน่อไม้ มักจะต้มทั้งหน่อไม้แล้วเอาออกมาปรุงซุบหน่อไม้ จริงๆ แล้วน่าจะเรียกว่า ลาบ หรือยำหน่อไม้มากกว่า เพราะซุปทำให้มองเห็นน้ำต้มจืด
ปัจจุบัน น้ำคลอโรฟิลล์ ได้รับความนิยมดื่มเพื่อรักษาสุขภาพกันอย่างกว้างขวาง ทั้งนี้ เพื่อช่วยล้างพิษตกค้างในร่างกายและสร้างพลังงานแก่ร่างกาย อีกทั้งยังป้องกันรักษาโรคบางชนิดได้ จึงมีให้เห็นแพร่หลายในรูปแบบต่างๆ คลอโรฟิลล์สกัดจากพืชหลายชนิด แม้แต่สมุนไพรของคนภาคเหนือ ก็สามารถนำมาสกัดเป็นน้ำคลอโรฟิลล์ได้เช่นกัน โดยกลุ่มเครือข่ายสุขภาพพึ่งตนเองในเขตภาคเหนือ (เชียงใหม่-ลำพูน) ได้นำสมุนไพรท้องถิ่นภาคเหนือ ได้แก่ ใบย่านางกับสมุนไพรที่ออกฤทธิ์เย็นมาสกัด ทำน้ำคลอโรฟิลล์เพื่อสุขภาพราคาประหยัดและหาได้ง่ายในชุมชน คุณสุเมธ พรหมรักษา วิทยากรเครือข่ายสุขภาพพึ่งตนเองตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ได้กล่าวว่า “ใบย่านาง” หรือที่คนภาคเหนือเรียกว่า “ผักจอยนาง” นิยมนำมาขยี้กับน้ำใส่แกงหรือห่อหมกหน่อไม้ เชื่อว่ามีฤทธิ์ลดพิษของหน่อไม้ จึงได้นำใบย่านางมาสกัดทำน้ำคลอโรฟิลล์ หรือน้ำเขียวเพื่อใช้ล้างพิษ และปรับสมดุลของร่างกาย เนื่องจากสาเหตุของการเจ็บป่วย อาหารเป็นพิษไม่สมดุล พิษจากการไม่ออกกำลังกายหรือออกกำลังกายอิริยาบถไม่ถูกต้อง พิษจากมลพิษต่างๆ “การสัมผัสเครื่องยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงการพักผ่อนไม่เพียงพอ ก็อาจเป
ย่านาง หรือ Tiliacora triandra Diels อยู่ในวงศ์ Menispermaceae ย่านาง มีถิ่นกำเนิดในตอนกลางของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พืชวงศ์ย่านางนี้มีราว 70 ตระกูล ส่วนใหญ่เป็นไม้เลื้อยในป่าเขตร้อนและในป่าไม้ผลัดใบในทวีปเอเชียและอเมริกาเหนือ ย่านางพบขึ้นตามป่าผลัดใบ ป่าดงดิบ และป่าโปร่ง ในทุกภาคของประเทศไทย ภาคกลาง เรียก เถาย่านาง เถาหญ้านาง เถาวัลย์เขียว หญ้าภคินี เชียงใหม่ เรียก จ้อยนาง จอยนาง ผักจอยนาง ภาคใต้ เรียก ย่านนาง ยานนาง ขันยอ ยาดนาง วันยอ ภาคอีสาน เรียก ย่านาง ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ย่านาง เป็นไม้เลื้อย เป็นเถากลมขนาดเล็กเหนียวมีสีเขียว เถาอ่อนมีขนอ่อนปกคลุม เถาแก่ผิวเรียบมีสีเข้ม มีข้อห่างๆ รากมีขนาดใหญ่ มีหัวใต้ดิน ใบ เป็นใบเดี่ยวติดกับลำต้นแบบสลับ ใบคล้ายรูปไข่ หรือรูปไข่ขอบขนาน ปลายใบเรียว ฐานใบมน ขนาดใบยาว 5-10 เซนติเมตร กว้าง 2-4 เซนติเมตร ขอบใบเรียบ ผิวใบเป็นคลื่นเล็กน้อย ก้านใบยาว 1-1.5 เซนติเมตร ใบมีสีเขียวเข้ม หน้าและหลังใบเป็นมัน ดอก แยกเพศอยู่คนละต้น ไม่มีกลีบดอก ออกเป็นช่อตามซอกใบและตามลำต้น ช่อหนึ่งมี 3-5 ดอก ยาว 2-5 เซนติเมตร ต้นเพศผู้ จะมีดอกสีน้ำตาล อับเรณูสีเหลืองอ่อน ดอกย
เมื่อพูดถึงแกง“ แกงเปรอะ” หากใครเป็นคออีสานรสแซบ ก็ต้องคุ้นเคยกับกลิ่นหอมของแกงได้ดี แกงเปรอะหรือแกงหน่อไม้ใบย่านาง เป็นอาหารพื้นเมืองอีสานโบราณ ที่ลูกอีสานทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ภาคไหนๆ ต้องรู้จักและคุ้นเคยดี คนอีสานมีวิถีการดำเนินชีวิตที่เรียบง่าย พร้อมกับการรับประทานอาหารอย่างง่ายๆ ได้ทุกอย่าง เพื่อดำรงชีวิตให้สอดคล้องกับธรรมชาติของภาค รู้จักหาสิ่งต่างๆ ที่สามารถบริโภคได้ในท้องถิ่นมาดัดแปลงเป็นอาหาร สำหรับอาหารของคนอีสานในแต่ละมื้อจะมีเพียง 2-3 จาน ง่ายๆ ซึ่งทุกมื้อจะต้องมีผักเป็นส่วนประกอบหลัก ถ้าเป็นเนื้อ ส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อปลา หรือเนื้อวัวเนื้อ ควาย เป็นส่วนมาก ในเรื่องรสชาติอาหารนั้นไม่มีตายตัวแล้วแต่ความชอบของบุคคล แต่อาหารพื้นบ้านอีสานส่วนใหญ่แล้วจะออกรสชาติไปทางเผ็ด เค็ม และไม่นิยมรสเปรี้ยว เครื่องปรุงอาหารอีสานที่สำคัญและขาดไม่ได้เลย คือ ปลาร้า ซึ่งเป็นภูมิปัญญาการถนอมอาหารของบรรพบุรุษ ทุกครัวเรือนต้องมีปลาร้าไว้ประจำครัว เพราะปลาร้าใช้เป็นส่วนประกอบหลักของอาหารได้ทุกประเภท เหมือนกับชาวไทยภาคกลางใช้น้ำปลานั่นเอง ทำไมคนอีสาน จึงนิยมแกงหน่อไม้ใส่ใบย่านาง อาหารอีสานใช่ว่าจะมีแต่แก
อาจเป็นเพราะกระแสสุขภาพทำให้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กระแสของ “ต้มยำเห็ดรวม” มาแรงที่น่าสนใจคือ การใส่น้ำคั้น ใบย่านาง ในต้มยำเห็ด แกงอ่อม แกงเลียง แกงเปรอะ ฯลฯ ช่วยเพิ่มความแซ่บ หอมยิ่งนักล่าสุด ในหมวดน้ำสมุนไพร ซึ่งมีตั้งแต่น้ำใบบัวบก น้ำนมข้าวโพด น้ำเบอรี่ น้ำแรดิช เริ่มมี “น้ำใบย่านาง”“ย่านาง” เป็นสมุนไพรเพื่อการรักษาโรคมานาน หมอยาอีสานเรียกว่า “หมื่นปี บ่ เฒ่า” แปลว่าขนาดอายุถึงหมื่นปียังไม่แก่! เพราะช่วยปรับสมดุลในร่างกายตามตำราว่า ย่านาง มีฤทธิ์เย็น มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงจึงจัดเป็นยาอายุวัฒนะ ป้องกันโรคได้สารพัดตั้งแต่ความดันสูง เบาหวาน ปวดตามกล้ามเนื้อ รักษาอาการเกร็งชัก โรคเกาต์ ภูมิแพ้ ว่ากันว่าหากดื่มน้ำคั้นใบย่านางเป็นประจำช่วยลดขนาดก้อนเนื้อร้ายให้ฝ่อและเล็กลงได้ ฯลฯใบย่านาง เมื่อนำมาเป็นส่วนผสมในอาหาร เช่นในแกงหน่อไม้จะช่วยต้านพิษกรดยูริกในหน่อไม้ได้อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยโรคไตระยะสุดท้ายไม่ควรดื่มน้ำคั้นใบย่านาง เพราะสารอาหารอย่างวิตามินเอ ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมที่อยู่ในใบย่านาง จะทำให้การทำงานของไตลดลง ที่มา :นสพ.มติชน
