ไผ่รวก
แม้ว่าทุกวันนี้สถานการณ์ของการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 นั้น ยังพบอยู่ให้เห็นทุกวัน ทำให้ชาวบ้านหลายคนในทุกพื้นที่ของประเทศไทย ส่วนใหญ่เริ่มต้องปรับการอยู่ในรูปแบบใหม่ๆ ขึ้น ซึ่งจะพบว่าหลายคนเริ่มจะหันทำงานเป็นเจ้านายตัวเอง และอีกหลายคนก็เริ่มที่จะหันมากลับบ้านเกิดเพื่อที่จะทำไร่ทำสวน หางานเล็กๆ น้อยๆ ทำ ก็เหมือนที่บ้านฝั่งแวน หมู่ที่ 11 ตำบลเชียงบาน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ชาวบ้านส่วนใหญ่ที่เห็นจะมีผู้สูงอายุค่อนข้างที่จะเยอะ บวกกับสถานการณ์ในเรื่องของโควิด-19 ก็ทำให้วิถีความเป็นอยู่ของชาวบ้านแห่งนี้เปลี่ยน ทั้งนี้ ทางกำนันตำบลเชียงบาน ซึ่งเป็นชาวบ้านฝั่งแวนแต่กำเนิดก็ได้หาสิ่งต่างๆ มาพัฒนาต่อยอดให้เกิดรายได้แก่ชาวบ้านและชุมชน สร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รวมทั้งผู้สูงอายุและชาวบ้านก็ไม่ต้องมานั่งเครียดอยู่แต่ที่บ้านในการที่จะออกไปไหนมาไหนไม่ได้ ทั้งนี้ ก็ได้มีการรวมกลุ่มที่ชื่อว่าสัมมาชีพขึ้นเพื่อที่จะมาร่วมทำการสร้างสรรค์ผลงานที่เกิดจากไม้ไผ่ให้เป็นเฟอร์นิเจอร์จากธรรมชาติที่มีมูลค่าที่สูงขึ้นด้วย คุณนพดล เข็มเพชร หรือ กำนันเอฟ กำนันตำบลเชียงบาน เป็นหนึ่งในชาวบ้านฝั่งแวน เล่าว่า การที่ตนเ
คุณณรงค์ ไทยเจริญ เจ้าของสวนไผ่เนื้อที่ 22 ไร่ ในพื้นที่ตำบลดีลัง อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี เขาชื่นชอบต้นไผ่เป็นอย่างมาก ปลูกไผ่จำนวน 3 พันธุ์ คือ ไผ่หม่าจู ไผ่รวก และไผ่เลี้ยง ไผ่หม่าจู คุณณรงค์ชื่นชอบการปลูกไผ่หม่าจูเป็นพิเศษเพราะสามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งจากหน่อและลำต้น ลำต้นไผ่หม่าจูสามารถทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ เตียง ส่วนหน่อไม้พันธุ์หม่าจู มีรสชาติหวานกรอบอร่อย ไม่มีขม ไผ่หม่าจูจัดอยู่ในตระกูลไผ่หวาน มีสีเนื้อที่ขาวปราศจากสารฟอกสี นำไปรับประทานได้โดยที่ไม่ต้องต้มน้ำเพื่อลวกหน่อไม้ นำมาปรุงอาหารได้เลย ไผ่พันธุ์หม่าจู ขยายพันธุ์ได้ 2 วิธี คือ 1. การตอนกิ่งแขนง ไม่สามารถนำกิ่งที่มีความอ่อนมาใช้ได้ กิ่งที่นำมาใช้จะต้องอยู่ในช่วงกลางๆ ไปจนถึงระดับที่เรียกว่าแก่เลยทีเดียว 2. การเพาะชำเหง้า หากช่วงนั้นพื้นดินมีความชื้นสูงๆ ก็สามารถนำลำต้นปักลงหลุมได้ทันที ไผ่รวก ไม้อเนกประสงค์ ส่วนไผ่รวก คุณณรงค์ปลูกเป็นแถวเพื่อใช้เป็นแนวบังลม เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้มีลมค่อนข้างแรงในบางฤดู ไผ่รวกเป็นไผ่ที่ปลูกได้ง่าย แต่ใช้เวลาปลูกดูแลนานถึง 4 ปีเลยทีเดียว กว่าที่ไผ่รวกจะเติบโตโดยสมบูรณ์แบบ ส่วนหน่อไผ่
ผมมีความสงสัยว่าไผ่รวกบ้านเรามีกี่ชนิด หรือมีกี่สายพันธุ์ เนื่องจากผมเดินทางไปต่างจังหวัดหลายจังหวัด เคยเห็นไผ่รวกแต่สังเกตเห็นว่ามีความแตกต่างกัน บางแห่งเห็นมีลำและปล้องใหญ่ บางแห่งเห็นขนาดลำเล็ก ผมจึงถือโอกาสเขียนจม.มาถามคุณหมอเกษตร เพื่อให้หายสงสัย ผมจะติดตามอ่านในคอลัมน์หมอเกษตร-ทองกวาว ต่อไป ไผ่รวก เป็นพืชอยู่ในวงศ์เดียวกับหญ้าที่พบเห็นทั่วไป ไผ่ชนิดนี้มีลักษณะเด่นคือ มีกาบหุ้มบางแนบชิดกับลำ ไม่หลุดร่วงง่าย แม้อายุมากก็ตาม ยอดกาบบาง เรียว สอบไปหาปลาย ไม่มีครีบที่กาบ ประเทศไทยพบว่ามีไผ่รวก 2 ชนิด คือ ไผ่รวกดำ หรือ ไผ่รวกใหญ่ มักขึ้นอยู่ในป่าเบญจพรรณปะปนอยู่กับต้นสัก ลำหรือลำต้นมีสีเขียวเข้ม ผิวเรียบเป็นมัน ขึ้นเป็นกอแน่น สวยงาม ปล้องมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5-8 เซนติเมตร และยาว 10-15 เมตร กาบหุ้มลำมีสีเขียวไปถึงสีส้ม ไม่หลุดออกง่าย ขอบของกาบมีขน ปลายกาบมนไม่มีครีบ มียอดแหลมงอพับรูปหอกแกมขนาน ปลายใบเรียว ส่วนโคนกลม ยาว 15-20 เซนติเมตร กว้าง 1.2-2.0 เซนติเมตร เนื้อไม้แกร่ง ทนทาน นิยมนำมาทำโครงร่ม โครงพัด บันได เครื่องประดับ และเข่งสาน พบมากในทางเหนือของไทย และอีกชนิดหนึ่ง ไผ่รวกเล็ก ห
ไผ่ หรือ ไม้ไผ่ เชื่อเหลือเกินว่า ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดี ตั้งแต่เมื่อก่อนเก่าเนานาน คนไทยนำมาใช้ประโยชน์กับชีวิตประจำวันกันอย่างแพร่หลาย ตราบจนทุกวันนี้ เป็นองค์ประกอบของปัจจัยสี่ที่คุ้มค่าที่สุด เพราะในผืนถิ่นแดนไทยเรามีไผ่สารพัดที่อยู่ในป่า หรือเสาะหานำมาปลูกไว้ในที่ไร่ท้ายสวน รอบรั้วข้างบ้าน เอาหน่อไม้มาทำอาหาร ใบใช้ห่อขนม กระบอกไม้ไผ่ใช้เป็นอุปกรณ์ทำอาหาร บรรจุน้ำ ไม้ไผ่นำมาทำที่พักอยู่อาศัย กระท่อมน้อยคอยรัก สับฟากปูพื้น ทำแคร่ ทำก้านตับหญ้าคา ตับจาก ตับแฝกมุงหลังคา ทำรั้ว ทำตอกมัดของมัดรวงข้าว ใช้จักสานทำเครื่องมือเครื่องใช้ อาวุธ ด้ามดาบ ด้ามหอก ด้ามมีดพร้าขวาน จอบเสียม สานกระติบข้าว กระบุง ตะกร้า เข่ง กระด้ง ตะแกรง สุ่มไก่ ลอบ ไซ ข้องหาปลากบเขียด จนถึงยุคปัจจุบันก็ยังนิยมนำหน่อไผ่ ที่เรียกหน่อไม้ มาทำอาหาร ต้มผัดแกงทอด หน่อไม้ดอง หน่อไม้ปี๊บ นำไม้ไผ่มาใช้ทำรั้ว ทำไม้สอย ทำโครงโรงเรือน นั่งร้าน ค้ำยันกิ่งต้นไม้ ทำโต๊ะเก้าอี้นั่งเล่น ทำกระท่อมนั่งเล่น ทำไม้จิ้มฟัน ไม้เสียบลูกชิ้น ไม้เสียบหมู-ปลา ตะเกียบ ไม้ก้านธูป เยื่อกระดาษ ใบรากทำปุ๋ย ทำเฟอร์นิเจอร์ เครื่องประดับ แม้แต่งานก
หน่อไม้ป่าบ้านยางโทน – “หน่อไม้บ้านหนูอร่อยแน่นอนค่ะ หวานกรอบ ทุกบ้านจะต้องมีหน่อไม้เก็บเอาไว้ นี่แหละคือ บ้านยางโทนค่ะ” น้องปอ ด.ญ.ธนพร บริสุทธิ์ บอกเล่าเอกลักษณ์ของบ้านยางโทน หน่อไม้ป่าบ้านยางโทน -บ้านยางโทน ต.ศรีมงคล อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี มีป่าชุมชนขนาดใหญ่ พื้นที่ 1,847 ไร่ ตั้งอยู่ในเขตลุ่มน้ำห้วยโป่งช้างเผือก เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าวังใหญ่ และป่าแม่น้ำน้อย ลักษณะเป็นป่าเบญจพรรณและป่าไผ่รวกที่มีความสมบูรณ์ ทำให้ชาวบ้านมีรายได้จากป่ามากมายในแต่ละปี โดยเฉพาะผลผลิตจากหน่อไม้ เนื่องจากความสมบูรณ์ของไผ่รวกที่มีกระจายทั่วผืนป่า ชาวบ้านสามารถเก็บหน่อไผ่รวกไปขายสร้างรายได้มากมาย บางบ้านนำมาใส่ถุงพลาสติกมัดให้แน่นและนำไปนึ่งเพื่อถนอมอาหารเก็บไว้กินได้ ตลอดปี การเก็บหน่อไม้จึงแทบจะเป็นอาชีพหลักเลี้ยง คนในชุมชน หากไม่มีวิธีจัดการ วันหนึ่งหน่อไม้อาจจะค่อยๆ หมดไป กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และป่าชุมชนบ้านยางโทน จึงตั้งกติการ่วมกันในการกำหนดวันปิดป่าทุกปีในช่วงปลายฝน เพื่อพักให้หน่อไม้โตขึ้นเป็นไผ่กอใหม่เพื่อเพิ่มปริมาณไผ่ให้มีมากขึ้นๆ “ปีนี้เพิ่งประกาศปิดป่าไปเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พอปิดป่าแล้ว ชาว
