ไผ่หวาน
กลางพื้นที่สีเขียวของบ้านนาส้มโฮง ตำบลนาแก อำเภอนาวัง จังหวัดหนองบัวลำภู มีฟาร์มเกษตรเล็กๆ ที่กำลังเติบโตอย่างมั่นคงในโลกยุคดิจิทัล จากกระแสการขายที่กำลังได้รับความนิยมในโลกออนไลน์ ฟาร์มแห่งนี้ชื่อว่า “โกโก้ฟาร์ม” ผู้เป็นเจ้าของคือ คุณโกโก้-อริสรา จุลกองฮ้อ เกษตรกรรุ่นใหม่ผู้จับมือกับคุณแม่ลุยทำการเกษตรวิถีใหม่ โดยปลูกพืชพื้นบ้านที่หลายคนมองข้าม อย่าง “ผักไห่หวาน” และ “บุกหวาน” จนสามารถสร้างรายได้ต่อเนื่องทุกวัน พร้อมก้าวสู่การเป็นเกษตรกรออนไลน์ตัวจริง ส่งตรงสินค้าจากสวนถึงมือผู้บริโภคทั่วประเทศ จากผืนดินเปล่า…สู่แปลงผักทำเงิน คุณโกโก้ เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนครอบครัวเปิดร้านขายต้นไม้เล็กๆ อยู่ในพื้นที่แห่งนี้ เมื่อมีเงินเก็บได้ตัดสินใจซื้อที่ดินขนาดประมาณ 7 ไร่ คุณแม่จึงเริ่มปรับพื้นที่และพัฒนาดินให้เหมาะกับการปลูกผักพื้นบ้าน โดยเลือกผักไผ่หวานเป็นพืชหลัก เนื่องจากตลาดมีความต้องการสูง ทั้งกลุ่มร้านอาหารและแม่ค้าในตลาดสด มีความต้องการผักสดปลอดสารทุกวัน ต่อมาคุณโกโก้ได้ขยายการปลูกบุกหวานพืชที่กำลังเป็นที่นิยม สามารถทานได้ทั้งหัวและลำต้น โดยเฉพาะรสสัมผัสกรอบอร่อย ใช้ประกอบอาหารได้หลา
ที่ผู้เขียนเกริ่นหัวเรื่องเช่นนี้ ก็เพราะว่าสำหรับเกษตรกรรายย่อย คือไม่ทำอะไรให้ใหญ่โต ทำแบบพอเพียง ชีวิตก็มีความสุขได้ เพราะชีวิตคนเรานั้นไม่ได้อยู่ยืนยาวถึงพันปี จะเสาะหาเอาอะไรไปมากมาย เป็นทุกข์กับชีวิตเปล่าๆ หาไปเยอะก็แค่นั้น เหนื่อย ทำงานมากไป โรคภัยไข้เจ็บก็ถามหา อย่างเช่นชีวิตของเกษตรกรรายย่อยคนนี้ คุณณรงค์ศักดิ์ แป้นเพชร อยู่บ้านเลขที่ 53 หมู่ที่ 3 ตำบลสันเขื่อน อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ แต่เดิมเขาเป็นคนจังหวัดนครสวรรค์ พ่อแม่มีอาชีพทำนา คุณณรงค์ศักดิ์ไปมีครอบครัว มีภรรยาอยู่เมืองแพร่ ตอนแรกไปเป็นคนงานเพาะกล้าไม้ให้กับกรมป่าไม้ พอหมดฤดูเพาะกล้าไม้ คุณณรงค์ศักดิ์มีอาชีพค้าขาย ขายทุกอย่าง เช่น ต้มข้าวโพดขายตามหมู่บ้าน ใช้มอเตอร์ไซค์พ่วงข้างสองคนกับภรรยา ต่อมาภรรยาเขาเสียชีวิตไป เขาก็อยู่กับลูกชายสองคน เวลานี้ลูกชายเรียนจบระดับอาชีวะทั้งสองคน มีการมีงานทำกันหมดแล้ว คุณณรงค์ศักดิ์ ไปรับจ้างเพาะกล้าไม้กับกรมป่าไม้ จนได้ความรู้เกี่ยวกับการเพาะชำมาพอสมควร การไปรับจ้างเขาเพาะกล้าไม้จะมีรายได้จากงานเหมา เช่น เหมาใส่ถุงดำเรียบร้อย 1,000 ต้น ได้ 1,000 บาท คุณณรงค์ศักดิ์ทำกับลูกชายสองคน จะมีร
ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ของกรมป่าไม้ เขตป่าสงวนแห่งชาติ-ลำน้ำน่าน มีอยู่หลายพื้นที่ หลายหมู่บ้าน เช่น หมู่บ้านนาตอง หมู่บ้านน้ำกลาย บ้านน้ำพร้า อยู่ในเขตตำบลนางพญา อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นเขตเชื่อมติดต่อกันที่หมู่บ้านน้ำพร้า อำเภอท่าปลา อยู่ติดกับเขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ ผู้คนในสมัยก่อน ใครอยากได้พื้นที่เพื่อทำการเกษตรไม่ต้องมีการซื้อหากันด้วยเงินหมื่นเงินแสนเหมือนในยุคปัจจุบัน คนรุ่นก่อนเขาจะเข้าป่าถือมีด เสียม เข้าไปจับจองกันได้เลย ใครอยากได้เท่าไร ก็หักร้างถางป่าเอาได้เลย อันดับแรกเขาจะถางป่าปลูกข้าวไร่ก่อน ต่อจากนั้นก็จะลงพืชอย่างอื่น เช่น กาแฟ ใบเมี่ยง (ใบชาหมัก) หรือมะม่วงหิมพานต์ อันเป็นพืชยืนต้น เขาจะพากันจับจองพื้นที่ติดลำห้วยและเชิงเขา มาตั้งแต่สมัย ปู่ ย่า ตา ยาย ดังนั้น หมู่บ้านนาตอง บ้านน้ำกลาย จะเป็นหมู่บ้านริมห้วยขนาดใหญ่ปลูกอยู่เป็นหย่อมๆ ตามเชิงเขา จะมีรายได้จากการขายหน่อไม้ กาแฟ เสาวรส ใบชาเมี่ยง แต่ละครอบครัวจะจับจองที่ดินครอบครัวละ 5-10 ไร่ หรือ 20 ไร่ แต่ที่ดินเหล่านี้จะไม่มีเอกสารใดๆ รองรับ บ้านเมืองสมัยก่อน กรมป่าไม้เขาไม่ได้เข้มงวดอะไร เพราะ
การปลูกไผ่เพื่อขายหน่อ จัดเป็นรูปแบบเกษตรกรรมอินทรีย์และปลอดสารพิษ เนื่องจากไม่ได้มีการใช้สารเคมีเลย นอกจากนั้น การปลูกไผ่ยังช่วยลดโลกร้อนได้ดีกว่าต้นไม้หลายชนิด อย่างกรณีของ คุณภัทรา จันทร์ศรี เจ้าของ “บ้านสวนไผ่หวาน” เลขที่ 77/4 หมู่ที่ 13 ตำบลด่านนาขาม อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ โทร. (081) 366-4142 ที่ปลูกไผ่บงหวานมานานเกือบ 14 ปี ปลูกไผ่บงหวาน 10 กว่าไร่ไว้ที่จังหวัดแพร่ ต่อมาได้ต่อยอดมาเปิดร้านอาหาร นำหน่อไผ่บงหวานมาประกอบเป็นอาหารในร้านทั้งหมด ซึ่งน่าสนใจเป็นอย่างมาก คุณภัทรา เล่าย้อนกลับไปว่า ตนเองทำงานบนเส้นทางของข้าราชการครูมานานถึง 14 ปี ต่อมาในปี พ.ศ. 2549 ก็ได้รับการแนะนำจากน้องสาวให้ลองปลูกไผ่บงหวาน ก็ได้ศึกษาเรื่องไผ่บงหวานและก็ได้ตัดสินใจไปซื้อพันธุ์ไผ่บงหวานที่จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 500 กล้า เป็นเงิน 25,000 บาท และก็ได้นำมาปลูกและขยายมาเรื่อยๆ ในช่วงที่ปลูกไผ่บงหวานช่วงแรกๆ นั้น เนื่องจากต้นไผ่ยังเล็กมาก จึงมีพื้นที่เหลือว่างระหว่างแปลงอยู่ ได้ปลูกผักแซมตามแปลงไผ่ ซึ่งได้แก่ ผักบุ้ง พริก มะเขือ เพื่อให้มีรายได้ในช่วงแรกๆ หลังจากปลูกมาประมาณ 10 เดือน เริ่มเก็บหน่อไม้ขาย
ทุกวันนี้น้อยคนนักที่จะรู้จักพันธุ์ของไผ่ ส่วนมากเมื่อได้พบเห็นก็มักรู้เพียงว่า มันคือ ต้นไผ่ เท่านั้น วันนี้จะมานำเสนอไผ่อีกชนิด ที่มีการปลูกขยายพันธุ์เมื่อไม่นานมานี้ให้ทำความรู้จักกัน ซึ่งเกษตรกรผู้ริเริ่มขยายพันธุ์ ได้นำมาเผยแพร่ข้อมูลและนำมาให้ผู้ร่วมงาน ในงานสัมมนา “สุดยอดนวัตกรรมจากไผ่ของไทย” ซึ่งจัดโดย บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ศูนย์ฝึกอาชีพ Matichon Academy และหนังสือพิมพ์ข่าวสด ได้ลองกินกัน คุณสุรูป แสนขันธ์ และกล้าพันธุ์ไผ่รวกหวานภูกระดึง 58 คุณสุรูป แสนขันธ์ คือเกษตรกรผู้ริเริ่มขยายพันธุ์ไผ่รวกหวาน “ภูกระดึง 58” ณ บ้านเลขที่ 243 หมู่ที่ 5 บ้านซำบ่าง ตำบลห้วยส้ม อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย ชื่อไผ่รวกหวาน “ภูกระดึง 58” นี้ มีที่มาจาก เป็นไผ่รวกที่พบบนพื้นที่ยอดดอยภูกระดึง และ 58 คือ ปีที่คุณสุรูปเริ่มขยายพันธุ์จนสำเร็จ จนได้มีการจำหน่ายต้นพันธุ์ ทำให้ไผ่รวกหวานสายพันธุ์นี้เป็นที่รู้จักนั่นเอง แต่เดิมนั้น คุณสุรูป รับราชการครู สอนในรายวิชาการงานอาชีพ ซึ่งถือว่ามีความรู้ทางด้านเกษตรอยู่แล้ว ซึ่งในพื้นที่บ้านก็ได้มีการปลูกมะนาวไว้ และเป็นผู้รู้ที่ให้ความรู้
เมื่อเอ่ยชื่อพระธาตุช่อแฮ ปูชนียสถานอันสำคัญของเมืองแพร่ หายากที่จะมีคนบอกว่าไม่รู้จัก เพราะนักท่องเที่ยวจากทุกภูมิภาคของประเทศไทย เมื่อไปท่องเที่ยวเมืองเหนือแล้วมักจะแวะกราบไหว้นมัสการพระธาตุช่อแฮก่อนที่จะขึ้นไปท่องเที่ยวยังจังหวัดอื่นในเมืองเหนือ เช่น น่าน เชียงราย พะเยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทัวร์ 9 วัด แล้วก็มักจะไม่พลาดที่จะต้องไปกราบไหว้พระธาตุช่อแฮ เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยเฉพาะผู้ที่เกิดปีขาลหรือปีเสือ เพราะพระธาตุช่อแฮเป็นพระธาตุสำหรับผู้เกิดปีขาล ที่ตำบลป่าแดง และตำบลช่อแฮ เป็นตำบลที่มีการปลูกไผ่หวานมีชื่อเสียงของจังหวัดแพร่ เพราะต้นกำเนิดของไผ่หวานพันธุ์นี้จะไปจากแหล่งตำบลช่อแฮนี้ ต้นกำเนิดของไผ่หวานพันธุ์นี้ แรกเริ่มไปจากจังหวัดน่าน ประมาณ 30-40 ปีผ่านมาแล้ว สมัยนั้นบริเวณเขตตำบลป่าแดง ชาวบ้านมีอาชีพทำใบชาเมี่ยง หรือสวนเมี่ยง บริเวณภูเขา ซึ่งปัจจุบันเป็นอุทยานแห่งชาติขุนน่าน มีเขื่อนขนาดใหญ่ กักแม่น้ำน่านไว้ เรียกว่า เขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งใครๆ ก็รู้จัก บริเวณเขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งอยู่ในเขตอำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นเขตติดต่อกันระหว่างตำบลป่าแดง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ จา
การบรรยายสัมมนาไผ่ในครั้งที่ผ่านมา ทางกองบรรณาธิการเทคโนโลยีชาวบ้านหวังว่าท่านผู้อ่านได้รับสาระความรู้จากวิทยากรผู้ที่มีประสบการณ์โดยตรงกับไผ่ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านสายพันธุ์ต่างๆ ที่บางท่านยังไม่เคยรู้จักมาก่อน รวมถึงการนำมาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของเครื่องใช้ ไปจนถึงอาหารและยา เรียกได้ว่าคุณประโยชน์จากไผ่มีครบทั้ง 4 ปัจจัย สำหรับเนื้อหาการบรรยายในตอนนี้เป็นตอนจบ แล้วยังคงอัดแน่นด้วยเนื้อหาสาระเช่นเดิม และเป็นประสบการณ์จริงจากผู้ประกอบธุรกิจเฟอร์นิเจอร์จากไผ่เพราะมีความหลงใหลในความสวยงามและเสน่ห์จากไผ่ ท่านคือ คุณพิสิษฐ์ อมรกิจเจริญ เจ้าของกิจการผลิต-จำหน่ายเฟอร์นิเจอร์มานานหลายสิบปี ความจริงในอดีตเจ้าของธุรกิจรายนี้ผลิตและขายเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากเหล็กแล้วส่งขายทั่วประเทศ กระทั่งเมื่อมาจับกลุ่มอยู่ในแวดวงไผ่จึงทำให้เกิดความสนใจ แล้วจากนั้นได้ศึกษาหาความรู้ทุกเรื่อง แล้วทดลองปลูกจนประสบความสำเร็จ ในที่สุดตัดสินใจปรับธุรกิจตัวเองมาผลิตเฟอร์นิเจอร์จากไผ่เลี้ยงหวานแล้วได้รับความนิยมจนถึงในปัจจุบัน คุณพิสิษฐ์ กล่าวว่า ธุรกิจที่ประกอบเป็นอาชีพอยู่ขณะนี้คือการผลิตเฟอร์นิเจอร์ที่
