ไฟป่า
วันที่ 4 เมษายน 2567 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านมลพิษอากาศและภูมิอากาศ (Hub of Talents on Air Pollution and Climate – HTAPC) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง (มธ.) จัดการเสวนาวิชาการระดับนานาชาติ เรื่อง “PM 2.5 โอกาสและความท้าทายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้และผลงานวิชาการ รวมทั้งสร้างความเชื่อมโยงทางวิชาการทั้งในและต่างประเทศ โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานเปิดงาน และมี รองศาสตราจารย์ ดร.สุปรียา แก้วละเอียด รองอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์ลำปางและกฎหมาย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นประธานร่วมกล่าวเปิดและกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน ซึ่งการเสวนาในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในประเทศไทย” และ Dr. Zbigniew Klimont (Research Group Leader and Principal Research Scholar of Pollution Management Research Group, Energy, Climate, Environment, Internat
นายการุณย์ มะโนใจ เกษตรอำเภอเชียงม่วน และ นายสุรชัย ณ มา นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดสกัดไฟป่าร่วมหมู่ที่ 5 และหมู่ที่ 11 ตำบลสระ อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา เพื่อเป็นกำลังใจให้กับจิตอาสาที่อยู่เวร ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง เหตุการณ์ปกติไม่มีไฟป่าเกิดขึ้น เมื่อเร็วๆ นี้
นายการุณย์ มะโนใจ เกษตรอำเภอเชียงม่วน ลงพื้นที่จุดตรวจสกัดป้องกันไฟป่าร่วมหมู่ที่ 5, 9 และ 11 บริเวณสะพานข้ามน้ำยมบ้านทุ่งมอกทุ่งเจริญ ตำบลบ้านมาง อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา เพื่อตรวจติดตามการอยู่เวรยามของจิตอาสาเฝ้าระวังการเกิดไฟป่า เมื่อเร็วๆ นี้
หายนะครั้งประวัติศาสตร์ – เมื่อ 7 ส.ค. เอเอฟพีรายงานความคืบหน้าเหตุไฟป่าที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ว่าไฟป่าทั้ง 2 จุด ที่เกิดขึ้นพร้อมกันทางภาคเหนือของรัฐลุกลามกลายเป็นเหตุไฟป่าครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของแคลิฟอร์เนีย กินพื้นที่กว่า 1,148 ตารางกิโลเมตร ใหญ่เกือบเท่านครลอสแองเจลิส มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย และเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้เพียง ร้อยละ 30 เท่านั้น สำนักงานดับเพลิงแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย หรือแคลไฟร์ ระบุว่า ความกดอากาศใหม่ที่กำลังมาจะทำให้อากาศอุ่นมากขึ้น แห้ง และมีลมแรง เจ้าหน้าที่จะพยายามอาศัยอุณหภูมิที่ลดลงต่ำในช่วงกลางคืนเพื่อตรึงแนวไว้ไม่ให้ไฟลุกลามมากขึ้นไปอีก ขณะที่ไฟป่าอีกจุดหนึ่งทางเหนือของรัฐกินพื้นที่กว่า 665 ตร.กม. ประกอบกับกระแสลมรุนแรงทำให้เปลวไฟในบางจุดนั้นลุกโชนมีสภาพราวกับพายุทอร์นาโดไฟ โดยสาเหตุของไฟป่าจุดนี้ที่ลุกลามมาตั้งแต่ วันที่ 23 ก.ค. ที่ผ่านมานั้น มาจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจรในรถยนต์คันหนึ่งก่อให้เกิดเพลิงไหม้ มีอาคารเสียหายกว่า 1,600 หลัง ในจำนวนนี้ เป็นบ้านที่อยู่อาศัยกว่า 1,000 หลัง ทางรัฐแคลิฟอร์เนียต้องระดมนักผจญเพลิงกว่า 14,000 น
เกิดเหตุไฟป่าขึ้นหลายจุดในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐเมื่อคืนวันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา ตามเวลาในสหรัฐ โดยเฉพาะในพื้นที่นาปาวัลเลย์ ซึ่งเป็นแหล่งปลูกองุ่นและไวน์ที่มีชื่อเสียง ก่อนที่ไฟจะลุกลามไปอย่างรวดเร็วเนื่องจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย เพราะความร้อน ความแห้งแล้ง รวมถึงลมที่พัดแรงถึง 80 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง จนทำให้บ้านเรือนและอาคารสิ่งก่อสร้างกว่า 1,500 หลัง ถูกเพลิงเผาวอดวาย ขณะที่ต้องมีการอพยพผู้คนกว่า 20,000 คน ออกจากพื้นที่ซึ่งมีผู้อาศัยอยู่หนาแน่น โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 10 ราย พร้อมกับรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บและสูญหายอีกเป็นจำนวนมาก ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ขณะที่หน่วยงานดับเพลิงของรัฐแคลิฟอร์เนียระบุว่า มีพื้นที่ซึ่งถูกไฟป่าเผาทำลายแล้วถึงกว่า 185,000 ไร่ นับเป็นไฟป่าที่สร้างความเสียหายมากที่สุดของรัฐแคลิฟอร์เนีย เพราะแม้จะมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ดับเพลิงหลายร้อยนายเข้าไปยังพื้นที่แต่ก็ไม่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ขณะที่มีประชากรอย่างน้อย 196,000 หลังคาเรือน ที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ มีรายงานว่าในช่วงเช้าวันที่ 9 ตุลาคม ตามเวลาท้องถิ่น ผู้คนที่อาศัยอยู่ในนค
ในช่วงนี้สภาพอากาศแล้งและแห้ง ปริมาณน้ำจากธรรมชาติเหลือน้อยมักเกิดไฟไหม้จะทำความเสียหายอย่างมากมาย ทั้งทรัพย์สิน ของมีค่า และมีอันตรายถึงชีวิต เกษตรอำเภอน้ำปาดแนะนำให้ระวังการเผาไหม้ต่าง ๆ การกระทำใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับไฟ และให้เตรียมน้ำสำรองไว้สำหรับใช้ประโยชน์ในการลดปัญหาจากไฟไหม้ นายอดุลย์ศักดิ์ ไชยราช เกษตรอำเภอน้ำปาด แจ้งว่า ในระยะที่เกิดความแห้งแล้งมาก ความชื้นในอากาศมีน้อย ทำให้เกิดการเผาไหม้เศษสิ่งวัสดุต่าง ๆ ได้ง่าย และลุกลามขยายเป็นภัยอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินเป็นบริเวณกว้าง มักจะเกิดอัคคีภัย ไฟไหม้ป่า ไหม้สวนไร่นา ยุ้งฉาง โรงเรือน และบ้านเรือน พบเป็นข่าวและเห็นอยู่ทั่วไปในระยะนี้ สาเหตุมาจากเกิดการเผาไหม้วัสดุที่แห้งติดไฟ อากาศที่ร้อนและแห้งอยู่แล้วเป็นตัวเสริมเร่งให้เกิดการลุกไหม้รวดเร็วและมากยิ่งขึ้น ข้อเสนอแนะขอให้ทุกคนช่วยกันจัดหาน้ำสำรองไว้ เพื่อบรรเทาปัญหาไฟไหม้ รณรงค์ช่วยกันหยุดการเผาเศษพืช วัสดุต่าง ๆ เช่น เศษใบไม้ ขยะมูลฝอย หลีกเลี่ยงการสะสมเศษวัสดุที่ติดไฟง่ายไว้ในปริมาณที่มาก ความรุนแรงจะเกิดขึ้นมากถ้ามีการเผาไหม้เกิดขึ้น และช่วยกันปลูกจิตสำนึกใ
ปีนี้ปัญหามลภาวะอากาศเป็นพิษ จากหมอกควันที่เกิดจากการเผาไหม้ โดยเฉพาะการเผาป่าทำไร่เลื่อนลอย พบรายงานจุดเผาไหม้ หรือ ฮอตสปอต (Hot Spot) ทั่วไปในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ปัญหาเกิดจากฝีมือคน ทางแก้ก็ต้องแก้ที่คนเรา ให้ลด ละ เลิก ค่านิยมการเผาป่า เพื่ออะไรหลายอย่าง เช่น หาของป่า ล่าสัตว์ เตรียมที่ดินปลูกพืช หรืออีกสาเหตุหนึ่ง ที่สะท้อนใจพวกเราเหล่านักบริโภคนิยมของป่า คือชาวบ้านที่หาของป่า ตกเป็นจำเลยของสังคม ว่าเป็นคนที่ชอบเผาป่า เอา “ผักหวานป่า”มาขาย ทำให้เราสะเทือนความรู้สึกไม่น้อย จนไม่อยากซื้อหาผักหวานมาต้มแกงกิน เกรงว่าจะเป็นการสนับสนุนให้ชาวบ้าน เผาป่ากันมากยิ่งขึ้น สอบถามผู้รู้หลายคน ถึงเหตุผลที่ชาวบ้านต้องเผาป่า เพื่อเอาผักหวาน มาขายเลี้ยงชีพนั้น เขาว่าเป็นเรื่องจริง ที่ชาวบ้านจุดไฟเผาหญ้าแห้ง กิ่งไม้ใบไม้แห้ง บริเวณที่มีต้นผักหวาน ซึ่งตามจริงแล้วผักหวานป่าจะแตกยอดใหม่ ก็ต่อเมื่อใบแก่หลุดร่วงก่อน แต่ผักหวานเป็นพืชทนแล้งใบร่วงหล่นช้า วิธีที่จะทำให้ใบแก่ร่วง ก็ต้องใช้ไฟจุดเผา รม ลวก ไหม้ กิ่งก็จะทิ้งใบแก่ และแตกยอดใหม่ภายในไม่กี่วัน แต่การจุดไฟเผาต้นผักหวานนั้น บริเวณที่จุดไฟมีมากมายด้วย
วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการสั่งการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ได้มีข้อสั่งการให้ทุกพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่เพิ่มความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ กรณีปริมาณหมอกควันที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนเกินค่ามาตรฐานอยู่ที่ 153 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร เหตุจากการชิงเผาพร้อมกันทั้งจังหวัดในช่วงก่อนประกาศห้ามเผา ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม-30 เมษายน 2560 ทำให้มีการกระจายเผาพร้อมกันและส่งผลให้เกิดหมอกควันปกคลุมเร็วกว่าปกติ “ได้ให้แจ้งเตือนประชาชนเตรียมรับมือปริมาณหมอกควันจากพื้นที่ใกล้เคียงที่ถูกลมพัดเข้ามาในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจากการตรวจสอบการปกคลุมของหมอกควัน และการคาดการณ์ความเร็วและทิศทางลมด้วยดาวเทียม โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ Gistda พบว่า ทิศทางลมมีการไหลจากพื้นที่ใกล้เคียงเข้ามายังจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณหมอกควันในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เพิ่มสูงขึ้น แม้ในพื้นที่จะไม่พบการเผา หรือเกิดจุดความร้อน (Hot Spot) ในพื้นที่มากก็ตาม จึงสั่งการให้ทุกอำเภอจัดชุดออกล
