ไม้ผลส่งออก
ภาพรวมสถานการณ์ราคาพืชผลทางการเกษตรในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 (มกราคม-มีนาคม) เผชิญความท้าทายจากราคาที่ปรับตัวลดลงเล็กน้อย โดยภาพรวมดัชนีราคาผู้ผลิตกลุ่มเกษตรกรรมลดลงประมาณ 0.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากปริมาณผลผลิตที่ออกสู่ตลาดพร้อมกันจำนวนมาก ประกอบกับการแข่งขันในตลาดโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้น มีประเด็นที่น่าสนใจและสินค้าที่ได้รับส่งผลกระทบ ดังนี้ มะพร้าว(วิกฤตหนักที่สุด) สถานการณ์มะพร้าว โดยเฉพาะมะพร้าวน้ำหอม ในช่วงต้นปี 2569 เข้าขั้นวิกฤตเนื่องจากราคาดิ่งเหวอย่างรุนแรง ราคาตกต่ำ ราคาหน้าสวนในแหล่งปลูกสำคัญ (ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร) ตกลงมาเหลือเพียง ลูกละ 2-4 บาท จากที่เคยอยู่ระดับหลักสิบ ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนการผลิตที่อยู่ประมาณ 4-5 บาท สาเหตุหลัก ผลผลิตล้นตลาด สภาพอากาศแปรปรวนทำให้มะพร้าวออกผลพร้อมกันจำนวนมากในหลายพื้นที่ ทุนต่างชาตินอมินี มีกลุ่มทุนจีนเข้ามาตั้ง “ล้งนอมินี” ควบคุมการรับซื้อและฮั้วราคากดดันเกษตรกร จนล้งคนไทยทยอยปิดตัวลง การแข่งขัน ตลาดส่งออกหลักอย่างจีนเริ่มหันไปนำเข้าจากเวียดนามมากขึ้นเนื่องจากราคาถูกกว่า แหล่งอ้างอิง : กรมการค้าภายใน, สมาคมชาวส
นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กรมวิชาการเกษตร ได้ยื่นหนังสือขอเปิดตลาดส่งออก อินทผลัม เสาวรส สะละ และสนใบพาย ไปจีนเพิ่มเติม กับสำนักงานศุลกากรแห่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) เตรียมพร้อมหารือระหว่างทวิภาคี ระหว่างการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ เอเชีย-แปซิฟิก (APEC) ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 14-18 พฤศจิกายน 2565 นี้ จากข้อมูลการส่งออกผลไม้สดของไทยไปจีน ระหว่างเดือน กุมภาพันธ์-ตุลาคม 2565 มีปริมาณสูงถึง 1.48 ล้านตัน สร้างมูลค่ากว่า 1.09 แสนล้านบาท โดยผลไม้สดที่สร้างมูลค่าสูงสุดในการส่งออก 5 อันดับแรก คือ ทุเรียน มังคุด ลำไย สับปะรด และ ส้มโอ ซึ่งประเทศไทยยังมีสินค้าพืชที่มีศักยภาพในการส่งออกอีกหลายชนิด อาทิเช่น เสาวรส อินทผลัม สะละ และ สนใบพาย ชซึ่งเป็นสินค้าพืชที่เป็นที่ต้องการในตลาดจีน ชจึงได้ถือโอกาสผลักดันให้มีการส่งออกไปประเทศจีน อินทผลัม มีพื้นที่ปลูกทั้งสิ้น 14,000 ไร่ ผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้ 5,000 ตัน โดยมีแหล่งปลูกที่สำคัญที่ กาญจนบุรี นครราชสีมา สุพรรณบุรี ร้อยเอ็ด และ ชบุรีรัมย์ โดยมีพันธุ์ที่ไทยประสงค์ส่งออกไปจีน 5 พันธุ์ คือ
