ไม้เสียบลูกชิ้น
เป็นเรื่องที่ได้รับการแชร์กว่า 6 หมื่นครั้ง เมื่อสมาชิกเฟซบุ๊ก ส้มฉุน ส้มฉุน ได้โพสต์เรื่องราวที่หลายคนคิดไม่ถึงว่า ขยะชิ้นเล็กๆ อาจสร้างความเจ็บปวดและอันตรายให้กับพนักงานเก็บขยะหลายๆ คน จนกลายเป็นปัญหา ที่หากทุกคนสามารถช่วยกันได้ ก็จะทำให้ลดอันตรายในส่วนนี้ลงได้ด้วย โดยโพสต์ดังกล่าว ระบุว่า “สนับสนุนคนไทย หักไม้ลูกชิ้นที่ทานเสร็จแล้วเป็น 4 ส่วน มัดด้วยหนังยาง แล้วจับใส่ในถุงพลาสติก มัดถุงพลาสติก หรือรัดด้วยหนังยางอีกชั้นให้แน่น ก่อนทิ้งลงถังขยะอีกที เหตุผลคือ…สงสารพนักงานเก็บขยะของ กทม. หลายครั้ง หลายคน เคยโดนไม้เสียบลูกชิ้นทิ่มมือ บางรายเลือดไหลโชกเลยนะคะ ที่บ้าน เคยถึงขั้นต้องหยิบอุปกรณ์ทำแผลออกมา ล้างแผล พันแผล ให้พี่ๆ พนง. เก็บขยะ เห็นพี่คนนึง เดินหน้าซีดมาแต่ไกล ถามได้ความว่า ผมโดนไม้ลูกชิ้นเสียบเข้าที่มือ รายล่าสุดที่คุณแม่ของทรายเคยทำแผลให้คือ เลือดอาบฝ่ามือ เห็นแต่เลือด คุณยายบอก โอ๊ย!!!!! ชั้นจะเป็นลม ทำในส่วนของเรา ที่เราพอจะทำได้ ช่วยๆ กัน เห็นใจพวกพี่เค้า” ที่มา : ข่าวสดออนไลน์
“ไผ่” เป็นพืชที่อยู่คู่กับชาวผาปังมายาวนาน การเจริญเติบโตของไผ่มีบทบาทช่วยให้ชาวผาปังนำมาใช้ประโยชน์ด้วยการทำเป็นวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ มากมาย เพื่อสร้างรายได้ และหนึ่งในนั้นคือ การทำตะเกียบ และไม้เสียบลูกชิ้น การนำไผ่มาใช้ประโยชน์ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผาปังยึดแนวทางด้วยหลักคิดที่ว่า ต้องใช้ให้เกิดคุณค่าทุกส่วน โดยไม่มีการทิ้งอะไรแม้แต่อย่างเดียว ฉะนั้น ไผ่ 1 ลำ เมื่อแปรรูปเป็นตะเกียบหรือไม้เสียบลูกชิ้น จะใช้ได้เพียง 30 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลืออีก 70 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นเศษวัสดุเหลือ อย่าง ฝอยไผ่ หรือเยื่อไผ่ที่ได้จากการขัดออกจากไม้ไผ่แล้ว จะนำเข้าสู่กระบวนการผลิตเป็นฝอยแห้งเพื่อส่งขาย หรือแม้กระทั่งข้อไผ่ที่ถูกตัดออก ก็จะนำไปเผาเป็นถ่านขายเช่นกัน คุณวิรัตน์ สีคง ประธานวิสาหกิจชุมชนผาปัง บอกว่า การนำไผ่มาแปรรูปเป็นตะเกียบ อยู่ในความรับผิดชอบของวิสาหกิจชุมชนแปรรูปไผ่ ซึ่งในกลุ่มนี้ยังมีการแตกย่อยตามลักษณะเนื้องานและความรับผิดชอบออกไปอีก ประธานวิสาหกิจฯ ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า ชนิดไผ่ที่นำมาใช้ผลิตตะเกียบ ส่วนใหญ่เป็นตระกูลไผ่ซางและไผ่บง แต่ในแง่การนำมาผลิตเป็นตะเกียบนั้น คุณภาพของไผ่ซางจะดี
