DITP
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) โชว์ผลงานขับเคลื่อนกิจกรรมส่งออกช่วง 7 เดือน สร้างรายได้เข้าประเทศ 36,921 ล้านบาท ผู้ประกอบการได้รับประโยชน์ 42,409 ราย เผยกิจกรรมสำคัญ จัดงานแสดงสินค้านานาชาติ จัดเจรจาจับคู่ธุรกิจผลไม้ ผลักดัน Soft Power ไทยสู่เวทีโลก เตรียมปรับภาพลักษณ์ตรา Thai SELECT ยันเกาะติดสหรัฐฯ ขึ้นภาษี สั่งทูตพาณิชย์ติดตามใกล้ชิด พร้อมจับมือเอกชนเร่งหาตลาดใหม่ทดแทน ชวนเข้าฟังสัมมนารับมือภาษีทรัมป์ 25 เมษายนนี้ ที่ NEA รัชดา นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการส่งออกในปีงบประมาณ 2568 ว่า ปีนี้ DITP มีโครงรวมทั้งสิ้น 510 โครงการ กว่า 700 กิจกรรมย่อย มีเป้าหมายสร้างมูลค่าการค้ารวมประมาณ 92,363 ล้านบาท และผู้ประกอบการได้รับประโยชน์ 261,804 ราย สามารถสร้างมูลค่าการค้าจากกิจกรรมส่งเสริมการส่งออกได้มูลค่า 36,921 ล้านบาท ผู้ประกอบการได้รับประโยชน์ 42,409 ราย สำหรับกิจกรรมสำคัญที่ได้ดำเนินการ อาทิ การจัดงานแสดงสินค้านานาชาติ 4 งาน คือ งาน Bangkok Gems and Jewelry Fair (อัญมณีและเครื่
หากคุณเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความฝันอยากจะเป็น CEO สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ หรือ สถาบัน NEA กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ดำเนินการตามนโยบายของท่าน จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขอเชิญชวนผู้ประกอบการ ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และบุคคลทั่วไปที่มีความสนใจด้านการค้าระหว่างประเทศ ร่วมสานฝันยกระดับความรู้กับ “โครงการกระจายความรู้สู่ผู้ประกอบการยุคใหม่ From Gen Z to be CEO” กับเหล่าวิทยากรผู้มีประสบการณ์ตรง ที่จะมาถ่ายทอดความรู้และเทคนิคต่างๆ ในการทำการค้าออนไลน์และการค้าระหว่างประเทศ เพื่อนำความรู้ที่ได้รับมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถเรียนในรูปแบบ E – Learning ผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ VLearn จากองค์กรผู้นำด้านดิจิทัลระดับประเทศ อย่างบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ทุกที่ ทุกเวลาที่ต้องการ เตรียมความพร้อมสู่การก้าวเป็น CEO รุ่นใหม่ ที่พร้อมขับเคลื่อนประเทศไปด้วยกันกับโครงการ From Gen Z to be CEO สำหรับท่านผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคม 2564 ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ลง
จบไปแล้วอย่างประทับใจ กับโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “ผู้ส่งออกอัจฉริยะ : Smart Exporter” รุ่นที่ 20 ซึ่งจัดโดยสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) ภายใต้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โดยในปีนี้สามารถผลิตผู้ส่งออกได้จำนวนทั้งสิ้น 58 ราย คาดว่าจะสร้างมูลค่าการส่งออกให้กับประเทศได้ภายใน 1 ปี กว่า 900 ล้านบาท โครงการ Smart Exporter รุ่นที่ 20 เป็นการจัดอบรมในรูปแบบ Webinar ภายใต้แนวคิด “Stay Home : Stay Smart” ซึ่งตลอดระยะเวลา 15 วัน ผู้เข้าร่วมโครงการในฐานะนักเรียนทุน NEA ได้รับองค์ความรู้ด้านการค้าระหว่างประเทศอย่างครบวงจร อีกทั้งได้เครือข่ายมิตรภาพ Smart Exporter Family ที่จะพัฒนาเป็นเครือข่ายธุรกิจที่มีความเข้มแข็ง สอดรับกับนโยบายของ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพและสร้างผู้ประกอบการไทยให้มีความพร้อมในการส่งออก เพื่อนำไปสู่การสร้างรายได้ให้กับประเทศในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดจากการแพร่ระบาดของ Covid-19 ระลอกสามนี้ สำหรับการอบรมหลักสูตรต่างๆ ของทางสถาบันพัฒนาผู้ประกอบค้ายุคใหม่สามารถติดตามข้อ
สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ประสบความสำเร็จในการจัดอบรมใน “โครงการยกระดับผู้ประกอบการสู่เศรษฐกิจกระแสใหม่ (Upskill & Reskill) ครั้งที่ 1” ซึ่งดำเนินการตามนโยบายของ ท่าน จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้ร่วมมือกับองค์กรชั้นนำ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จํากัด ที่มุ่งหวังให้ความรู้ด้านดิจิทัลเพื่อไปพัฒนากิจการของท่านผู้ประกอบการรวมไปถึงธุรกิจที่กำลังประกอบกิจการ ซึ่งได้รับการตอบรับที่เป็นอย่างดีโดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมถึง 200 ราย ซึ่งจัดการอบรมเมื่อวันที่ 8-9 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา ภายในงานมีการบรรยายให้ความรู้โดยผู้เชี่ยวชาญจาก Huawei Thailand อาทิ การบรรยายในหัวข้อ “Huawei Talk” การบรรยายหลักสูตร “Road to 5G Services”, “ICT Market trends and Business Innovation” “Road to Cloud Services” และหลักสูตร “Road to IoT Services” ถือเป็นการยกระดับและขยายขอบเขตความรู้ด้านดิจิทัลให้สามารถตอบทุกโจทย์ธุรกิจในปัจจุบันและอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับท่านใดที่พลาดการเข้าร่วม
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เพิ่มมาตรการจัดการสินค้าผลไม้ พร้อมสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค โดยจัดตั้ง “โครงการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์สินค้าอาหารไทยปลอดการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019” (Thailand Delivers with Safety) เพื่อเน้นย้ำให้ทั่วโลกได้เห็นถึงศักยภาพและคุณภาพของผลไม้ไทยว่ามีความปลอดภัยทุกขั้นตอน พร้อมกำหนดมาตรการป้องกันการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติในทางเดียวกัน และเพิ่มความปลอดภัยในการบริโภคสินค้ามากขึ้น นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้วิถีชีวิตของคนทั่วโลกเปลี่ยนไป โดยมีความระมัดระวังเกี่ยวกับความปลอดภัยต่อสุขภาพกันมากขึ้น การเลือกซื้อสินค้าอาหาร ผักสด ผลไม้สด เพื่อการบริโภคจึงยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศที่ส่งออกผักผลไม้หลายชนิดไปทั่วโลกและนับเป็นประเทศแรกๆ ที่ให้ความสำคัญในการส่งมอบความปลอดภัยถึงผู้บริโภค โดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงมหาดไทย ซึ่งกำหนดมาตรการ
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) หอการค้าไทย (TCC) และ โคโลญเมสเซ่ (KM) ผู้จัดงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม THAIFEX – ANUGA ASIA เตรียมความพร้อมในการจัดงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2020 ในวันที่ 22-26 กันยายน 2563 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี เชิญชวนผู้สนใจร่วมเจรจาซื้อ-ขายสินค้าและบริการด้านอาหารและเครื่องดื่มที่จะจัดขึ้นอย่างครบครัน ภายใต้คอนเซ็ปต์ 11 เทรดโชว์ในที่เดียว ประกอบด้วย อาหารสำเร็จรูป ขนมและของขบเคี้ยว เครื่องดื่ม ผักผลไม้ อาหารทะเล อาหารแช่แข็ง ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ ข้าวและธัญพืช กาแฟและชา เทคโนโลยีอาหาร และบริการด้านอาหาร โดยผู้จัดงานทั้ง 3 ฝ่าย พร้อมด้วยผู้บริหารศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ได้ตระหนักถึงความสำคัญและเน้นย้ำถึงมาตรการทางด้านสุขอนามัยเป็นอันดับแรก รวมทั้งมีแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบการ ผู้เข้าชมงาน และผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทุกฝ่ายเชื่อมั่นในความปลอดภัยในการเข้าร่วมงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2020 ซึ่งมาตรการและแนวทางปฏิบัติต่างๆ นั้น จะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของการจัดงานแสดงสินค้าของสมาคมการแสดงสินค้าไทย มีมาตรฐานส
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวัตกรรม (สกสว.) โดยชุดโครงการการพัฒนาผลิตภัณฑ์ Innovative House ฝ่ายอุตสาหกรรม นำผู้ประกอบการในโครงการ “การสนับสนุนการวิจัยเพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลางในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมอื่นที่เกี่ยวข้อง” จำนวน 24 ราย ร่วมนำเสนอสินค้าและผลิตภัณฑ์นวัตกรรมบริเวณบู๊ธ Innovation Pavilion สวทช.-สกสว. ภายในงาน THAIFEX 2019 จัดโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการ นวัตกรรมด้านอาหารของไทยได้แสดงผลงาน สร้างเวทีเจรจาธุรกิจกับผู้ซื้อทั่วโลก พร้อมเปิดโอกาสจำหน่ายสินค้าและบริการต่างๆ ต่อยอดธุรกิจสู่ตลาดสากล นายเฉลิมพล ตู้จินดา ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. เปิดเผยว่า การดำเนินโครงการ “การสนับสนุนการวิจัยเพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลางในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมอื่นที่เกี่ยวข้อง” ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาของ สวทช. และ สกสว. เพื่อร่วมกันสนับสนุนผู้ประกอบ
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ จับมือพันธมิตรแพลตฟอร์มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนทั่วโลก จัดโครงการจับคู่เจรจาธุรกิจและส่งเสริมการขยายตลาดผ่านการค้าออนไลน์ข้ามพรมแดน (Cross-Border e-Commerce Solutions & Business Matching) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน ผลักดันผู้ประกอบการไทยในการส่งสินค้าไปขายยังต่างประเทศผ่านช่องทางออนไลน์ข้ามพรมแดน โดยมีผู้ประกอบการที่เป็น Exhibitor ในงาน STYLE Bangkok สมาชิกผู้ขายบนเว็บไซต์ Thaitrade.com และผู้ประกอบการทั่วไปให้ความสนใจเข้าร่วมกว่า 104 ราย เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2562 ในงานแสดงสินค้า STYLE Bangkok-April 2019 ณ ไบเทค บางนา ภายในงานมีการจับคู่เจรจาธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยและเจ้าของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ตัวจริง อาทิ Amazon.com (ตลาดอเมริกา) Gosoko.com (ตลาดแอฟริกา) HKTDC.com (ตลาดฮ่องกง) JD.ID (ตลาดอินโดนีเซีย) JD.com (ตลาดจีน) และ ShopJJ.co (ตลาดสิงคโปร์) รวมทั้งให้ความรู้ในการทำตลาดออนไลน์ และความรู้ในการเริ่มต้นเปิดตลาดส่งออกต่างประเทศผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ชั้นนำจากประเทศต่างๆ รวมไปถึงขั้นตอนในการ
