Heliconia
เฮลิโคเนีย (Heliconia) เป็นไม้ที่นิยมนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการนำมาเป็นไม้ตัดดอกเพื่อปักแจกัน หรือถ้าต้องการที่จะปลูกให้เป็นไม้พุ่ม บางบ้านก็จะนำมาปลูกใส่กระถางตกแต่งบ้านเรือน หรือปลูกลงดินเป็นแนวรั้วตามกำแพง ดอกแต่ละสายพันธุ์มีเอกลักษณ์และรูปลักษณ์ที่แตกต่างกันไป พร้อมทั้งมีสีสันที่สวยสะดุดตา การออกดอกมีตั้งแต่ช่อดอกตั้งหรือห้อยแล้วแต่ชนิด ด้วยความพิเศษนี้เอง คุณณรงค์ แช่มช้อย เกษตรกรจังหวัดปราจีนบุรี ได้นำเฮลิโคเนียมาขยายพันธุ์จนมีมากกว่า 10 สายพันธุ์ สร้างเป็นสินค้าที่ส่งจำหน่ายได้ทั้งในและต่างประเทศ
LATEST NEWS
ชันโรง หรือ ผึ้งจิ๋ว คือแมลงผสมเกสรที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบนิเวศ เนื่องจากชันโรงไวต่อสิ่งแวดล้อมและสารเคมีกำจัดศัตรูพืช การพบชันโรงในพื้นที่จึงเป็นดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์และความปลอดภัยของธรรมชาติรอบตัวได้เป็นอย่างดี นอกจากบทบาทผู้ช่วยธรรมชาติ ชันโรงยังเป็น “สัตว์เศรษฐกิจสร้างรายได้ครบวงจร” ที่ช่วยยกระดับผลผลิตในแปลงเกษตร ทั้งไม้ผล พืชผัก และไม้ดอก ให้ติดผลดกและมีคุณภาพดียิ่งขึ้น ที่สำคัญ ผลิตภัณฑ์จากชันโรงยังสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้หลากหลายช่องทาง คุณป๋อง-พิพัฒพงษ์ ตาแก้ว เจ้าของ “จงใจฟาร์มชันโรง” ตั้งอยู่ที่ ต.หนองธง อ.ป่าบอน จ.พัทลุง เล่าถึงจุดเปลี่ยนจากเกษตรกรสวนไม้ผลสู่ผู้เชี่ยวชาญด้านชันโรงว่า เดิมทีที่บ้านทำสวนผลไม้ โดยมี “สละ” เป็นพืชสร้างรายได้หลัก แต่ช่วงหลายปีหลังประสบวิกฤตทั้งปัญหาราคาตกต่ำและโรคระบาด จึงต้องมองหาทางรอดและอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้ใหม่ พี่ป๋องเริ่มเลี้ยงชันโรงมาตั้งแต่ปี 2555 แต่ในช่วงแรกเน้นเลี้ยงไว้ช่วยผสมเกสรพืชผักและไม้ผลภายในสวนเท่านั้น จนกระทั่งเมื่อพืชหลักเริ่มไม่ทำกำไร จึงหันมาศึกษาและเอาจริงเอาจังกับการเ
ในโลกที่ความผันผวนและความไม่แน่นอนกลายเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ การเติบโตอย่างยั่งยืนอาจไม่ใช่เรื่องของการที่องค์กรใดองค์กรหนึ่งจะ “แข็งแรงที่สุด” แต่คือการทำให้ทุกคนในห่วงโซ่คุณค่าแข็งแรงไปพร้อมกัน ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ประกอบการ SMEs คู่ค้า ไปจนถึงผู้บริโภคและสังคม เพราะเมื่อคนตัวเล็กสามารถเติบโตได้ ธุรกิจที่อยู่รอบตัวก็เติบโตได้เช่นกัน และเมื่อทั้งระบบเดินหน้าไปด้วยกัน ความยั่งยืนจึงไม่ใช่เพียงเป้าหมายขององค์กร แต่กลายเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะยาว บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ตอกย้ำวิสัยทัศน์ดังกล่าวด้วยการเข้าร่วมงาน GCNT Expo 2026 ภายใต้แนวคิดหลัก “Grow Together, Nourish the Future หรือ อนาคตที่ไม่มีใครหิว อาจเริ่มจากการทำให้ ‘คนตัวเล็ก’ ได้เติบโต” ณ True Digital Park มหกรรมความร่วมมือครั้งสำคัญของภาคส่วนต่างๆ เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่ความยั่งยืน ประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ ได้ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Sustain the Chain, Share the Gain: ต่อยอดทศวรรษแห่งการลงมือทำ เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน” โดยชี้
วันที่ 1 กันยายน 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเวทีเสวนา “เตรียมพร้อม รู้ทัน รับมือ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานกล่าวเปิดการเสวนาและนำเสนอผลการดำเนินงานวิจัยและนวัตกรรมในการรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติ พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิจัย ผู้บริหาร ผู้เข้าร่วมกิจกรรม และสื่อมวลชน ณ ศูนย์ส่งเสริมการวิจัยเพื่อมรดกทางวัฒนธรรม อาคาร วช. 8 ชั้น 2 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวว่า สถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ผ่านมา ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ อาทิ น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มในหลายพื้นที่ เหตุการณ์ธารน้ำแข็งจากเทือกเขาหิมาลัยถล่มลงมาอย่างรวดเร็ว และเหตุแผ่นดินไหวในหลายพื้นที่ ล้วนสะท้อนให้เห็นว่าภัยพิบัติทางธรรมชาติสามารถเกิดขึ้นได้อย่างฉับพลันและส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ดังนั้น ประชาชนจำเป็นต้องมีความรู้เท่าทันภัยพิบัติ มีความเข้าใจ ทักษะ และการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติ เพื่อลดความเสี่ยงและความสูญเสียทั้งชีวิต
นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมพิทักษ์ความมั่นคงทางเกษตรและอาหารพระพิรุณ (ศพร.) เปิดเผยภายว่า เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 12.00 น. ศพร. บูรณาการสกัดกั้นการลักลอบขนส่งสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์นครพนม ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร้อย ตชด.235 และเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรธาตุพนม ร่วมกันตรวจสอบรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลต้องสงสัย ป้ายทะเบียนจังหวัดอุดรธานี ริมทางหลวงหมายเลข 3015 บริเวณหัวสะพานบ้านน้ำก่ำ ตำบลน้ำก่ำ อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม หลังจากเจ้าหน้าที่แสดงตนเข้าตรวจค้น พบว่ารถยนต์คันดังกล่าวได้บรรทุกหนังหมูแช่แข็ง บรรจุในกระสอบพลาสติกสานสีเขียว จำนวน 99 กระสอบ กระสอบละประมาณ 21 กิโลกรัม รวมหนังหมูแช่แข็งทั้งหมด ประมาณ 2,000 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 220,000 บาท ซึ่งเข้าข่ายการกระทำความผิดตามมาตรา 31 และมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ ศพร. ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรธาตุพนม จังหวัดนครพนม เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป “ศพร. ยังคงเดินหน้าบูรณาการ
