LINE Official BAAC Family
ธ.ก.ส. พร้อมเปิด 2 สินเชื่อใหม่ วงเงินรวม 90,000 ล้านบาท หนุนการสร้างอาชีพฝ่าวิกฤต COVID-19 ให้คนในชุมชนเมืองและภาคชนบท ผ่านโครงการสินเชื่อสานฝันสร้างอาชีพ รายละไม่เกิน 100,000 บาท และการใช้เทคโนโลยีเพื่อต่อยอด สร้างมูลค่าเพิ่มทางการเกษตรให้กับ Smart Farmer ในโครงการสินเชื่อนวัตกรรมดี มีเงินทุน อัตราดอกเบี้ย 4% ต่อปี แจ้งความประสงค์ขอสินเชื่อได้ทาง LINE Official : BAAC Family และที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขา ตั้งแต่ 1 ก.ค. นี้ เป็นต้นไป นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จากสภาวะเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ในปัจจุบัน ทำให้ประชาชนบางส่วนขาดรายได้และไม่สามารถประกอบอาชีพเดิมของตนเองได้ ธ.ก.ส. จึงได้เปิดตัวสินเชื่อใหม่ เพื่อนำไปเป็นค่าใช้จ่ายหรือค่าลงทุนในการเริ่มต้นประกอบอาชีพ สนับสนุนการสร้างงาน สร้างอาชีพในชุมชนเมืองและภาคชนบท ผ่าน โครงการสินเชื่อสานฝันสร้างอาชีพ วงเงินรวม 30,000 ล้านบาท โดยคุณสมบัติผู้กู้ ต้องเป็นเกษตรกร ทายาทเกษตรกร บุคคลในครัวเรือนเกษตรกร หรือบุคคลทั่วไป ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร
ธ.ก.ส. เริ่มจ่ายเงินช่วยเหลือโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2563/64 ตามนโยบายรัฐบาล เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตและกระตุ้นให้เกษตรกรดูแลรักษาข้าวให้มีคุณภาพดี ในอัตราไร่ละ 500 บาท สูงสุดไม่เกิน 20 ไร่ หรือไม่เกิน 10,000 บาท ต่อครัวเรือน วงเงินกว่า 28,000 ล้านบาท เข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรงแล้ววันนี้ (1 ธ.ค. 63) จำนวน กว่า 400,000 ครัวเรือน จำนวนเงินกว่า 1,600 ล้านบาท นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 ซึ่งเสนอโดยกระทรวงพาณิชย์ และมติคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 ได้เห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ดำเนินโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2563/64 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากภาระต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นและจูงใจให้เกษตรกรดูแลรักษาข้าวให้มีคุณภาพดี เพื่อที่จะมีโอกาสขายข้าวในราคาที่สูงและมีรายได้มากขึ้น โดยสนับสนุนเงินให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2563/64 รอบที่ 1 กับกรมส่งเสริมการเกษตร กระท
ธ.ก.ส. เริ่มจ่ายเงินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2563/64 หนุนสร้างความมั่นคงด้านรายได้แก่เกษตรกร กำหนดราคาและปริมาณประกันรายได้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ณ ความชื้น 14.5% กิโลกรัมละ 8.50 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 30 ไร่ เป้าหมายเกษตรกรกว่า 452,000 ครัวเรือน วงเงินงบประมาณกว่า 1,800 ล้านบาท โดยวันแรกได้โอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรที่เปิดไว้กับ ธ.ก.ส. จำนวน 139,018 ราย เป็นเงินกว่า 637 ล้านบาท และจะจ่ายชดเชยส่วนต่างราคาทุกวันที่ 20 ของเดือน เป็นระยะเวลา 12 เดือน ตรวจสอบการโอนเงินได้ผ่าน ธ.ก.ส. A-Mobile ตลอด 24 ชั่วโมง นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2563 เห็นชอบให้ ธ.ก.ส.ดำเนิน “โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2563/64” เพื่อช่วยให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีรายได้ที่แน่นอน บรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตกต่ำและสร้างความมั่นคงในอาชีพ เป้าหมายเกษตรกร 452,000 ราย วงเงินงบประมาณ 1,867 ล้านบาท ประกันรายได้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ณ ความชื้น 14.5%
นายสมเกียรติ กิมาวหา ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นประธานในกิจกรรมการจับรางวัล “บัตรเดบิต ธ.ก.ส. แจกโชค” ให้กับลูกค้าที่เปิดบัตรเดบิตหรือเปลี่ยนบัตร ATM ทุกประเภท เป็นบัตรเดบิต VISA/Thai Standard ซึ่งบัตรเดบิต A-Green ได้รับสิทธิ์จับรางวัล 1 สิทธิ์ และบัตรเดบิต A-Smart ได้รับ 2 สิทธิ์ ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม – 31 ธันวาคม 2562 โดยรางวัลในครั้งนี้ ประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ มูลค่า 42,000 บาท จำนวน 5 รางวัล และสร้อยคอทองคำหนัก 1 สลึง มูลค่า 6,000 บาท จำนวน 52 รางวัล รวมทั้งสิ้น 57 รางวัล มูลค่ารวม 522,000 บาท โดย ธ.ก.ส. จะประกาศรายชื่อผู้โชคดีภายในวันที่ 15 มีนาคม 2563 ผ่านทาง LINE Official BAAC Family เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 ณ โถงชั้น 2 ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ บางเขน
