MatichonHealthcare
ชื่อวิทย์ Hyptis suaveolens (L.) Poit. ชื่อวงศ์ LAMIACEAE ชื่ออื่นๆ แมงลักป่า กะเพราป่า อีตู่นา Chinese Mint. Mint Weed, Pignut, Wild Spikenard ลักษณะทั่วไป แมงลักคา เป็นไม้ล้มลุก ตระกูลเดียวกับกะเพรา สะระแหน่ อายุปีเดียว มีกลิ่นหอม ลำต้นและกิ่งเป็นสี่เหลี่ยม มีขนทั่วลำตัว ลักษณะเป็นใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปไข่หรือรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด ปลายใบแหลม ฐานใบมน ขอบใบหยักมนหรือหยักซี่ฟันเลื่อย ผิวใบมีขนทั้งสองด้าน ช่อดอกแบบช่อกระจุก ดอกย่อยแบบรูปปากเปิด กลีบเลี้ยงสีเขียว กลีบดอกสีม่วง พบได้ตามที่รกร้างทั่วไป เป็นพืชคนละชนิดกับแมงลักที่ใช้รับประทานเป็นอาหารพบทั่วไปในไทย แมงลักคาใช้เป็นอาหารได้ ยอดอ่อนแมงลักคาใช้เป็นผักแกล้มได้เช่นเดียวกับแมงลัก แต่กลิ่นฉุนกว่า เมล็ดพวกนี้ทานได้คล้ายเมล็ดแมงลัก เมล็ดแมงลักคานำมาแช่น้ำแล้วจะพองออกเป็นวุ้นเช่นเดียวกับเมล็ดแมงลัก ใช้เป็นอาหารสุขภาพ ผสมน้ำผลไม้ หรือน้ำหวาน เป็นอาหารหวาน การขยายพันธุ์ ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด แมงลักคา ยากันยุงฤทธิ์แรงที่ปลอดภัย แมงลักคา เป็นวัชพืชที่มีคุณสมบัติในการช่วยป้องกันและกำจัดแมลงและกันยุง จัดว่าเป็นสมุนไพรไล่แมลงกัน
ชวนชิม “น้ำทุ่มเท” ช่วย “อึด ถึก ทน สู้แดด สู้งาน” ผลงาน รพ. เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในงานเฮลท์แคร์ 2019 ระหว่างนี้ ถึงวันที่ 30 มิถุนายน ณ ฮอลล์ 5 อิมแพค เมืองทองธานี ในงาน “Healthcare เรียนรู้ สู้โรค 2019” กิจกรรมคนรักสุขภาพห้ามพลาด จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 27-30 มิถุนายน 2562 ที่ Hall 5 อิมแพค เมืองทองธานี ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมตรวจสุขภาพ ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ แจกพันธุ์สมุนไพรฟรี อีกทั้งซุ้มต่างๆ มากมาย อาทิ ซุ้มอาหารและเครื่องดื่ม ซุ้มจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพต่างๆ เป็นต้น ทางทีมงานเทคโนโลยีชาวบ้าน ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ คุณธรียา แสงเพ็ชร เจ้าหน้าที่ศูนย์ทรัพย์สินทางปัญญาและอนุรักษ์พันธุกรรมพืชสมุนไพรพื้นบ้าน มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ซึ่งกำลังง่วนอยู่กับการรินน้ำทุ่มเท ให้กับผู้สนใจชิม จนแทบไม่มีเวลาพูดคุยด้วย น่าสนใจไม่น้อย น้ำทุ่มเท ทำมาจากต้นกระทุ่ม มีสรรพคุณโดดเด่นเห็นแล้วต้องอยากชิม “จุดเริ่มต้น จากตอนแรกที่เราทำเกี่ยวกับงานกัญชา เราต้องการที่จะหาน้ำที่มีสรรพคุณใกล้เคียงกับกัญชา เราก็นึกถึงกระท่อม ที่คล้ายๆ กับกัญชา ทีนี้กระท่อมก็จัดเป็นกลุ่มสารเสพติดเหมือนกัน นำ
อีกไม่นาน “กัญชา” กำลังจะกลับมาเป็นฮีโร่ให้กับวงการแพทย์แผนไทย ทั้งที่ กัญชาก็เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่ใช้ในครัวเรือนเป็นปกติในอดีตมาตลอด ไม่ได้มีบทบาทอะไรเด่นชัด ปัจจุบัน กัญชา จึงเป็นสิ่งใหม่ที่ทุกคนควรทำความเข้าใจถึงการใช้ประโยชน์ให้ถ่องแท้ ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร อธิบายถึงเส้นทางการใช้ประโยชน์กัญชา ในมุมของเภสัชกรที่คร่ำหวอดในวงการสมุนไพรไทย ว่า สมัยโบราณกัญชาเป็นส่วนหนึ่งในวิถีของชุมชน ถูกนำไปใช้ในครัวเรือนเป็นเรื่องปกติ นำส่วนต่างๆ ของกัญชา เช่น ใบ ดอก ราก เป็นส่วนประกอบในการปรุงอาหาร เพิ่มรสชาติ ปรับสมดุลในร่างกาย ทำให้เจริญอาหาร เรียกเป็นชื่อยาหมูพี แทนชื่อกัญชา ในภาคเหนือ และเรียกยาหมูอ้วน แทนชื่อกัญชา ในภาคกลาง แสดงให้เห็นว่ามีผลต่อผู้บริโภคทำให้อ้วนแบบแข็งแรง หรือ ไม่ป่วยง่าย “กัญชาเป็นส่วนหนึ่งในวิถีของชุมชน แต่คนในอดีตจะทราบว่า ใช้มากน้อยแค่ไหน ถึงจะเกิดคุณเกิดโทษ ในตำรับยาพื้นบ้านก็มีส่วนประกอบของกัญชา แม้แต่ตำรับยาไทยก็มีชื่อปรากฎในตำรับยา ซึ่งมีการจารึกในแพทย์แผนไทย เมื่อนำไปใช้ในสัตว์ก็สามารถรักษาสัตว์ที่
นายสุรพล พิยาสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมพิเศษ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) เผยว่า เครือมติชนร่วมกับพันธมิตรสุขภาพทั้งภาครัฐและเอกชนกว่า 30 แห่ง จัดงาน “เฮลท์แคร์ 2019 ”ขึ้นเป็นปีที่ 11 ภายใต้แนวคิด “ เรียนรู้ สู้โรค2019” ระหว่างวันที่ 27-30 มิถุนายน 2562 เวลา 10.00-20.00 น. ณ อิมแพค เมืองทองธานี ฮอลล์ 5 เพื่อกระตุ้นให้คนไทยหันมาใส่ใจป้องกัน ดูแลและรักษาสุขภาพกันมากขึ้น เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก การจัดงาน “เฮลท์แคร์ 2019 ” ในครั้งนี้จึงจัดพิเศษกว่าทุกปี บมจ.มติชน ร่วมกับโรงพยาบาลชั้นนำของประเทศ ทั้งภาครัฐและเอกชน เปิดให้บริการรักษาฟรีครอบคลุมทุกโรค มากกว่า 30 รายการ รองรับการตรวจสุขภาพประชาชน 6,600 คน เพื่อร่วมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นายสุรพล กล่าวถึงกิจกรรมไฮไลท์ ในงาน “เฮลท์แคร์ 2019 ” ครั้งนี้ ได้แก่ 1. “เรียนรู้ สู้โรคเขตร้อน ”กับ คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเข้าร่วมงานเฮลท์แคร์เป็นครั้งแรก ทั้งนี้โรคไข้เลือดออก นับเป็นหนึ่งในโรคเขตร้อนที่ยังไม่มียารักษาโรค ทำได้เพียงป้องกัน แต่การป้องกันยังทำได้ไม่ดีพอ จึงจัดโซนTropical Health Cen
มะเร็งเต้านม ถูกจัดเป็นหนึ่งในมะเร็งร้ายที่คร่าชีวิตผู้หญิงเป็นอันดับ 1 ของโลก โดยสถาบันวิจัยมะเร็งนานาชาติ องค์การอนามัยโลก ให้ข้อมูลว่า ในปี 2561 พบผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมรายใหม่ทั่วโลกสูงกว่า 2,088,849 ล้านคน เสียชีวิตถึง 626,679 คน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ระบุว่า มีหญิงไทยป่วยด้วยมะเร็งเต้านมรายใหม่ เฉลี่ยปีละ 20,000 คน หรือประมาณ 55 คน ต่อวัน และเสียชีวิตกว่า 6,000 คน หรือกว่า 17 คน ต่อวัน สถานการณ์โรคมะเร็ง จึงกลายเป็นปัญหาที่ทุกภาคส่วนต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ด้วยเห็นถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว มูลนิธิกาญจนบารมี จึงจัดทำโครงการคัดกรองมะเร็งเต้านมโดยเครื่องเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) ในสตรีกลุ่มเสี่ยงและด้อยโอกาส ขึ้นในโอกาสมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ ในปีพุทธศักราช 2555 เพื่อส่งเสริมการป้องกันมะเร็งเต้านมในสตรีกลุ่มเสี่ยงและด้อยโอกาส รวมทั้งช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ยากไร้ให้ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง ดร.นพ. สมยศ ดีรัศมี ประธานมูลนิธิกาญจนบารมี เล่าว่า มูลนิธิกาญจนบารมี กำเนิดขึ้น
