super foods
ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ไข่ผำเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในฐานะซูเปอร์ฟู้ด จากเดิมที่เคยเป็นเพียงพืชพื้นบ้านที่นำมาประกอบอาหารตามท้องถิ่นเท่านั้น การกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการตระหนักถึงคุณค่าทางโภชนาการที่โดดเด่นไม่แพ้พืชซูเปอร์ฟู้ดจากต่างประเทศ ไข่ผำ หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ “ไข่น้ำ” เป็นพืชน้ำชนิดหนึ่งที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่สูงมาก มีโปรตีนสูง โดยมีปริมาณใกล้เคียงกับถั่วเหลือง ทั้งยังมีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน ซึ่งร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งของวิตามินบี 12 ซึ่งพบได้น้อยในพืชชนิดอื่นๆ และอุดมไปด้วยแคลเซียม เบต้าแคโรทีน และไฟเบอร์ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการให้มื้ออาหาร หรือนำมาประกอบอาหารอื่นๆ แทนเนื้อสัตว์ คุณสดุดี เล้าสมบูรณ์ รองผู้อำนวยการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ธุรกิจ 5 ดาว และร้านอาหาร บริษัท ซีพีเอฟ เรสเตอรองแอนด์ฟู้ดเชน เล่าถึงที่มาของความสนใจในผำ (หรือไข่ผำ) ว่าจุดเริ่มต้นมาจากความชอบส่วนตัวในเรื่องของวัตถุดิบเพื่อสุขภาพและซุปเปอร์ฟู้ด ซึ่งที่ผ่านมามักจะเป็นวัตถุดิบนำเข้าที่มีราคาสูง จนกระ
“ผำ” หรือ “ไข่น้ำ” พืชพื้นบ้านติดทำเนียบอาหาร super foods ของโลก จึงได้รับฉายาว่า “Green Caviar” เพราะมีโภชนาการครบถ้วนสูงมากที่สุดชนิดหนึ่งของโลก อุดมไปด้วยวิตามิน โปรตีน แร่ธาตุ ไฟเบอร์ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย นิยมรับประทานกันมากในภาคเหนือและภาคอีสาน ความน่าสนใจของการเพาะเลี้ยงไข่ผำคือ ไข่ผำเป็นพืชที่ไม่ต้องใช้การดูแลมาก สามารถทำเป็นอาชีพเสริมได้สบายๆ เพราะใช้เวลาในการเพาะเลี้ยงเพียง 2 สัปดาห์ สามารถเก็บผลผลิตขายได้ และยังเป็นพืชที่มีอนาคตสดใส ด้วยคุณประโยชน์ที่ครบถ้วน การตลาดของไข่ผำจึงไม่มีทางตัน สามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สร้างมูลค่าเพิ่มได้หลากหลาย วิธีการเพาะเลี้ยงไข่ผำ 1. เพาะเลี้ยงในบ่อซีเมนต์ ขนาด 80 เซนติเมตร และขนาด 100 เซนติเมตร หากเป็นบ่อซีเมนต์ที่ซื้อมาใหม่ ให้นำมาล้างทำความสะอาดก่อนปล่อยไข่ผำลงไปเพาะเลี้ยง โดยการเอาต้นกล้วยมาตัดเป็นท่อนให้ขนาดพอสำหรับวางลงในบ่อซีเมนต์ได้ จากนั้นนำมูลวัวมาเททับต้นกล้วยลงไปจำนวน 1 กระสอบต่อบ่อ แล้วเปิดน้ำใส่บ่อแช่ทิ้งไว้ 3-4 สัปดาห์ แล้วปล่อยน้ำทิ้ง ตักเอามูลวัวและเอาต้นกล้วยออก จากนั้นล้างบ่อให้สะอาดอีกครั้ง โดยต้นกล้วยและมูลวัวจะช่วยก
