นายกมลวิศว์ แก้วแฝก ผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร เปิดตลาด ในงาน THAIFEX-World of Food Asia 2019 นำสินค้าเกษตรคุณภาพ อ.ต.ก. ระดับพรีเมี่ยม ภายใต้ชื่อ “Best Of Ortorkor” เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ก้าวสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตรด้วยแบรนด์ เป็นการคัดสรรสินค้าเกษตรคุณภาพ ปลอดภัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม สินค้าเกษตรอินทรีย์ และสินค้าเกษตรแปรรูปที่ได้รับมาตรฐานที่ดีที่สุด ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อเร็วๆ นี้
MOST POPULAR
ในวันที่โลกกำลังเผชิญวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ทั้งภัยแล้ง อุณหภูมิสูง ดินเสื่อม และต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้น การทำเกษตรจึงยากกว่าที่เคย โดยเฉพาะปัญหาราคาปุ๋ยและคุณภาพดินที่ถดถอยต่อเนื่อง จนเกษตรกรจำนวนมากต้องลงทุนเพิ่ม แต่ผลผลิตกลับไม่เพิ่มตาม “ไบโอชาร์” จึงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในทางรอดสำคัญของภาคเกษตรยุคใหม่ เพราะไม่ใช่เพียงถ่านธรรมดา แต่คือคาร์บอนจากชีวมวลพืชที่มีโครงสร้างรูพรุนสูง ช่วยฟื้นฟูดินถึงระดับโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้ดินร่วนซุย อุ้มน้ำได้ดี ลดการสูญเสียธาตุอาหาร และช่วยให้จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์เติบโตได้มากขึ้น และสิ่งที่น่าสนใจคือ เกษตรกรสามารถผลิตไบโอชาร์ใช้เองได้จากเศษวัสดุในไร่นา ไม่ว่าจะเป็นฟางข้าว ใบอ้อย กิ่งไม้ ซังข้าวโพด หรือเศษพืชจากสวนผลไม้ เพราะพืชทุกชนิดล้วนมีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบ เมื่อนำมาเผาภายใต้สภาวะออกซิเจนจำกัด ก็จะได้ไบโอชาร์ที่สามารถนำกลับไปฟื้นดินในแปลงของตัวเองได้อีกครั้ง คุณประสาน สุขสุทธิ์ อดีตหัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดสระแก้ว และเจ้าของสวนไผ่โป๋ยแจ่ม สระแก้ว ได้ให้มุมมองในเรื่องของไบโอชาร์ไว้ว่า แม้ไบโอชาร์จะไม่ใช่ยาวิเศษที่แก้ได้ทุกปัญหาในทั
ปัญหาปลาหมอคางดำ สร้างความปวดหัวให้แก่ชาวประมงอย่างมากเพราะเป็นสัตว์ต่างถิ่นที่ปรับตัวได้เก่ง สามารถอยู่ได้ในแหล่งน้ำทุกประเภท สามารถแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว กำจัดเท่าไหร่ก็ไม่หมดไม่สิ้น ในรายการ เปลี่ยนมุมคิด สถานีโทรทัศน์รัฐสภา วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เวลา 20.15 น.คุณธวัช สุระบาล ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา กล่าวตอนหนึ่งว่า ปัญหาปลาหมอคางดำไม่ควร “หาคนผิด” เพราะมีหลายปัจจัยไม่รู้ว่ามาจากอะไร กรณีปัญหาการลักลอบนำเข้าสัตว์ต่างถิ่นรวมทั้งประเด็นความรับผิดชอบคงต้องรอฟังข้อเท็จจริงจากกระบวนการศาล ทุกวันนี้ หลายพื้นที่ประสบปัญหาเรื่องคุณภาพน้ำอยู่แล้ว จำเป็นต้องจัดการทั้งระบบนิเวศ ไม่ใช่มองแค่ปัญหาปัญหาหมอคางดำเพียงอย่างเดียว ปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องเร่งเดินหน้าจัดการก็คือ ช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งควบคุมการแพร่ระบาด ลดประชากรปลา ผ่านโมเดล “จับ-ลด-ใช้ประโยชน์” พร้อมเปลี่ยนมุมมอง หมอคางดำ จากวายร้ายเป็นทรัพยากร ที่สามารถ นำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลายทั้ง อาหารคน อาหารสัตว์ อาหารพืช ปลาป่น วัตถุดิบเลี้ยงปูขาว และสินค้าโอท็อป เพื่อสร้างห่วงโซ่เศรษฐกิจใหม่ให้ชุมชน
กรุงเทพฯ (28 พฤษภาคม 2569) – ภาคการผลิตไทยกำลังเผชิญแรงกดดันครั้งใหม่หลายอย่าง อาร์เอ็กซ์ ไบเทค จึงชวนผู้ประกอบการจากทั่วโลกมาร่วมพลิกโฉมการผลิตด้วยนวัตกรรมใหม่ในงาน “Manufacturing Expo 2026” มหกรรมเครื่องจักรและเทคโนโลยีเพื่อการผลิตและอุตสาหกรรมสนับสนุน ที่ครบครันที่สุดในอาเซียน รวมกว่า 2,000 แบรนด์ จาก 30 ประเทศ 29 พาวิลเลียนนานาชาติ ครอบคลุมเทคโนโลยีผลิตพลาสติก แม่พิมพ์ ชิ้นส่วนยานยนต์ หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ อิเล็กทรอนิกส์ การเตรียมพื้นผิวและชุบสี และโซลูชันด้านการบริหารจัดการโรงงานและอาคาร 7 งานเฉพาะทางในมหกรรมเดียว ระหว่างวันที่ 17–20 มิถุนายนนี้ เต็มพื้นที่ฮอลล์ 98–104 รวมกว่า 45,000 ตารางเมตร ของ ไบเทค บางนา นางวราภรณ์ ธรรมจรีย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์เอ็กซ์ ไบเทค (ประเทศไทย) จำกัด เผยถึงแนวคิดการจัดงานในปีนี้ว่า จัดขึ้นภายใต้ธีม “Innovations that Define All Industries” หรือ “นวัตกรรมที่สร้างนิยามใหม่ให้ทุกการผลิต” “ที่เราเลือกธีมนี้ เพราะคำว่า ‘นวัตกรรม’ เป็นสิ่งที่ผู้ร่วมงานของเราบอกว่า นี่คือสิ่งที่พวกเขาต้องการ ปีที่ผ่านมา เราเห็นเจ้าของโรงงานและผู้บริหารระดับสูงในแผน
จากอดีตสู่ปัจจุบัน เสียงตีดังกึกก้องสะท้อนถึงเรื่องราว กลิ่นอายวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในชุมชนนาป้อ ตำบลควนปริง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง ตำบลควนปริงมีพื้นที่ประมาณ 15 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 9,375 ไร่ มีทั้งหมด 9 หมู่บ้าน โดยบ้านนาป้อเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ตำบลควนปริง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวไทยมุสลิม บ้านนาป้อ เป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงมาช้านานในการผลิตมีดพร้าหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ตีมีดพร้า มีดพร้าเป็นมีดที่ใช้ในการเกษตรและชีวิตประจำวันของเกษตรกร จากคำบอกเล่าของชาวบ้านการตีมีดพร้ามีมาตั้งแต่ตั้งชุมชนบ้านนาป้อก็นับร้อยๆ ปี มาแล้ว ต่อมากรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินงานตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548 ได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2548 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม 2548 เป็นต้นมา เพื่อให้มีการส่งเสริมและพัฒนากิจการของวิสาหกิจชุมชน ให้มีความเข้มแข็งและสามารถพึ่งพาตนเองได้ อันจะก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ และแก้ปัญหาชุมชนได้อย่างยั่งยืน คุณประเวช ชิตจันทร์ ประธานวิสาหกิจชุมชน
