นายสุขสันต์ เจียมใจสว่างฤกษ์ รองประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ให้การต้อนรับ นายสมภพ มงคลพิทักษ์สุข ประธานกรรมการ บริษัท CP Standart Gida Sanayi Ve Ticaret A.S. จำกัด หรือ ซี.พี. ตุรกี พร้อมด้วย นายภราดร จินขุนทอง กรรมการผู้จัดการ ซี.พี. ตุรกี และคณะลูกค้าเข้าเยี่ยมชม ซีพีเอฟ ในฐานะผู้นำด้านเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารที่มีมาตรฐานสากลและเป็นที่รู้จักในระดับโลก ณ อาคาร ซี.พี.ทาวเวอร์ สีลม กรุงเทพฯ
MOST POPULAR
ในวันที่โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตซ้ำซ้อน ทั้งสงครามที่ยืดเยื้อ ภาวะเศรษฐกิจที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ ไปจนถึงภัยธรรมชาติจากปรากฏการณ์โลกเดือดที่รุนแรงขึ้นทุกปี หลายคนมักตั้งคำถามว่า “ในเมื่อปากท้องยังลำบาก เราจะปลูกต้นไม้ไปเพื่ออะไร” เรามักถูกสอนให้แยก ‘ปัญหาเศรษฐกิจ’ ออกจาก ‘ปัญหาสิ่งแวดล้อม’ โดยเชื่อว่าต้องเอาชีวิตให้รอดก่อน แล้วค่อยกลับมาดูแลธรรมชาติ แต่นั่นอาจเป็นกับดักทางความคิดที่ทำให้เรามองไม่เห็นทางออกที่แท้จริง เพราะในความเป็นจริงแล้ว ปากท้องกับสิ่งแวดล้อมคือเรื่องเดียวกัน การปลูกป่าในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงการทำเพื่อการค้าหรือประโยชน์ส่วนตัว แต่มันคือการสร้างฐานรากให้กับทุกมิติของชีวิต เพราะเมื่อเรามีสิ่งแวดล้อมที่ดี มีต้นไม้ที่ช่วยดูดซับคาร์บอนและคืนสมดุลให้สภาพอากาศ เมื่อนั้นเราจะทำงานได้ดีขึ้น พืชผลทางการเกษตรจะงอกงามขึ้น และบรรยากาศโดยรวมของสังคมไปจนถึงเศรษฐกิจก็จะขยับดีตามไปด้วย คุณขิม-ลีนา นาคะวิโรจน์ จากพนักงานออฟฟิศผู้หลงรักการเดินป่า สู่การเป็นอินฟลูเอนเซอร์เจ้าของช่อง “สาวใต้ปลูกต้นไม้” ที่ตัดสินใจทิ้งงานประจำมาปลูก “ไม้ป่าและไม้เศรษฐกิจ” อย่างเต็มตัว”Advertiser” คุณขิมเล่าว่า
เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 สมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทยร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จัดเสวนา“ ผ่าร่าง พ.ร.บ. พันธุ์พืชใหม่ : UPOV 1991 ปลดล็อกนวัตกรรม หรือจำกัดสิทธิเกษตรกร?” ณ ห้องประชุมธีระ สูตะบุตร ชั้น 2 อาคารสารนิเทศ 50 ปี โดยมีสื่อมวลชน ภาคประชาชน และตัวแทนเกษตรกรสนใจเข้ารับฟังการเสวนาครั้งนี้กันอย่างคับคั่ง ผศ.น.สพ.ดร.คงศักดิ์ เที่ยงธรรม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นประธานเปิดการเสวนา ได้กล่าวว่า ความหลากหลายทางชีวภาพคือขุมทรัพย์และมรดกแห่งแผ่นดินไทย โจทย์ใหญ่คือเราจะแปลงความอุดมสมบูรณ์นี้ให้เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจเพื่อประโยชน์สูงสุดของคนไทย ควบคู่ไปกับการเดินหน้าตามกติกาโลกได้อย่างไร เวทีนี้จึงเป็นหมุดหมายสำคัญในการผนึกกำลัง หาจุดสมดุล และสร้างความเข้าใจร่วมกัน เพื่อปูทางสู่นโยบายเมล็ดพันธุ์พืชไทยอย่างยั่งยืน มุมมอง : กรมวิชาการเกษตร นางสาวธิดากุญ แสนอุดม ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช กรมวิชาการเกษตรกล่าวว่า ตอนนี้ ประเทศไทยยังไม่ได้เข้า UPOV ตอบไม่ได้ว่า เข้าแล้วจะได้อะไร เสียอะไร คำตอบที่ดีที่สุดคือ ไปศึกษาประเทศที่เข้าเป็นภาคี UPOV 20-30 ปีแล้
21 ตุลาคม 2569 เนื่องในโอกาสครบรอบ 59 ปี กรมส่งเสริมการเกษตร นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบแนวทางการขับเคลื่อนกรมส่งเสริมการเกษตร มุ่ง “สร้างคนรุ่นใหม่ พัฒนากรมเป็นองค์กรทันสมัย ด้วยงานส่งเสริมการเกษตรสมัยใหม่ เพื่อความมั่นคงและยั่งยืนทางเกษตรและอาหาร” พร้อมยกระดับระบบส่งเสริมการเกษตรให้สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของภาคการเกษตร เชื่อมโยงคน พื้นที่ และสินค้า ใช้ข้อมูล เทคโนโลยี และนวัตกรรมสร้างโอกาสและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับเกษตรกร นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 59 ปี กรมส่งเสริมการเกษตรเป็นกำลังสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมไปสู่เกษตรกร ตลอดจนเชื่อมโยงการทำงานระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และเครือข่ายเกษตรกร เพื่อให้การพัฒนาการเกษตรเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในทุกพื้นที่ งานส่งเสริมการเกษตรไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการถ่ายทอดความรู้ แต่ต้องสามารถเชื่อมโยง ‘คน พื้นที่ และสินค้า’ เข้าด้วยกัน ใช้ข้อมูล เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นเครื่องมือในการตั
ใครจะคิดว่า พื้นที่ทะเลทรายอันแห้งแล้งที่เต็มไปด้วยผืนทรายกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา จะสามารถเปลี่ยนให้กลายเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเศรษฐกิจได้ แต่วันนี้ประเทศจีนกำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า ข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์อาจไม่ใช่อุปสรรคของการทำเกษตรกรรมอีกต่อไป เมื่อมีเทคโนโลยีและการบริหารจัดการทรัพยากรที่เหมาะสม หนึ่งในตัวอย่างที่กำลังได้รับความสนใจคือ การพัฒนาฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกลางทะเลทรายทากลามากัน (Taklamakan Desert) ในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีน ซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกลจากทะเลและมีสภาพอากาศแห้งแล้งอย่างรุนแรง แต่กลับสามารถเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้หลากหลายชนิด ตั้งแต่ปลาแซลมอน ปลาเทราต์ ปลากะพง ไปจนถึงกุ้งและปู ความน่าสนใจไม่ได้อยู่เพียงการเลี้ยงปลาในพื้นที่ที่แทบไม่มีฝนตกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการนำน้ำใต้ดินที่มีความเค็มมาปรับคุณภาพให้เหมาะสมกับสัตว์น้ำ การใช้ระบบหมุนเวียนน้ำเพื่อลดการสูญเสีย ตลอดจนการนำเทคโนโลยีควบคุมสภาพแวดล้อมเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ปัจจุบันเขตซินเจียงมีฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำมากกว่า 1,000 แห่ง มีกำลังการผลิตรวมมากกว่า 200,000 ตันต่อปี
