Related Posts
กรมชลประทานเดินหน้าผลักดันโครงการอ่างเก็บน้ำคลองอีจ้อ อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร จัดประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการ การศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 เพื่อนำเสนอผลการศึกษา รับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน และนำข้อเสนอแนะไปปรับปรุงรายละเอียดโครงการ ก่อนเสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณาและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป นายสกุลเพชร พิกุลประเสริฐ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดกำแพงเพชร กล่าวว่า โครงการอ่างเก็บน้ำคลองอีจ้อถือเป็นโครงการสำคัญที่มีศักยภาพในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร การอุปโภคบริโภค และช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมขอให้กรมชลประทานเดินหน้าสร้างความเข้าใจและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงการ ด้าน นายปรัชญา ฉายวัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธา (ด้านการวางแผน) สำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน ในฐานะประธานกำกับการศึกษา เปิดเผยว่า จากการศึกษาภาพรวมของลุ่มน้ำคลองสวนหมาก พบว่าพื้นที่ประสบปัญหาหลัก 2 ด้าน คือ ภัยแล้งจากการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภค-บริโภค และ ปัญหาน้ำท่วม ทั้งจ
ภาคการเกษตรไทยกำลังเผชิญความท้าทายครั้งสำคัญจากความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะวิกฤตการณ์ ซูเปอร์เอลนีโญ (Super El Niño) ปี 2569–2570 ที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเนื่อง ทั้งปัญหาฝนทิ้งช่วง ภัยแล้ง และปริมาณน้ำต้นทุนที่ลดลง ซึ่งอาจยืดเยื้อถึง 2 ปี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงเร่งยกระดับศักยภาพ อาสาสมัครเกษตร (อกษ.) และ อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) ให้เป็นกำลังสำคัญในการเชื่อมโยงข้อมูล ถ่ายทอดองค์ความรู้ และสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำในระดับพื้นที่ เพื่อเสริมความพร้อมรับมือสถานการณ์และลดผลกระทบต่อเกษตรกร นางสาวนฤมล สงวนวงศ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การพัฒนาอาสาสมัครเกษตรในยุคปัจจุบันไม่ได้มุ่งเพียงการรับมือกับปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการยกระดับศักยภาพรอบด้าน เพื่อก้าวสู่การเป็น “เกษตรกรอัจฉริยะ” ผ่านการบูรณาการความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและภาคีเครือข่าย ให้มีทั้งองค์ความรู้ เครื่องมือดิจิทัล และทักษะด้านการบริหารจัดการน้ำที่ทันสมัย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ร่วมกับสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) และสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพอาสาส
ท่ามกลางการเร่งสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engine) ของประเทศไทย ภาคอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพกำลังถูกจับตามองในฐานะหนึ่งในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพสูง ทั้งในด้านการค้า การลงทุน การผลิต และนวัตกรรม ภาพดังกล่าวสะท้อนชัดเจนผ่านความสำเร็จของ International Healthcare Week 2026 มหกรรมด้านอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 – 10 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยไม่ได้เป็นเพียงเวทีจัดแสดงสินค้า แต่กำลังก้าวขึ้นเป็น “แพลตฟอร์มเศรษฐกิจ” ที่เชื่อมโยงผู้กำหนดนโยบาย นักลงทุน ผู้ผลิต ผู้พัฒนาเทคโนโลยี และผู้ให้บริการด้านสุขภาพจากทั่วโลกไว้ในพื้นที่เดียว โดยภายในงานมีผู้เข้าร่วมชมงาน 26,000 คน และเกิดเจรจาธุรกิจจากงานมากกว่า 5,700 คู่ค้า และยอดมูลค่าธุรกิจมากกว่าหมื่นสองล้านบาท เบื้องหลังความสำเร็จของงาน คือการวางกลยุทธ์ของ รุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการภูมิภาคอาเซียน อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ (ประเทศไทย) ที่ผลักดันให้ 4 งานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ ได้แก่ CPHI South East Asia, World Health Expo (WHX) Bangkok, Medte
นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง ร่วมติดตามคณะ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในโอกาสร่วมคณะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ พร้อมร่วมพิธีลงนาม “พิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดการกักกันและสุขลักษณะสำหรับสัตว์น้ำมีชีวิตเพื่อการบริโภคที่จะส่งออก” ระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แห่งราชอาณาจักรไทย กับสำนักงานศุลกากร แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือด้านมาตรฐานการส่งออกสัตว์น้ำมีชีวิตเพื่อการบริโภคฉบับแรก ที่จะเป็นกลไกเสริมความเชื่อมั่นทางด้านการค้าสินค้าประมงระหว่าง 2 ประเทศ ซึ่งจะช่วยลดอุปสรรค และปูเส้นทางการส่งออกสัตว์น้ำชนิดใหม่ๆของไทยไปยังตลาดจีนในอนาคต นางฐิติพร เปิดเผยว่า การลงนามพิธีสารในครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากการที่รัฐบาลจีนได้ปรับปรุงกฎหมายและมาตรการด้านความปลอดภัยอาหารสำหรับสินค้านำเข้า โดยกำหนดให้ประเทศผู้ส่งออกต้องผ่านการประเมินความเสี่ยง และจัดทำกรอบความตกลงด้านการกักกันและสุขลักษณะร่วมกันก่อนการนำเข้าสินค้า ส่งผลให้กรมประมงได้เร่งเจรจากับ GACC อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2568 เพื่อกำห
สำนักงาน กปร. เดินหน้ายกระดับการประเมินผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ชู “ตัวชี้วัดเชิงวิชาการ” สะท้อนความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ยกพื้นที่ “ห้วยทราย” จังหวัดเพชรบุรี เป็นโมเดลความสำเร็จ พลิกฟื้นผืนป่าที่เคยเสื่อมโทรมจนเกือบเป็นทะเลทราย ให้กลับมาอุดมสมบูรณ์และสร้างรายได้ให้ชุมชนได้อย่างยั่งยืน สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “โครงการจัดทำตัวชี้วัดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเพชรบุรี เพื่อยกระดับระบบการติดตามและประเมินผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ให้เป็นไปตามหลักวิชาการ สะท้อนผลสัมฤทธิ์การพัฒนาได้อย่างชัดเจน และเป็นต้นแบบการพัฒนาพื้นที่ทั่วประเทศ การสัมมนาครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ประธานกรรมการบริหารโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นประธานเปิดงาน โดยมี นางศศิพร ปาณิกบุตร รองเลขาธิการสำนักงาน กปร. พร้อมผู้เชี่ยวชาญ คณะอนุกรรมการ คณะทำงาน และผู้แทนจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้
นางประภัสสร คำผอง ผู้จัดการสหกรณ์โคนมวาริชภูมิ จำกัด จังหวัดสกลนคร เปิดเผยถึงความสำเร็จครั้งสำคัญในการผลักดัน “นมวาริช” (Waris Milk) ผลิตภัณฑ์นมโคแท้ 100% ให้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI (Geographical Indication) อย่างเป็นทางการว่า “นมวาริช” ถือเป็นสินค้า GI ลำดับที่ 7 ของจังหวัดสกลนคร ในปี 2569 โดยเป็นผลผลิตจากโครงการพระราชดำริและพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคนมของเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งเริ่มต้นสร้างอาชีพมาตั้งแต่ปี 2505 ก่อนจะรวมกลุ่มและจดทะเบียนจัดตั้งเป็นสหกรณ์โคนมวาริชภูมิ จำกัด อย่างเป็นระบบในปี 2535 ความโดดเด่นของ “นมวาริช” เริ่มต้นจากต้นน้ำที่เข้มแข็งด้วยทำเลที่ตั้งทางภูมิศาสตร์เฉพาะตัว โดยผลิตจากน้ำนมดิบของแม่โคลูกผสมสายพันธุ์โฮลสไตน์ฟรีเซียน ซึ่งเลี้ยงดูตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ในพื้นที่ราบเชิงเขาและหุบเขาของเทือกเขาภูพาน อำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร ซึ่งมีสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เย็นสบายเอื้อต่อการทำเกษตรกรรม ทั้งยังมีความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำจากเขื่อนน้ำ
