รองศาสตราจารย์ ดร. ประมุข อุณหเลขกะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ (มทร.สุวรรณภูมิ) เป็นประธานเปิดโครงการ “หนูขอบาทเดียว หนูจะเอาไปช่วยสิ่งแวดล้อม” เพื่อสร้างจิตสำนึกในการคัดแยกขยะ และนำไปใช้ประโยชน์ในมหาวิทยาลัย และให้นักศึกษาผลิตถังหมักขยะอินทรีย์ในมหาวิทยาลัย จัดโดยคณะบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยมีผู้บริหาร อาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษาเข้าร่วมโครงการ ณ อาคารเทคโนโลยีสารสนเทศ มทร.สุวรรณภูมิ ศูนย์พระนครศรีอยุธยา หันตรา
MOST POPULAR
ใครจะคิดว่า พื้นที่ทะเลทรายอันแห้งแล้งที่เต็มไปด้วยผืนทรายกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา จะสามารถเปลี่ยนให้กลายเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเศรษฐกิจได้ แต่วันนี้ประเทศจีนกำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า ข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์อาจไม่ใช่อุปสรรคของการทำเกษตรกรรมอีกต่อไป เมื่อมีเทคโนโลยีและการบริหารจัดการทรัพยากรที่เหมาะสม หนึ่งในตัวอย่างที่กำลังได้รับความสนใจคือ การพัฒนาฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกลางทะเลทรายทากลามากัน (Taklamakan Desert) ในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีน ซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกลจากทะเลและมีสภาพอากาศแห้งแล้งอย่างรุนแรง แต่กลับสามารถเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้หลากหลายชนิด ตั้งแต่ปลาแซลมอน ปลาเทราต์ ปลากะพง ไปจนถึงกุ้งและปู ความน่าสนใจไม่ได้อยู่เพียงการเลี้ยงปลาในพื้นที่ที่แทบไม่มีฝนตกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการนำน้ำใต้ดินที่มีความเค็มมาปรับคุณภาพให้เหมาะสมกับสัตว์น้ำ การใช้ระบบหมุนเวียนน้ำเพื่อลดการสูญเสีย ตลอดจนการนำเทคโนโลยีควบคุมสภาพแวดล้อมเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ปัจจุบันเขตซินเจียงมีฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำมากกว่า 1,000 แห่ง มีกำลังการผลิตรวมมากกว่า 200,000 ตันต่อปี
กล้วยหิน เป็นกล้วยป่า พบในธรรมชาติครั้งแรกเป็นจำนวนมากในสภาพอากาศร้อนชื้น บริเวณป่าสองฝั่งแม่น้ำปัตตานี ในพื้นที่ตำบลบาเจาะ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา เนื่องจากทำเลทองแห่งนี้มีผืนดินที่อุดมสมบูรณ์ มีความชื้นทั้งในดินและในอากาศสูงตลอดทั้งปี กล้วยหิน 1 เครือ จะมีประมาณ 7-10 หวี เฉลี่ยหวีละ 10-15 ผล กล้วยหินเติบโตได้ในดินแทบทุกประเภท ทนแล้งได้ดี ลำต้นมีขนาดใหญ่ แข็งแรง แตกกอเก่ง ไม่ค่อยมีโรคและแมลงรบกวน ทนทานต่อโรครากเน่า (ตายพราย) มีเปลือกหนาทนทานต่อการขนส่ง และผลแก่เก็บไว้ได้นานนับสัปดาห์ ลำต้นอ่อนนำมาปรุงอาหารรสชาติดีกว่ากล้วยน้ำว้า ทั้งนี้ กล้วยหินบันนังสตา ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคในวงกว้าง สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลาจึงส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชน นำกล้วยหินมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้สินค้า ปัจจุบัน กล้วยหินบันนังสตา ได้ขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI : Geographical Indication) ลักษณะผลส่วนใหญ่เป็นรูปสี่เหลี่ยม แต่ผลด้านข้างสุดของหวีทั้งสองด้านมักจะเป็นรูปสามเหลี่ยม เปลือกหนา ผลดิบเปลือกสีเขียวเข้ม เมื่อสุกเปลือกสีเหลือง เนื้อแน่น ผลดิบเนื้
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา “ไม้ใบ” กลายเป็นหนึ่งในพืชประดับที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มมอนสเตอร่า ฟิโลเดนดรอน อโลคาเซีย หรือไม้ใบฟอร์มสวยชนิดต่างๆ ที่หลายคนเลือกนำมาตกแต่งบ้านและพื้นที่สีเขียวภายในอาคาร แต่สิ่งสำคัญที่มักถูกมองข้าม คือ “วัสดุปลูก” ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของการปลูกไม้ใบให้เติบโตสวยงาม แข็งแรง และมีระบบรากที่สมบูรณ์ หลายครั้งที่ต้นไม้มีอาการใบเหลือง โตช้า รากเน่า หรือหยุดการเจริญเติบโต ปัญหาอาจไม่ได้เกิดจากการรดน้ำหรือการใส่ปุ๋ยเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดจากวัสดุปลูกที่ไม่เหมาะสม เช่น ดินแน่นเกินไป อุ้มน้ำมากเกินไป หรือระบายน้ำได้ไม่ดี จนส่งผลให้รากขาดอากาศและเกิดการสะสมของเชื้อราในที่สุด ทำไม “วัสดุปลูก” จึงสำคัญกับไม้ใบ ไม้ใบส่วนใหญ่มีลักษณะรากที่ต้องการอากาศถ่ายเทได้ดี หากวัสดุปลูกแน่นหรือชื้นสะสมมากเกินไป จะทำให้รากอ่อนแอและเกิดโรครากเน่าได้ง่าย โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย วัสดุปลูกที่เหมาะสมจึงควรมีคุณสมบัติสำคัญ 3 อย่าง ได้แก่”Advertiser” การสร้างสมดุลระหว่าง “ความโปร่ง” และ “ความชื้น” คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ไม้ใบสามารถเติบโตได้เต็มฟอร์ม ใ
จากผักที่ตั้งใจปลูกไว้กินเอง สู่เส้นทางเกษตรอินทรีย์เต็มรูปแบบของ คุณเต้-อัญชรี อัสววิมล เจ้าของ Organ by Smart Nine Farm จ.นนทบุรี กว่า 10 ปีแห่งการเรียนรู้และพัฒนาจากปัญหา “ดินเหนียว แห้ง และฝน” สู่การปรุงดิน ทำปุ๋ยหมักเอง และพัฒนาระบบโต๊ะปลูกถึง 144 โต๊ะ ปลูกผักไทยสลับผักสลัด หมุนเวียนผลผลิตกว่า 5,000 ต้นต่อสัปดาห์ 🥬✨ . 🍽️ เมื่อผักคุณภาพไม่ได้จบแค่หน้าฟาร์ม คุณเต้จึงต่อยอดสู่ ร้านอาหารแบบ Farm to Table นำผักที่ปลูกมาเพิ่มมูลค่าเป็นเมนูอาหารในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่สลัด สเต๊ก ไปจนถึงเมนูผักไทย พร้อมขายตรงถึงผู้บริโภค โดยผักสลัดเฉลี่ย 210 บาท/กก. และผักไทยเฉลี่ย 150 บาท/กก. 🌿👩🌾
