นายสัตวแพทย์สถิตย์ อรุณแสง รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ (มทร.สุวรรณภูมิ) พร้อมด้วยผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และนักศึกษา ร่วมพิธีน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระสงฆ์ เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ หอประชุมพระพิรุณ-ระลึกโปรดเกล้าฯ มทร.สุวรรณภูมิ ศูนย์พระนครศรีอยุธยา หันตรา เมื่อเร็วๆ นี้
MOST POPULAR
ใครจะคิดว่า พื้นที่ทะเลทรายอันแห้งแล้งที่เต็มไปด้วยผืนทรายกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา จะสามารถเปลี่ยนให้กลายเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเศรษฐกิจได้ แต่วันนี้ประเทศจีนกำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า ข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์อาจไม่ใช่อุปสรรคของการทำเกษตรกรรมอีกต่อไป เมื่อมีเทคโนโลยีและการบริหารจัดการทรัพยากรที่เหมาะสม หนึ่งในตัวอย่างที่กำลังได้รับความสนใจคือ การพัฒนาฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกลางทะเลทรายทากลามากัน (Taklamakan Desert) ในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีน ซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกลจากทะเลและมีสภาพอากาศแห้งแล้งอย่างรุนแรง แต่กลับสามารถเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้หลากหลายชนิด ตั้งแต่ปลาแซลมอน ปลาเทราต์ ปลากะพง ไปจนถึงกุ้งและปู ความน่าสนใจไม่ได้อยู่เพียงการเลี้ยงปลาในพื้นที่ที่แทบไม่มีฝนตกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการนำน้ำใต้ดินที่มีความเค็มมาปรับคุณภาพให้เหมาะสมกับสัตว์น้ำ การใช้ระบบหมุนเวียนน้ำเพื่อลดการสูญเสีย ตลอดจนการนำเทคโนโลยีควบคุมสภาพแวดล้อมเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ปัจจุบันเขตซินเจียงมีฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำมากกว่า 1,000 แห่ง มีกำลังการผลิตรวมมากกว่า 200,000 ตันต่อปี
กล้วยหิน เป็นกล้วยป่า พบในธรรมชาติครั้งแรกเป็นจำนวนมากในสภาพอากาศร้อนชื้น บริเวณป่าสองฝั่งแม่น้ำปัตตานี ในพื้นที่ตำบลบาเจาะ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา เนื่องจากทำเลทองแห่งนี้มีผืนดินที่อุดมสมบูรณ์ มีความชื้นทั้งในดินและในอากาศสูงตลอดทั้งปี กล้วยหิน 1 เครือ จะมีประมาณ 7-10 หวี เฉลี่ยหวีละ 10-15 ผล กล้วยหินเติบโตได้ในดินแทบทุกประเภท ทนแล้งได้ดี ลำต้นมีขนาดใหญ่ แข็งแรง แตกกอเก่ง ไม่ค่อยมีโรคและแมลงรบกวน ทนทานต่อโรครากเน่า (ตายพราย) มีเปลือกหนาทนทานต่อการขนส่ง และผลแก่เก็บไว้ได้นานนับสัปดาห์ ลำต้นอ่อนนำมาปรุงอาหารรสชาติดีกว่ากล้วยน้ำว้า ทั้งนี้ กล้วยหินบันนังสตา ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคในวงกว้าง สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลาจึงส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชน นำกล้วยหินมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้สินค้า ปัจจุบัน กล้วยหินบันนังสตา ได้ขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI : Geographical Indication) ลักษณะผลส่วนใหญ่เป็นรูปสี่เหลี่ยม แต่ผลด้านข้างสุดของหวีทั้งสองด้านมักจะเป็นรูปสามเหลี่ยม เปลือกหนา ผลดิบเปลือกสีเขียวเข้ม เมื่อสุกเปลือกสีเหลือง เนื้อแน่น ผลดิบเนื้
“มะละกอ” จัดเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางอาหารสูง หาซื้อได้ง่ายและราคาไม่สูงมากนัก แต่เดิมคนไทยจะคุ้นเคยกับ “มะละกอพันธุ์แขกดำ” และ “พันธุ์แขกนวล” โดยพันธุ์แขกดำนำมาบริโภคได้ทั้งดิบและสุก ในขณะที่พันธุ์แขกนวลนิยมนำมาทำเป็นส้มตำ ด้วยความที่ “ส้มตำ” นั้นเป็นที่นิยมของทั่วทุกภาพ ปัจจุบันเกษตรกรไทยเริ่มขยายพื้นที่ปลูกมะละกอพันธุ์ทานดิบอย่าง “ครั่ง” กันมากขึ้น เนื่องจากเป็นสายพันธุ์มะละกอไทยที่พัฒนาสายพันธุ์ขึ้นมาเพื่อบริโภคดิบ เพื่อนำมาทำส้มตำโดยเฉพาะ เนื้อกรอบและรสชาติอร่อยมาก นอกจากนั้น ยังมีมะละกออีกหลายๆ สายพันธุ์ที่น่าจะเป็นทางเลือกใหม่สำหรับเกษตรกรที่คิดจะปลูกและบริโภค เช่น มะละกอ “ขอนแก่น 80” และมะละกอยักษ์ “เรดแคริเบี้ยน” เป็นต้น 1. มะละกอแขกดำศรีสะเกษ “มะละกอแขกดำศรีสะเกษ” สายพันธุ์มะละกอที่ดีพันธุ์หนึ่งของไทย เป็นมะละกอไทยอีกสายพันธุ์หนึ่งที่ศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษ กรมวิชาการเกษตร ได้รวบรวมพันธุ์มะละกอแขกดำจากจังหวัดราชบุรีและจังหวัดนครราชสีมา โดยได้นำเมล็ดมาปลูกในระหว่างปี พ.ศ. 2527-2533 เพื่อศึกษาและคัดเลือกสายพันธุ์แขกดำที่ให้ผลผลิตสูงและได้ตั้งชื่อสายพันธุ์ว่า “แขกดำศรีสะเกษ” ปัจจ
วันนี้ (21 ตุลาคม 2569) นายสุธีร์ วิศิษฎ์วรากร ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เข้าร่วมงานแถลงข่าวการจัด “งานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี 2569” (Udon Thani International Horticultural Expo 2026) ภายใต้แนวคิดหลัก “ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต : สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และนวัตกรรมทางการเกษตร ต่อยอดโอกาสทางเศรษฐกิจแก่เกษตรกรและผู้ประกอบการไทย ซึ่งการจัดมหกรรมในครั้งนี้ได้รับการรับรองจากสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) และจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด จังหวัดอุดรธานี บนพื้นที่กว่า 1,030 ไร่ ประกอบด้วย สวนนานาชาติ 32 สวน จาก 17 ประเทศ และ 2 องค์กรนานาชาติ แบ่งเป็น สวนนานาชาติภายนอกอาคาร 16 สวน และ สวนนานาชาติภายในอาคาร 16 สวน สวนองค์กรจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนชั้นนำของไทย 16 สวน สวนจัดแสดงพรรณไม้กว่า 50 สวน และไม้ดอกไม้ประดับหมุนเวียนกว่า 1 ล้านต้น พร้อมนิทรรศการและกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย ตั้งเป้าผู้เข้าชม 3.6 ล้านคน คาดกระตุ้น
