พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ คณะผู้บริหารบริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด นำโดย นายจูนจิ โอตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และ นางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส พร้อมด้วยผู้บริหารเอสซีจี นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ และ นายอารีย์ ชวลิตชีวินกุล ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายพระพรชัยมงคล และน้อมเกล้าฯ ถวายเครื่องจักรกลการเกษตร ประกอบด้วย แทรกเตอร์ L5018 Air Cabin เครื่องอัดฟาง Hay Baler HB136 และโดรนการเกษตร Drone T25 เพื่อพระราชทานแก่โครงการในพระราชดำริต่างๆ ตามพระราชอัธยาศัย เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ วันที่ 28 กรกฎาคม 2567 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต
MOST POPULAR
ในวันที่โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตซ้ำซ้อน ทั้งสงครามที่ยืดเยื้อ ภาวะเศรษฐกิจที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ ไปจนถึงภัยธรรมชาติจากปรากฏการณ์โลกเดือดที่รุนแรงขึ้นทุกปี หลายคนมักตั้งคำถามว่า “ในเมื่อปากท้องยังลำบาก เราจะปลูกต้นไม้ไปเพื่ออะไร” เรามักถูกสอนให้แยก ‘ปัญหาเศรษฐกิจ’ ออกจาก ‘ปัญหาสิ่งแวดล้อม’ โดยเชื่อว่าต้องเอาชีวิตให้รอดก่อน แล้วค่อยกลับมาดูแลธรรมชาติ แต่นั่นอาจเป็นกับดักทางความคิดที่ทำให้เรามองไม่เห็นทางออกที่แท้จริง เพราะในความเป็นจริงแล้ว ปากท้องกับสิ่งแวดล้อมคือเรื่องเดียวกัน การปลูกป่าในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงการทำเพื่อการค้าหรือประโยชน์ส่วนตัว แต่มันคือการสร้างฐานรากให้กับทุกมิติของชีวิต เพราะเมื่อเรามีสิ่งแวดล้อมที่ดี มีต้นไม้ที่ช่วยดูดซับคาร์บอนและคืนสมดุลให้สภาพอากาศ เมื่อนั้นเราจะทำงานได้ดีขึ้น พืชผลทางการเกษตรจะงอกงามขึ้น และบรรยากาศโดยรวมของสังคมไปจนถึงเศรษฐกิจก็จะขยับดีตามไปด้วย คุณขิม-ลีนา นาคะวิโรจน์ จากพนักงานออฟฟิศผู้หลงรักการเดินป่า สู่การเป็นอินฟลูเอนเซอร์เจ้าของช่อง “สาวใต้ปลูกต้นไม้” ที่ตัดสินใจทิ้งงานประจำมาปลูก “ไม้ป่าและไม้เศรษฐกิจ” อย่างเต็มตัว”Advertiser” คุณขิมเล่าว่า
ใครจะคิดว่า พื้นที่ทะเลทรายอันแห้งแล้งที่เต็มไปด้วยผืนทรายกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา จะสามารถเปลี่ยนให้กลายเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเศรษฐกิจได้ แต่วันนี้ประเทศจีนกำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า ข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์อาจไม่ใช่อุปสรรคของการทำเกษตรกรรมอีกต่อไป เมื่อมีเทคโนโลยีและการบริหารจัดการทรัพยากรที่เหมาะสม หนึ่งในตัวอย่างที่กำลังได้รับความสนใจคือ การพัฒนาฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกลางทะเลทรายทากลามากัน (Taklamakan Desert) ในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีน ซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกลจากทะเลและมีสภาพอากาศแห้งแล้งอย่างรุนแรง แต่กลับสามารถเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้หลากหลายชนิด ตั้งแต่ปลาแซลมอน ปลาเทราต์ ปลากะพง ไปจนถึงกุ้งและปู ความน่าสนใจไม่ได้อยู่เพียงการเลี้ยงปลาในพื้นที่ที่แทบไม่มีฝนตกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการนำน้ำใต้ดินที่มีความเค็มมาปรับคุณภาพให้เหมาะสมกับสัตว์น้ำ การใช้ระบบหมุนเวียนน้ำเพื่อลดการสูญเสีย ตลอดจนการนำเทคโนโลยีควบคุมสภาพแวดล้อมเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ปัจจุบันเขตซินเจียงมีฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำมากกว่า 1,000 แห่ง มีกำลังการผลิตรวมมากกว่า 200,000 ตันต่อปี
กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียงตำบลช่องสะแก หมู่ที่ 7 ตำบลช่องสะแก อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี นับเป็นกลุ่มต้นแบบความสำเร็จจากการยกระดับจากฟาร์มเกษตรจำนวน 5 ไร่ เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรอินทรีย์ สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในชุมชน สร้างเครือข่ายเกษตรกรรวมถึงสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรอย่างครบวงจร และพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตรได้อย่างยั่งยืน นายสุพจน์ กลิ่นพ่วง ผู้ก่อตั้งและเป็นประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียงตำบลช่องสะแก บอกเล่าว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียงตำบลช่องสะแก มีพื้นที่ดำเนินกิจกรรมทางการเกษตรและปลูกพืชผักอินทรีย์ จำนวน 5 ไร่ เริ่มดำเนินการเมื่อปี 2559 ปัจจุบันมีสมาชิกเกษตรกร 50 ราย สมาชิกส่วนใหญ่ ร้อยละ 92 จะเพาะปลูกข้าวเป็นหลัก และบางส่วนจะปลูกพืชผักอินทรีย์ ซึ่งเกษตรกรจำนวน 4 รายที่ปลูกพืชผักอินทรีย์ได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม (Participatory Guarantee Systems: PGS) โดยกลุ่มมีเป้าหมายสำคัญคือต้องการผลิตพืชผักอินทรีย์ไว้จำหน่าย และบางส่วนเก็บไว้บริโภคในครัวเรือน กลุ่มจึงมีการส่งเสริมสมาชิ
จากความชอบต้นไม้ที่อยากนำมาตกแต่งบ้าน สู่การเรียนรู้ปลูกไม้แปลกไม้หายากอย่างจริงจัง จนต่อยอดเป็นการเพาะขยายพันธุ์และจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ เรื่องราวของ คุณจอม-ศรุต สุวรรณภักดี นักแสดงหนุ่มเจ้าของความหลงใหลในไม้แปลกไม้หายาก จากเพจ Live with plants ที่เริ่มต้นเข้าสู่วงการต้นไม้จากความต้องการหาต้นไม้ประดับมาตกแต่งบ้าน จากนั้นค่อยๆ เรียนรู้เรื่องพรรณไม้ การขยายพันธุ์ และการทำตลาด จนมีสวนไม้สะสมเป็นของตัวเอง โดยเฉพาะไม้ใบกลุ่มฟิโลเดนดรอน มอนสเตอร่า และแอนทูเรียม ซึ่งเป็นกลุ่มไม้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และได้รับความสนใจจากนักสะสม สามารถเป็นอีกหนึ่งช่องทางสร้างรายได้ เริ่มจากอยากได้ต้นไม้แต่งบ้าน ก่อนก้าวเข้าสู่วงการไม้แปลก คุณจอม เล่าให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นของการปลูกไม้แปลกไม้หายาก ไม่ได้เกิดจากความต้องการทำธุรกิจ แต่เริ่มจากความชอบส่วนตัวที่อยากหาต้นไม้ประดับเข้ามาปลูกภายในบ้าน โดยเลือกต้นไม้ให้เหมาะกับมุมต่างๆ ของบ้าน ซึ่งตลาดต้นไม้แห่งแรกที่มีโอกาสไปเดินเลือกซื้อคือ ตลาดนัดจตุจักร”Advertiser” หลังจากนั้นจึงเริ่มรู้จักไม้ขุดล้อมจากหลายจังหวัด ทำให้ได้เห็นว่าต้นไม้แต่ละชนิด มีราคาจำ
