ผลไม้พื้นบ้านโบราณหายาก ควรค่าแก่การอนุรักษ์
รังแข หรือ ลังแข ผลไม้ป่าอีกชนิดหนึ่งที่พบแถวป่า (แก่) ภาคใต้ ที่ยะลาพบมากแถวป่าบาลาฮาลา เป็นพืชตระกูลเดียวกับละไม มะไฟ เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ผลใหญ่ เปลือกหนา รสชาติเปรี้ยวๆ หวานๆ แก้อาการท้องผูก
แหล่งที่มา : สำนักงานเกษตรจังหวัดพังงา ตำบลท้ายช้าง อำเภอเมือง จังหวัดพังงา โทรศัพท์ 076-481-467

MOST POPULAR
ในยุคที่เกษตรกรเริ่มหันมาปลูกพืชแบบปลอดสารพิษมากขึ้น สมุนไพรพื้นบ้าน กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดการใช้สารเคมี หนึ่งในสมุนไพรที่ได้รับความสนใจอย่างมาก คือ “หนอนตายหยาก” ซึ่งมีสรรพคุณโดดเด่นในการ ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช โดยเฉพาะหนอนและแมลงต่างๆ ได้ผลดีแถมปลอดภัยกับคนและสิ่งแวดล้อม รู้จักกับ “หนอนตายหยาก” หนอนตายหยาก (ชื่อวิทยาศาสตร์: Derris elliptica) เป็นไม้เลื้อยที่พบได้ทั่วไปในป่าเบญจพรรณของไทย มีชื่อเรียกในแต่ละท้องถิ่นแตกต่างกัน เช่น “กำลังช้างเผือก”, “เครือเขาหนัง”, หรือ “บงตายหยาก” นิยมใช้รากและเถ้าเป็นส่วนผสมหลักในการทำยากำจัดแมลง จุดเด่นอยู่ที่สาร โรติโนน (Rotenone) ที่มีอยู่ในรากและเปลือกลำต้น ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่ออกฤทธิ์ในการทำลายระบบประสาทของแมลง ทำให้แมลงหยุดกิน หยุดเคลื่อนไหว และตายในที่สุด สรรพคุณในการป้องกันและกำจัดศัตรูพืช โดยไม่ทำอันตรายต่อพืชหรือผู้บริโภค จึงเหมาะกับเกษตรอินทรีย์หรือผู้ที่ต้องการลดการใช้สารเคมีในสวนของตน หนอนตายหยากสามารถใช้ไล่และฆ่าแมลงศัตรูพืชได้หลายชนิด เช่น วิธีการทำน้ำหมักสมุนไพรหนอนตายหยาก ส่วนผสม วิธีทำ วิธีใช้เจือจางน้ำหมัก 100 ซีซี ต่อน
ในแต่ละวัน หลายบ้านต้องหุงข้าว และสิ่งที่มักถูกเททิ้งไปพร้อมกับน้ำล้างข้าวก็คือ “น้ำซาวข้าว” ทั้งที่ของเหลือจากครัวชนิดนี้ยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ต่อได้ โดยเฉพาะคนที่ปลูกต้นไม้ ทำสวน หรือทำเกษตรแบบพึ่งพาตัวเอง น้ำซาวข้าวมีสารอินทรีย์บางส่วนที่หลุดออกมาจากเมล็ดข้าว เช่น แป้งและสารอาหารในปริมาณเล็กน้อย ซึ่งสามารถเป็นแหล่งอาหารของจุลินทรีย์บางกลุ่ม เมื่อนำมาหมักอย่างเหมาะสม จึงเกิดเป็นน้ำหมักที่สามารถนำไปใช้ร่วมกับการดูแลสวน ช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุและส่งเสริมกิจกรรมของจุลินทรีย์ในดิน วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านชวนมาทำ “จุลินทรีย์น้ำซาวข้าว” สูตรง่ายๆ ใช้วัตถุดิบไม่กี่อย่าง เหมาะสำหรับคนที่ปลูกผักสวนครัว ไม้ผล หรือไม้ประดับที่ต้องการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ หัวใจสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่การนำ “น้ำซาวข้าว” ไปรดต้นไม้โดยตรงเพียงอย่างเดียว แต่คือการนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการหมัก เพื่อให้เกิดผลิตภัณฑ์หมักที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดูแลแปลงปลูก วัตถุดิบ หมายเหตุ: หากต้องการทำในปริมาณมาก สามารถเพิ่มสัดส่วนวัตถุดิบตามอัตราส่วนเดิมได้ วิธีทำ ขั้นตอนที่ 1 เตรียมน้ำซาวข้าว นำน้ำที่ได้จากการซาวข้
ลำไยเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างงานสร้างเงิน สร้างรายได้ให้กับเกษตรเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่ปลูกลำไยในภาคเหนือ ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมนี้เกษตรกรกำลังเก็บเกี่ยวผลผลิตลำไยในฤดูอยู่ เป็นช่วงที่ลำไยติดผลและเจริญเติบโตตามธรรมชาติ ให้ผลผลิตปริมาณมากที่สุดในรอบปี เปิดตลาดพรีออเดอร์ลำไยลำพูน จังหวัดลำพูน เป็นแหล่งปลูกลำไยสำคัญของภาคเหนือ ซึ่งปี 2569 มีจำนวนเกษตรกรผู้ปลูกลำไย จำนวน 53,386 ราย ผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP 16,110 ราย ด้านพื้นที่ปลูก เนื้อที่ยืนต้น 361,227 ไร่ ให้ผลผลิต 356, 687 ไร่ แบ่งเป็นลำไยในฤดู 258,404 ไร่ และลำไยนอกฤดู 98,283 ไร่ มีการรวมกลุ่มแปลงใหญ่ลำไยจังหวัดลำพูน จำนวน 60 แปลง มีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ 3,131 ราย พื้นที่ 19,088.75 ไร่ สำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูนสำรวจผลผลิตลำไยของจังหวัดลำพูน ในปี 2569 คาดว่ามีปริมาณลำไยทั้งสิ้น 227,871 ตันสด แปรรูปอยู่ที่ 18,019 ตันสด คิดเป็นร้อยละ 79 แยกเป็นน้ำสกัดลำไยเข้มข้น ลำไยกระป๋อง ลำไยคว้านเมล็ด และแปรรูปอบแห้ง ส่วนการบริโภคสดอยู่ที่ 47,852 ตันสด คิดเป็นร้อยละ 21 แยกเป็นตลาดในประเทศปริมาณ ร้อยละ 6 และตลาดส่งออกร้อยละ 15 สำหรับลำไยสด ในป
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำโดย ดร.รจนา ตั้งกุลบริบูรณ์ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์และจัดการนวัตกรรม สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) พร้อมคณะนักวิจัย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ บุคลากร สำนักจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม ร่วมประชุมหารือกับ Mr.Timothy Chan ผู้แทนจาก OCP Singapore Services and Products Pte. Ltd. และคณะ ในประเด็น “ปุ๋ยสั่งตัด” ผลงานวิจัยและพัฒนาของ วว. ที่เน้นการผลิตปุ๋ยเฉพาะแปลงตามค่าวิเคราะห์ดินจริง โดยยึดหลักการใช้ปุ๋ยอย่างเหมาะสม 4 ประการ คือ “ถูกชนิด ถูกปริมาณ ถูกสถานที่ และถูกเวลา” เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ณ วว. เทคโนธานี คลองห้า จ.ปทุมธานี และออนไลน์ โอกาสนี้ Mr.Timothy Chan นำเสนอภาพรวมการดำเนินงานของ OCP Singapore ที่มีบทบาทเป็นศูนย์กลางในการนำเทคโนโลยีปุ๋ยฟอสเฟตและองค์ความรู้ด้านการจัดการธาตุอาหารพืชเข้าสู่ตลาดเอเชีย โดยมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับสภาพดิน ชนิดพืช และความต้องการของเกษตรกรในแต่ละประเทศ เพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงปุ๋ยที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน เพิ่มผลผลิตและรายได้ ตลอดจนรักษาคุณภาพดินในร
