Featured พืชทำเงิน เกษตรรอบด้าน

ปลูกโกโก้แซมในสวนไม้ผลผลผลิตดี เก็บได้ทุก 15 วันปลูก 1 ไร่ แปรรูปขาย กก. ละ 1,500 บาท

โกโก้ พืชเศรษฐกิจของโลก แต่เหมือนเป็นพืชฝันร้ายของใครหลายคน ถ้าหากย้อนไปเมื่อ 30 ปีก่อน เชื่อว่าเกษตรกรหลายท่านคงเคยได้ยินข่าว หรือเจอมาเองกับตัวเองในทำนองทำท่าทีมาส่งเสริมให้ปลูกโกโก้ บางคนเชื่อถึงขั้นยอมโค่นสวนยางสวนปาล์มทิ้ง หรือบางคนโดนหลอกขายต้นพันธุ์ สุดท้ายไม่มีตลาดรับซื้อ ไร้เงาคนรับผิดชอบ

กลายเป็นแผลที่ติดอยู่ในใจของเกษตรกรยุคนั้น ที่พอได้ยินเรื่องของโกโก้ ที่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปลูก การแปรรูป หรือการส่งเสริมด้านองค์ความต่างๆ ที่เกี่ยวกับโกโก้ มักจะได้รับกระแสในด้านลบมากกว่าด้านบวก

แต่มาวันนี้ “โกโก้” เปลี่ยนไป “โกโก้” ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่พืชขายฝัน แต่เป็นพืชทางเลือกสร้างมูลค่าสูง เพียงแค่ปรับเปลี่ยนแนวคิดจากเดิมที่ต้องพึ่งพาตลาดรับซื้อเพียงอย่างเดียว ก็หันมาปลูกและแปรรูปแบบครบวงจรไปเลย

คุณพอต-อภิวรรษ สุขพ่วง เจ้าของไร่สุขพ่วง

คุณพอต-อภิวรรษ สุขพ่วง เจ้าของไร่สุขพ่วง อยู่บ้านเลขที่ 107 หมู่ที่ 10 ตำบลจอมบึง อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ผู้เป็น เรี่ยวแรงสำคัญในการขับเคลื่อนการสร้างรายได้ในชุมชน จากการทำเกษตรผสมผสาน และต่อยอดรายได้จากการแปรรูปผักผลไม้ที่ชาวบ้านปลูกกันเองในชุมชน พร้อมเปิดศูนย์การเรียนรู้ ให้กับบุคคลทั่วไป และหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนได้เข้ามาศึกษาดูงานด้านการทำเกษตรผสมผสาน สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชนได้ไม่น้อย


ไร่สุขพ่วงเริ่มจากการทำเกษตรบนพื้นที่ประมาณ 25 ไร่ เน้นให้ความสำคัญกับระบบชลประทานเป็นสิ่งแรกก่อนการปลูกพืช ด้วยการจัดการน้ำโคกหนองนาโมเดล เช่น การสร้างคลองใกล้-ไกล การสร้างบ่อเก็บน้ำขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ทำหัวคันนาขนาดใหญ่เพื่อให้เก็บน้ำฝนได้ รวมถึงการปลูกป่าเพื่อให้ป่าช่วยซับน้ำ เพราะฉะนั้นพื้นที่เลยมี 4 ส่วน แบ่งเป็นที่อยู่อาศัย นาข้าว ป่า และคอกสัตว์ ทำในรูปแบบของป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง

และโกโก้ก็เป็นหนึ่งในพืชแซมที่ไร่สุขพ่วงเลือกมาปลูก โดยคุณพอต เล่าให้ฟังว่า หากย้อนไปเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว กระแสการปลูกและการบริโภคโกโก้ในประเทศไทยเริ่มกลับมามีความหวังอีกครั้ง หลังจากที่ชาวบ้านผิดหวังกันไปแล้ว 1 รอบ เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว

โดยในช่วงระยะเวลา 2-3 ปีมานี้ เริ่มเกิดธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการทำคราฟต์ช็อกโกแลต หลายแบรนด์ที่เกิดขึ้นมาใหม่ๆ ก็ได้นำสิ่งที่หลงเหลือจากความผิดพลาดเมื่อ 10 ปีที่แล้ว กลับมาชุบชีวิตใหม่ จากชาวบ้านที่เคยทำสวนทุเรียน ทำสวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน ก็เริ่มมองโกโก้ในแง่มุมที่ดีขึ้น มีการเอาโกโก้กลับไปปลูกแซมในสวนไม้ผลแทนที่จะปลูกเป็นพืชเชิงเดี่ยวอย่างเมื่อก่อนนับเป็นสัญญาณที่ดี

ปลูกโกโก้แซมในสวนไม้ผล
ผลผลิตดี ประหยัดน้ำ-ปุ๋ย

โกโก้เป็นพืชที่มีแหล่งกำเนิดอยู่บริเวณเขตร้อนชื้นของทวีปอเมริกา โดยเฉพาะแถบลุ่มน้ำอเมซอนเริ่มมีการนำเข้ามาปลูกในประเทศไทยครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. 2446 พื้นที่ปลูกโกโก้ทั้งหมดส่วนใหญ่อยู่ในภาคเหนือ เนื่องจากสภาพภูมิอากาศและพื้นที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของโกโก้

แต่สำหรับการปลูกโกโก้ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี คุณพอต บอกว่า เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก เนื่องจากพื้นที่ไม่เหมาะสมระบบคลองชลประทานไม่เอื้ออำนวย ที่ไร่จึงได้พยายามทดลองปลูกหลายๆ จุดภายในสวน เพื่อดูว่าพื้นที่และสภาพแวดล้อมแบบไหนที่เหมาะสมสำหรับการปลูกโกโก้มากที่สุด จนได้พบคำตอบว่าบริเวณที่ทำให้โกโก้เจริญเติบโตได้ดี คือพื้นที่ในบริเวณป่าไผ่

จากนั้นจึงได้เริ่มศึกษาธรรมชาติและการตอบสนองของโกโก้มาเรื่อยๆ ตรงนี้ทำให้พบสิ่งที่น่าสนใจในโกโก้หลายอย่าง ทั้งในด้านของผลผลิต โกโก้เป็นพืชที่ให้ผลผลิตทั้งปี สามารถปลูกเป็นพืชแซมในสวนป่า หรือสวนไม้ผลได้ดีมากๆ แถมยังสามารถนำไปต่อยอดทำเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นอาหารของคนทั่วโลกได้อย่างช็อกโกแลต

ปลูกโกโก้แซมในสวนไผ่

เกิดเป็นจุดเริ่มต้นในการปรับเปลี่ยนพื้นที่ภายในไร่สุขพ่วงบางส่วน เพื่อรองรับการเกิดขึ้นของโกโก้ โดยเริ่มจากการทำโครงสร้างพื้นฐานให้ดีก่อน เริ่มจากการปลูกไผ่ เพิ่มขยายพื้นที่บ่อเก็บน้ำ ยังไม่มีการลงทุนปลูกแบบเยอะๆ เน้นปลูกเป็นพืชแซมในสวน

“โกโก้เป็นพืชที่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตลอดทั้งปี เกษตรกรที่เคยทำสวนผลไม้ เช่น เงาะ ทุเรียน มะพร้าว จะต้องมีการรดน้ำใส่ปุ๋ยอยู่แล้ว เราก็แค่เอาโกโก้ไปปลูกแซม ปุ๋ยที่เคยให้ น้ำที่เคยให้ ก็แบ่งให้โกโก้นิดหนึ่ง โกโก้ก็สามารถเจริญเติบโตได้แล้ว และอีกอย่างคือการปลูกโกโก้ไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่ 10 ไร่ 100 ไร่ มีแค่ไร่เดียวก็ปลูกได้ อย่างชาวบ้านที่นี่จะปลูกฝรั่งกันเยอะ ซึ่งฝรั่งเป็นพืชที่ให้ผลผลิตทั้งปีแต่ใช้น้ำเยอะ เหมือนกันกับโกโก้ เขาก็เอาต้นโกโก้ไปแซมกับฝรั่ง แล้วก็รดน้ำฝรั่งไปด้วย รดน้ำโกโก้ไปด้วย เป็นการเริ่มต้นจากการปลูกเป็นพืชแซม แล้วต่อยอดช่องทางสร้างรายได้ได้อีกเยอะแยะมากมาย”

สอดคล้องกับสถานการณ์โลกในปัจจุบันที่ทางเขตอเมริกาใต้เริ่มมีปัญหา ไดรับผลกระทบจากภาวะโลกร้อน ส่งผลต่อผลผลิตโกโก้ตกต่ำเกิดการขาดแคลน กลายเป็นโอกาสของประเทศไทย เนื่องจากประเทศไทยในหลายพื้นที่มีระบบชลประธานที่ดี มีสภาพอากาศที่เหมาะสม ทำให้โกโก้ที่บ้านเรามีปริมาณโกโก้บัตเตอร์ (Cocoa Butter) หรือที่มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า ไขมันโกโก้ หรือเนยโกโก้ คือไขมันธรรมชาติที่ได้มาจากเมล็ดโกโก้สูงกว่าของเขา

พื้นที่ 1 ไร่ ปลูกโกโก้ 100 ต้น
แปรรูปเพิ่มมูลค่าหลักพันต่อกิโลกรัม

สำหรับเกษตรกรมือใหม่ที่สนใจอยากปลูกโกโก้สร้างรายได้ คุณพอต แนะนำว่า ให้เริ่มต้นจากการปลูกเป็นพืชเสริมก่อน และให้เริ่มต้นปลูกบนพื้นที่ไม่ต้องมาก เริ่มจากพื้นที่ 1 ไร่ก่อนก็ได้

การเตรียมพื้นที่ปลูกโกโก้ ไม่ควรจะปลูกเป็นพืชหลัก เพราะโกโก้เป็นพืชที่ต้องอาศัยร่มเงาไม้อื่น อย่างเช่นปลูกมะพร้าว ยางพารา ปาล์มน้ำมัน สวนกล้วย สวนมะม่วง เป็นพืชหลักแล้วปลูกโกโก้เป็นพืชแซม หรือถ้าใครจะลองทำแบบไร่สุขพ่วงก็ได้คือการปลูกโกโก้แซมในสวนไผ่

การปลูก พื้นที่ 1 ไร่ ปลูกแซมในสวนไม้ผลจะปลูกได้ประมาณ 100-150 ต้นหากมีพื้นที่จำกัดสามารถปลูกในระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 3×3 เมตร หรือ 4×4 เมตร เลือกปลูกสายพันธุ์ลูกผสมชุมพร1 เป็นสายพันธุ์ที่แข็งแรง ให้ผลผลิตดี ไม่แนะนำให้ซื้อต้นพันธุ์ราคาแพงมาปลูก แต่จะแนะนำให้ไปซื้อผลโกโก้มาแกะเมล็ดแล้วนำไปเพาะจะดีกว่า โกโก้ 1 ผล จะมีเมล็ดประมาณ 30-40 เมล็ด เพียงพอต่อการนำมาเพาะชำเป็นต้น

“การเพาะพืชด้วยเมล็ด มีข้อดีข้อเสีย ขอเสียคืออาจมีการกลายพันธุ์ของเมล็ด ซึ่งอาจเป็นการกลายพันธุ์ไปเป็นลักษณะเด่นหรือด้อยก็ได้ แต่อย่างน้อยเราจะได้โครงสร้างที่เป็นรากแก้ว จากนั้นค่อยนำมาต่อยอดกับต้นพันธุ์ที่ดีก็ได้ เพราะฉะนั้นเรื่องสายพันธุ์ผมไม่ได้กังวลอะไร แล้วการเพาะเมล็ดโกโก้ถือเป็นการเพาะเมล็ดที่ง่ายมากๆ อย่างที่นี่จะมีกระรอกคอยมากินผลสดของโกโก้อยู่ประจำ ก็จะมีเมล็ดตกหล่นไปตามพื้นดิน แล้วเมล็ดที่ตกอยู่ก็งอกขึ้นมาเต็มไปหมด ซึ่งผมเชื่อว่าสิ่งที่ทำให้โกโก้อร่อย และกลายเป็นช็อกโกแลตที่ดี คือการเรียนรู้วิธีการทำช็อกโกแลต ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ที่ปลูก”

ผลโกโก้สุกพร้อมหมัก ปุยขาวของเมล็ดสมบูรณ์

การให้น้ำ โกโก้ต้องการน้ำประมาณ 20 ลิตรต่อวัน ซึ่งหากใครต้องการปลูกจะต้องมั่นใจว่าพื้นที่ของเรามีปริมาณน้ำเพียงพอ โกโก้เป็นพืชที่ต้องการร่มเงา ต้องการอุณหภูมิไม่สูงเกิน 35 องศา เพราะฉะนั้นต้องปลูกแบบมีป่า

การบำรุงปุ๋ย อย่างที่บอกว่าที่ไร่สุขพ่วงปลูกโกโก้ในสวนไผ่ ก็จะใช้ดินขุยไผ่ในการบำรุง ที่นี่จะไม่มีการให้ปุ๋ยคอกเลย เพราะในดินขุยไผ่มีคุณสมบัติเด่นอยู่แล้วในการยับยั้งโรคพืช โรครากเน่าโคนเน่า เชื้อราต่างๆ เพราะฉะนั้นถ้าใครอยากจะได้วิธีการปลูกโกโก้แบบธรรมชาติ ไม่ต้องใส่ปุ๋ย ใช้เวลาในการดูแลน้อยที่สุด แล้วปล่อยให้ธรรมชาติจัดการตัวเอง ไร่สุขพ่วงก็เป็นตัวอย่างของการปลูกโกโก้แซมป่า ช่วยลดภาระไปให้เกษตรกรได้มากเลย

ระยะเวลาการเก็บ และปริมาณผลผลิต โกโก้ที่นี่เริ่มให้ผลผลิตในปีที่ 2แต่โกโก้ที่ปลูกอยู่ด้านนอกป่า ผลผลิตตกต่ำ และได้คุณภาพไม่ดี คือให้ผลก็จริงแต่ภายในเมล็ดไม่มีปุยขาว ไม่มีโครงสร้างน้ำตาล ต่างจากผลผลิตจากต้นที่ปลูกในสวนไผ่ ที่ผลผลิตออกมาได้คุณภาพ ภายในเมล็ดมีปุยขาวสมบูรณ์ เพราะฉะนั้นเรื่องการปลูกสิ่งที่สำคัญคือสภาพแวดล้อม

“โกโก้ 1 ไร่ เราอาจจะปลูกได้ประมาณ 100 ต้น ซึ่งโกโก้ที่นี่จะเก็บผลผลิตได้ทุก 15 วัน ค่าเฉลี่ยของโกโก้ 1 ต้น เก็บได้ประมาณ 8 กิโลกรัม ปลูกประมาณ 100 ต้นต่อไร่ ก็จะเก็บผลผลิตได้ประมาณ 800 กิโลกรัมต่อไร่ เพราะฉะนั้น 1 เดือน เราจะเก็บผลผลิตได้ประมาณ 1,600 กิโลกรัม ช่วงนี้ราคาผลโกโก้สดราคาอยู่ที่กิโลกรัมละประมาณ 10 บาท และมีแนวโน้มที่ราคาจะขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากผลผลิตในตลาดโลกลดลง”

การแปรรูปสร้างมูลค่า
เริ่มได้จากอุปกรณ์ในครัว

มีหลายคนที่อยากจะทดลองปลูกโกโก้เพื่อสร้างรายได้ แต่ยังมีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องการตลาด ปลูกแล้วจะเอาไปขายที่ไหน คุณพอตบอกว่า ทางรอดที่ดีที่สุดคือการทำแบบครบวงจร ปลูกเอง แปรรูปเอง และก็ขายเอง

“เมื่อก่อนตอนที่ผมเริ่มปลูกโกโก้ใหม่ๆ ผลโกโก้สดราคาถูกมากกิโลกรัมละไม่ถึง 5 บาท ผมก็หาทางรอดด้วยการไปศึกษาหาความรู้ตามอินเตอร์เน็ต เอางานวิจัยจากต่างประเทศมาแปรบ้าง ก็ค่อยๆ ทดลองผิดถูกมาตั้งแต่วิธีการหมัก ซึ่งกระบวนการหมักเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยความชำนาญและประสบการณ์ เราหมักมา 5-6 ปี กว่าจะรสชาติที่ดี ที่ถูกใจก็ปีที่ 7 แล้วก็ใช้องค์ความรู้และประสบการณ์ที่เรามีไปถ่ายทอดให้กับคนในชุมชน เหมือนกับเราไปทดเวลาบาดเจ็บให้เขา ตอนนี้ชุมชนเรามี 15 ครอบครัว ก็ค่อนข้างมีความมั่นใจ แล้วก็เริ่มปลูก ปลูกภายใต้แนวคิด “ปลูกเอง แปรรูปเอง” ไม่มีการปลูกเพื่อส่งออกไปขายให้กับอุตสาหกรรมอื่น เพราะว่าเราได้รับบทเรียนมาแล้วว่า การที่เราไปยืมจมูกคนอื่นหายใจ หรือไปคาดหวังว่าจะมีอุตสาหกรรมใหญ่ๆ  มารองรับโกโก้ก็เป็นเรื่องที่มีความสุ่มเสี่ยง เพราะฉะนั้นถ้าเราปลูกเอง แปรรูปเอง ทำเองในชุมชนได้ก็พอแล้ว อะไรที่เกินสองมือตัวเองทำได้อย่าไปทำ ทุกวันนี้ทุกคนก็บอกว่าปลูกบ้านละ 100 ต้นพอแล้ว ก็คือทำบ้านละ 1 ไร่”

แปรรูปสร้างมูลค่า

โดยการแปรรูปในปัจจุบันก็ทำได้ง่ายขึ้น ทุกคนสามารถใช้หม้อ เตา กระทะ หรืออุปกรณ์ในครัวเรือนที่มีอยู่มาทำได้ อย่างเช่นเมื่อก่อนการหมักโกโก้จะต้องหมักในรังไม้ แต่ปัจจุบันเรามีวัสดุที่ใช้ทดแทนได้คือถังน้ำแข็ง ข้อดีคือมีฉนวนดีกว่ารังไม้ และสะอาดกว่า หรือแม้กระทั่งการแปรรูปทำช็อกโกแลต หรือทำเป็นโกโก้บัตเตอร์ ที่เมื่อก่อนจะต้องใช้เครื่องจักรราคาแพง แต่ปัจจุบันราคาเครื่องจักรก็ถูกลงมามาก จากราคาหลักหมื่น ลดลงมาเหลือราคาหลักพัน โกโก้จึงถือเป็นพืชที่น่าสนใจ อนาคตสดใส นำมาแปรรูปสร้างมูลค่าได้หลากหลาย

ตั้งแต่การทำเป็นเมล็ดแห้ง ที่มีราคาไม่ต่ำกว่า 200 บาทต่อกิโลกรัม หรือถ้าใครอยากไปต่อมากกว่านี้ ก็สามารถเอาเมล็ดแห้งไปผ่านความร้อน ไปคั่วมาทำเป็นโกโก้นิบส์ ซึ่งเป็นรูปแบบธรรมชาติของช็อกโกแลตก่อนที่จะถูกแปรรูปเป็นช็อกโกแลตแท่งหรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ ราคาอยู่ที่กิโลกรัมละเกือบ 1,000 บาท หรือถ้าใครมีศักยภาพก็นะไปทำเป็นช็อกโกแลตได้เลย ก็จะได้มูลค่าเพิ่มขึ้นมาอีก อยู่ที่กิโลกรัมละประมาณ 1,500 บาท โดยที่ยังไม่สกัดน้ำมัน ถ้าสกัดน้ำมันก็จะได้โกโก้บัตเตอร์อีก ซึ่งกิโลกรัมก็ไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท เพราะฉะนั้นโกโก้ก็เป็นทางเลือกให้เกษตรกรว่า คุณจะอยู่ส่วนไหนของห่วงโซ่ก็ได้ แต่คุณต้องมีความพร้อมเรื่องพื้นที่ ด้านองค์ความรู้ คุณพอตกล่าวทิ้งท้าย

หากท่านใดสนใจเทคนิคการปลูกโกโก้ครบวงจร สามารถติดต่อได้ที่เพจเฟซบุ๊ก : ไร่สุขพ่วง : Rai Sukphoang หรือติดต่อได้ที่เบอร์โทร. 089-379-8950

Related Posts