ส้มโอทับทิมสยาม มีเนื้อสีแดงเข้ม (สีทับทิม) รสชาติหวาน หอม นุ่ม น่ารับประทาน จึงเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก ลักษณะประจำพันธุ์ ใบค่อนข้างกว้าง ปลายใบแหลม ใต้ใบมีขนอ่อนนุ่ม ผลมีขนาดใหญ่ เส้นรอบผลประมาณ 16-22 นิ้ว หัวจีบ (คล้ายขาวพวง) ผิวผลมีขนอ่อนนุ่มคล้ายกำมะหยี่ปกคลุมทั่วทั้งผล เมื่อจับผลเบาๆ จะรู้สึกผิวเปลือกนุ่ม เปลือกบาง
พื้นที่ปลูกส้มโอทับทิมสยามในลุ่มน้ำปากพนัง ปัจจุบัน มีจำนวนกว่า 2,000 ไร่ ผลผลิตที่เกษตรกรจำหน่ายจากสวนที่คัดคุณภาพ อยู่ระหว่าง ผลละ 200-300 บาท เมื่อถึงผู้บริโภคราคาจะสูงกว่านี้ เกษตรกรจะมีรายได้ไม่น้อยกว่าไร่ละ 100,000 บาท
แหล่งที่มา : คุณอัมพร สวัสดิ์สุข สวนสวัสดิ์สุข อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช โทรศัพท์ 089- 605-4388

MOST POPULAR
หากใครกำลังมองหาเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพ รสเปรี้ยวหวาน ซ่าเบา ๆ หอมสดชื่น ดื่มแล้วได้ฟีลพิเศษในทุกโมเมนต์ ขอแนะนำเครื่องดื่มสปาร์คกลิ้ง “ เบียงวิก้า” ( BIENVICA) ที่ผสานพลังธรรมชาติจาก ดอกกุหลาบ แอปเปิ้ลไซเดอร์ และสารสกัดจากต้นกระบองเพชรโนปาล ดื่มสนุก ได้บรรยากาศเหมือนจิบแชมเปญแต่ 0% แอลกอฮอล์ ให้ทั้งความสดชื่นและความผ่อนคลาย เหมาะสำหรับสายสุขภาพในช่วงที่อยากรีเฟรชตัวเอง ผลิตภัณฑ์เบียงวิก้าเป็นผลงานของ Startup สายเกษตร คือ คุณตั้ม – ธนกฤต ลี้ไวโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สกลนคร สร้างสุข จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ 172 หมู่ 5 บ้านฮางโฮง อำเภอเมือง เทศบาลนครสกลนคร จังหวัดสกลนคร อีเมล: [email protected]. โทร: 064 654 0592 FB : Bienvica เบียงวิก้า – Beyond Cider รู้จัก “ โนปาล ” กระบองเพชรกินได้ กระบองเพชรกินได้ มีชื่อเรียกในเม็กซิโกว่า โนปาล (Nopal) มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Opuntia ficus-indica ในเม็กซิกมีการค้นพบ Opuntia เป็นพืชในตระกูลกระบองเพชร ประมาณ 114 ชนิด ชาวอเมริกาใต้ใช้โนปาลเป็นพืชอาหารมานานกว่า 1,200 ปี โนปาลเป็นทั้งผักและผลไม้ กินได้ทั้งดิบและสุก นิยมนำใบอ่อนม
สมัยก่อนมักเข้าใจผิดว่ามีพื้นที่น้อยจะไม่สามารถทำการเกษตรได้ แต่ปัจจุบันพื้นที่น้อยสามารถสร้างรายได้ให้กับหลายๆ คนได้ชนิดที่ว่ามากกว่าการทำงานประจำ โดยเฉพาะในช่วงนี้การปลูกดอกไม้ที่สมัยก่อนเป็นเพียงการประดับเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ในยุคนี้เป็นสินค้าสวยงามที่ทำเงินให้กับผู้ปลูกได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ ชนิดที่ว่าแซงเงินเดือนงานประจำและมีเงินเหลือเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉินในอนาคตได้อีกด้วย คุณฐิรนาถ นิธิภัทร์ธนโภคิน หรือ คุณฝน ได้มีแนวความคิดและสร้างจุดเริ่มต้นของการปลูกดอกไม้กินได้ขึ้น โดยศึกษาในเรื่องของสายพันธุ์ต่างๆ ว่าแบบไหนดอกสีอะไรเป็นที่ต้องการของตลาด จากนั้นจึงหาซื้อพันธุ์ดอกไม้จากพื้นที่ต่างๆ เข้ามาปลูกพร้อมกับเรียนรู้การขยายพันธุ์เอง นอกจากทำให้มีผลผลิตตลอดปีแล้ว ยังประหยัดต้นทุนในเรื่องของการซื้อเมล็ดพันธุ์ใหม่ๆ ด้วยเช่นกัน ใช้พื้นที่สนามหญ้าหน้าบ้าน ไม่ถึง 20 ตารางวา ปลูกดอกไม้ คุณฝน เล่าให้ฟังว่า ช่วงแรกทำงานประจำอยู่ที่บริษัท ต่อมาเมื่อได้มาแต่งงาน จึงได้ลาออกจากงานมาเป็นแม่บ้านอย่างเต็มตัว เพราะต้องดูแลลูกน้อยที่ยังเล็กอยู่ และในขณะนั้นคุณแม่ของสามีพาคุณฝนไปซื้อต้นไม้ที่มีดอกสวย
ผักต่างถิ่นที่มาเจริญรุ่งเรืองในประเทศไทยเนื่องจากรสชาติถูกปากคนไทยมีหลายชนิด เช่น มะละกอ สับปะรด แครอต และที่ไม่น่าเชื่อคือ พริกขี้หนู ต่างก็เป็นพืชที่เข้ามาในไทยเป็นร้อยปีแล้ว จนเรานึกว่าเป็นพืชประจำถิ่นบ้านเรา เพราะเรานำมาประกอบอาหารตั้งแต่อ้อนแต่ออก ลืมตาก็เห็นพืชผักเหล่านี้แล้ว จะไม่ใช่ของบ้านเราได้อย่างไร ผักไชยา คะน้าเม็กซิกัน ผักโขมต้น หรือ ชายา (ภาษาสเปน Chaya) ชื่อทางพฤกษศาสตร์ : Cnidoscolus chayamansa ชื่อวงศ์ Euphorbiaceae เป็นไม้พุ่ม อายุหลายสิบปี อยู่ในวงศ์เดียวกับยางพาราและสบู่ดำ เชื่อว่ามีถิ่นกำเนิดตามธรรมชาติในคาบสมุทรยูกาตันของประเทศเม็กซิโก มีลำต้นอวบน้ำ มียางขาวออกมาเมื่อถูกหัก ทรงพุ่มตั้งตรง มีขนาดใหญ่ โตเร็ว สามารถสูงได้ถึง 6 เมตร ใบกว้าง มีแฉกคล้ายใบมะละกอ ผักไชยาเป็นผักกินใบ เป็นอาหารชนิดหนึ่งของประเทศเม็กซิโก กัวเตมาลา และประเทศแถบอเมริกากลาง ไชยา น่าจะเป็นผักที่เข้ามาในไทยไม่เกินสิบปีที่ผ่านมา ผมรู้จักไชยาเมื่อสามปีก่อน ในงานมหัศจรรย์พันธุ์พืชของนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ที่เดอะมอลล์ บางกะปิ ทีแรกนึกว่าเป็นผักพื้นบ้านของภาคใต้ จากอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี แต
“กบ” เป็นหนึ่งในสัตว์เศรษฐกิจของพะเยา ที่ช่วยสร้างอาชีพ เสริมรายได้ให้เกษตรกรได้เป็นอย่างดี แต่การเลี้ยงกบแบบดั้งเดิมมักประสบปัญหาน้ำเน่าเสีย จากการให้อาหารเหลือ หรือปล่อยกบหนาแน่นเกินไป ทำให้สภาพแวดล้อมที่ย่ำแย่ กบกัดกันเอง ทำให้ป่วยและตายได้ นอกจากนี้ยังพบปัญหาการเลี้ยงกบที่มีขนาดโตไม่เท่ากัน ทำให้กบกินกันเอง กบที่ตัวใหญ่กว่าจะกินกบตัวเล็กเป็นอาหาร ทำให้จำนวนกบลดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ต้นทุนสูงและผลผลิตไม่สม่ำเสมอ ที่ผ่านมา เกษตรกรพยายามป้องกันไม่ให้กบกัดกินกันเองโดยหมั่นคัดแยกขนาดกบ ตัวใหญ่และตัวเล็กออกจากกันทุกๆ 2-3 สัปดาห์ หากเจอกบป่วย จะแยกกบป่วยออก ล้างทำความสะอาดบ่อ ให้อาหารในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่กองทิ้งไว้ และหมั่นเปลี่ยนถ่ายน้ำเป็นประจำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสีย ยกระดับการเลี้ยงกบสู่สัตว์เศรษฐกิจเชิงพาณิชย์ ดร.วารัชต์ มัธยมบุรุษ รองผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยพะเยา กล่าวว่า จังหวัดพะเยามีศักยภาพด้านการเลี้ยงกบ แต่เกษตรกรยังเผชิญปัญหาต้นทุนการผลิตที่สูง ขาดองค์ความรู้และเทคโนโลยีกรเลี้ยงที่เหมาะสม ความต้องการของตลาดมีมากกว่า
