พลับพลึง เป็นพรรณไม้ล้มลุก ขึ้นเป็นกอ และมีหัวอยู่ใต้ดิน พบได้ในจีน ฮ่องกง อินเดีย และญี่ปุ่น มีชื่อพื้นเมืองอื่นๆ คือ ลิลัว (ภาคเหนือ), พลับพลึง (ภาคกลาง), วิรงรอง (ชวา) ในใบและหัวพลับพลึงมีสารไลโคริน รับประทานจะทำให้อาเจียน ท้องร่วงอย่างแรง
ใบ คนโบราณจะรู้กันดีว่าสามารถนำมารักษาอาการปวดเมื่อย กล้ามเนื้ออักเสบ คลายเส้น แก้อาการฟกช้ำปวดบวมได้ และยังสามารถนำไปใช้กับคุณแม่ที่เพิ่งคลอดหรืออยู่ไฟได้ โดยเอามาประคบหน้าท้อง ทำให้มดลูกเข้าที่อยู่ตัว น้ำคาวปลาแห้ง ขจัดไขมันส่วนเกิน และขับของเสียต่างๆ ออกจากร่างกายคุณแม่ที่เพิ่งคลอดได้ด้วย นอกจากนั้น ยังมีสรรพคุณเป็นยาบำรุงกำลัง ขับเสมหะ เป็นยาระบาย ทำให้คลื่นเหียนอาเจียน รักษาโรคเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะและน้ำดี
เมล็ด สามารถขับเลือดประจำเดือนให้ออกมาให้หมดได้
ราก สามารถนำมาตำแล้วพอกแผลก็ได้
MOST POPULAR
ใครจะคิดว่า พื้นที่ทะเลทรายอันแห้งแล้งที่เต็มไปด้วยผืนทรายกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา จะสามารถเปลี่ยนให้กลายเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเศรษฐกิจได้ แต่วันนี้ประเทศจีนกำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า ข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์อาจไม่ใช่อุปสรรคของการทำเกษตรกรรมอีกต่อไป เมื่อมีเทคโนโลยีและการบริหารจัดการทรัพยากรที่เหมาะสม หนึ่งในตัวอย่างที่กำลังได้รับความสนใจคือ การพัฒนาฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกลางทะเลทรายทากลามากัน (Taklamakan Desert) ในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีน ซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกลจากทะเลและมีสภาพอากาศแห้งแล้งอย่างรุนแรง แต่กลับสามารถเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้หลากหลายชนิด ตั้งแต่ปลาแซลมอน ปลาเทราต์ ปลากะพง ไปจนถึงกุ้งและปู ความน่าสนใจไม่ได้อยู่เพียงการเลี้ยงปลาในพื้นที่ที่แทบไม่มีฝนตกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการนำน้ำใต้ดินที่มีความเค็มมาปรับคุณภาพให้เหมาะสมกับสัตว์น้ำ การใช้ระบบหมุนเวียนน้ำเพื่อลดการสูญเสีย ตลอดจนการนำเทคโนโลยีควบคุมสภาพแวดล้อมเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ปัจจุบันเขตซินเจียงมีฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำมากกว่า 1,000 แห่ง มีกำลังการผลิตรวมมากกว่า 200,000 ตันต่อปี
ในสวนหรือพื้นที่เกษตรหลังจากการตัดแต่งกิ่งไม้ เก็บเกี่ยวผลผลิต หรือกำจัดวัชพืช มักมีเศษวัสดุเหลือทิ้งจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นกิ่งไม้ ใบไม้ แกลบ ซังข้าวโพด เปลือกผลไม้ หรือเศษพืชต่างๆ หลายพื้นที่เลือกกำจัดด้วยการเผาทิ้ง ซึ่งนอกจากจะไม่ได้ใช้ประโยชน์จากวัสดุเหล่านั้นแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดควันและมลพิษทางอากาศ อีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถทำได้ในระดับครัวเรือนและฟาร์ม คือการนำเศษวัสดุเหล่านี้มาผ่านกระบวนการ “ไพโรไลซิส (Pyrolysis)” หรือการให้ความร้อนกับวัสดุชีวมวลในสภาวะที่มีออกซิเจนน้อย เพื่อเปลี่ยนวัสดุอินทรีย์ให้กลายเป็น ถ่านชีวภาพ หรือ Biochar ถ่านชีวภาพไม่ได้เป็นเพียง “ถ่าน” ที่นำมาเผาแล้วใช้เป็นเชื้อเพลิง แต่เป็นวัสดุคาร์บอนที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ในดิน ช่วยเพิ่มพื้นที่ผิวในดิน และเป็นแหล่งอาศัยของจุลินทรีย์ได้ จึงถูกนำมาประยุกต์ใช้ในงานเกษตรเพื่อช่วยปรับปรุงคุณสมบัติของดินและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ที่สำคัญ เกษตรกรสามารถเริ่มต้นจากวัสดุที่มีอยู่ในสวน ไม่จำเป็นต้องซื้อวัตถุดิบใหม่ และสามารถทำในระดับเล็กเพื่อทดลองกับแปลงของตัวเองก่อนได้ Biochar หรือถ่านชีวภาพ คือวัสดุคาร์บอนที่ได้จา
หลายคนอาจคิดว่า การเริ่มต้นธุรกิจสักแห่งต้องอาศัยแผนงานที่รัดกุม เงินทุนจำนวนมาก หรือการมองเห็นโอกาสทางการตลาดที่แตกต่างจากคนอื่น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ธุรกิจที่เติบโตอย่างงดงามหลายแห่ง กลับมีจุดเริ่มต้นที่เรียบง่ายกว่านั้นมากเพราะบางครั้งเมล็ดพันธุ์แห่งความสำเร็จอาจงอกงามขึ้นจาก “ความสุขเล็กๆ” ที่เกิดจากการได้ทำในสิ่งที่รัก และค่อยๆ เติบโตตามกาลเวลา วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน จะมาแชร์เรื่องราวของ “ทำสวนกับมาดาม” ที่เป็นทั้งสวนผัก คาเฟ่ และพื้นที่สีเขียวกลางย่านพระราม 2 ที่ถือกำเนิดขึ้นจากความหลงใหลในต้นไม้ของเพื่อนสนิทสองคน คุณยุ้ย อภิรดี นกสุวรรณ และ คุณแหม่ม พัฐพศิญา ทิพย์สุมณฑา จากความชอบปลูกต้นไม้ในวันว่าง สู่การสร้างพื้นที่แห่งความสุขที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้สัมผัสธรรมชาติ เรียนรู้เรื่องการปลูกผัก และค้นพบคุณค่าของวิถีชีวิตที่เรียบง่ายท่ามกลางเมืองใหญ่ เมื่อความคลั่งไคล้ต้นไม้ เจอกับเพื่อนที่เข้าใจ จุดเริ่มต้นของ “ทำสวนกับมาดาม” เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 ช่วงเวลาที่หลายคนต้องใช้ชีวิตอยู่ภายในบ้าน และเริ่มหันกลับมาให้ความสำคัญกับสุขภาพและคุณภาพอาหารที่รับประทานม
จากสถานการณ์ฝนตกหนักและอุทกภัยในหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตร ผลผลิต และปัจจัยการผลิตของเกษตรกร โดยนอกจากความเสียหายของพืชแล้ว เครื่องยนต์และเครื่องจักรกลการเกษตรที่ถูกน้ำท่วมก็มีความเสี่ยงได้รับความเสียหายและอาจมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงสูง กรมส่งเสริมการเกษตรจึงให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูเครื่องจักรกลการเกษตรหลังน้ำลด เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำเครื่องมือกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างปลอดภัย ลดต้นทุนการซ่อมแซม และกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตได้โดยเร็ว นายกฤษ อุตตมะเวทิน รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรขานรับนโยบาย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยอย่างเป็นระบบ โดยให้ความสำคัญทั้งการฟื้นฟูพื้นที่การเกษตร ผลผลิต และเครื่องมือทางการเกษตรที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพ เพื่อให้เกษตรกรสามารถกลับมาดำเนินการผลิตได้อย่างต่อเนื่องและลดภาระค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นภายหลังน้ำลด สำหรับเครื่องยนต์และเครื่องจักรกลการเกษตรที่ถูกน้ำท่วม ขอให้เกษตรกรหลีกเลี่ยงการสตาร์ทเครื่องทันที จนกว่าจะได้รับการตรว
