



พื้นที่ 10 ไร่ ที่ดอนสูง คุณคงศักดิ์ นาคคุ้ม เกษตรกรหัวไวใจสู้ นำโอ่งขนาดใหญ่ หรือชาวภาคอีสานเรียกว่า “โอ่งแดง” ตั้งเรียงยาว แถวละ 10 ลูก 3 แถว ต่อท่อน้ำให้เชื่อมกันจากนั้นสูบน้ำใต้ดินให้เต็มโอ่งเพื่อเป็นการให้ความชื้นแก่พืชที่ปลูกแบบผสมผสานโดยใช้ฝรั่งกิมจูเป็นหลัก คุณคงศักดิ์ อยู่บ้านเลขที่ 547 หมู่ที่ 5 บ้านนิคม ตำบลนิเวศน์ อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด จบการศึกษาจากช่างกลอุเทนถวาย สาขาช่างก่อสร้าง ทำงานภาคเอกชน มีภรรยาที่ร้อยเอ็ด จึงปักหลักที่ “ร้อยเอ็ดเพชรอีสาน พลาญชัยบึงงาม เรืองนามพระสูงใหญ่ ผ้าไหมชั้นดี สตรีโสภา ทุ่งกุลาสดใส งานใหญ่บุญผะเหวด” แม้จะเปลี่ยนมาเป็น “สิบเอ็ดประตูเมืองงาม เรืองนามพระสูงใหญ่ ผ้าไหมสาเกต บุญผะเหวดประเพณี มหาเจดีย์ชัยมงคล งามน่ายลบึงพลาญชัย เขตกว้างไกลทุ่งกุลา โลกลือชาข้าวหอมมะลิ” เขาก็รักร้อยเอ็ด เพราะเป็นเมืองน่าอยู่ ผู้คนน่ารัก ฟูมฟักตำนานเมือง มาวันนี้ ชายวัย 69 ปีแล้วครับ 1 ไร่ ได้แสน คือ แสนสุขใจ แสนสุขใจ แสนร่าเริง รายได้เป็นแสน คุณคงศักดิ์ บอกว่า ตนเองไม่ได้จบการศึกษาทางการเกษตร “ใจรักชอบศึกษา” การเกษตรอินทรีย์ ระบบน้ำหยด การให้น้ำแบบประหยัด ตนเ
จังหวัดนครศรีธรรมราชมีเนื้อที่ปลูกมังคุดเป็นอันดับ 1 ของภาคใต้ เพราะมีภูมิอากาศเหมาะสมสำหรับปลูกมังคุดเป็นอย่างดี เนื่องจากมีความชื้นสูง และมีฝนตกชุกตลอดทั้งปี ซึ่งอำเภอชะอวดเป็นต้นแบบการผลิตมังคุดในฤดูและนอกฤดู โดยเน้นการรวมกลุ่มของเกษตรกรในพื้นที่ วางระบบการผลิต และการบริหารจัดการแปลงในแนวทางเดียวกัน เน้นการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด สินค้าได้มาตรฐานการรับรอง GAP นำไปสู่การสร้างเสถียรภาพของราคาสินค้าเกษตรได้อย่างยั่งยืน ในพื้นที่อำเภอชะอวด เกษตรกรจะเก็บเกี่ยวมังคุดในฤดูช่วงเดือนมิถุนายน – ตุลาคม มังคุดนอกฤดูช่วงเดือนมกราคม – พฤษภาคม และช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม ซึ่งแปลงใหญ่และวิสาหกิจชุมชนมีการบริหารจัดการโดยการรวมกลุ่มขายมังคุดด้วยวิธีการประมูล ซึ่งราคาประมูลต้องมากกว่าราคาตลาดทั่วไป มังคุดในฤดูส่งจำหน่ายภายในประเทศ และส่งออกตลาดต่างประเทศ ส่วนใหญ่จะส่งไปยังประเทศจีนที่เป็นตลาดรับซื้อหลักโดยผ่านล้งเป็นผู้รวบรวมและคัดเกรดผลผลิต และมังคุดนอกฤดู ส่วนใหญ่จะส่งออกประเทศจีนเป็นหลัก 3 เทคโนโลยียกระดับสวนมังคุด รศ.ดร.กฤษณะเดช เจริญสุธาสินี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้รับทุน
“ผมล้างหนี้ 10 ล้านได้ เพราะรายได้จากฟาร์มเห็ดนี่แหละ เห็ดเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างอาชีพและทำเงินดีมาก” เรื่องเล่าจากประสบการณ์ตรงของ คุณศักดิ์ชัย พลชัย เจ้าของสวนเห็ดตระการ อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี เห็ด พืชเศรษฐกิจทำเงิน คุณศักดิ์ชัยเล่าให้ฟังว่า ผมเป็นคนนครปฐมทำไร่ทำนาเป็นหลัก ต่อมาหันมาทำฟาร์มเห็ด สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ จึงนำผลกำไรจากธุรกิจฟาร์มเห็ดไปต่อยอดธุรกิจหลายอย่าง ลงทุนทำธุรกิจใหม่ด้วยความไม่ชำนาญ ทำให้ธุรกิจล้มเหลว มีภาระหนี้สินก้อนโตถึง 10 ล้านบาทในปี 2539 จึงตัดสินใจย้ายถิ่น มาทำมาหากินที่จังหวัดอุบลราชธานี ด้วยเงินทุนติดกระเป๋า 500 บาทกับรถเก๋งเก่าๆ 1 คัน คุณศักดิ์ชัยใช้เงินทุนหลักร้อยทำธุรกิจซื้อมาขายไป สะสมผลกำไรไปเรื่อยๆ ช่วงปี 2541-2542 ตัดสินใจทำธุรกิจฟาร์มเห็ดอีกครั้งโดยใช้พื้นที่เล็กๆ ข้างบ้านเป็นโรงเรือนเพาะเห็ดนางฟ้า เห็ดนางรม จำนวน 1,000 ก้อน ขายเห็ดในชุมชนรอบบ้านเป็นหลัก ต่อมาเพิ่มสินค้าตัวใหม่คือ เห็ดขอนขาว ฟาร์มแห่งนี้ขายเห็ดสดคุณภาพดี เป็นที่ต้องการของตลาด กิจการก้าวหน้า มีรายได้หลักแสนในระยะเวลา 4-5 ปีต่อมา ทุกวันนี้ สวนเห็ดตระการดำเนินธุรกิจแ
ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่อง “คาร์บอนเครดิต” ในปัจจุบันยังมีความคลาดเคลื่อนอยู่มาก โดยเฉพาะในภาคการเกษตรและการปลูกป่า รายการ Climate Talk EP3 : “เรื่องจริง T-VER คาร์บอนเครดิต” โดย ดร.ปราณี หนูทองแก้ว ผู้จัดการสำนักรับรองคาร์บอนเครดิต องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. (TGO) ได้มาให้ข้อมูลและไขข้อข้องใจอย่างชัดเจนในทุกประเด็น ดังนี้ ดร.ปราณี หนูทองแก้ว ได้เริ่มต้นอธิบายถึงหัวใจสำคัญว่า “คาร์บอนเครดิต คือ รางวัลจากการที่เราทำโครงการหรือกิจกรรมที่ช่วยลด หรือกักเก็บก๊าซเรือนกระจก” ซึ่งการจะนับเป็นคาร์บอนเครดิตได้นั้น ผลการลดก๊าซเรือนกระจกจะต้องได้รับการรับรองจากเจ้าของมาตรฐานเสียก่อน ซึ่งสำหรับประเทศไทยมีมาตรฐานคาร์บอนเครดิตระดับประเทศเพียงมาตรฐานเดียว คือ “โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย” (Thailand Voluntary Emission Reduction Program) หรือ T-VER โดยมี อบก. (TGO) เป็นหน่วยงานเดียวที่เป็นเจ้าของกลไกการขึ้นทะเบียนและรับรองเครดิตในประเทศไทย แล้วหน่วยของคาร์บอนเครดิต คืออะไร สำหรับหน่วยของคาร์บอนเครดิตในระดับสากล ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานภายใต้ UNFCCC ,
ไทยพร้อมก้าวสู่การเป็น “ศูนย์กลาง Longevity” เปิดเวทีประวัติศาสตร์ “Longevity Economic Forum 2026” บูรณาการภูมิปัญญาไทย-อินเดีย ผนึกกำลังทุกภาคส่วน พลิกโฉมประเทศด้วยมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 3 ล้านล้านบาท กรุงเทพฯ – ท่ามกลางวิกฤตระบบสาธารณสุขทั่วโลกที่ต้องแบกรับภาระจากโครงสร้างสังคมสูงวัย ประเทศไทยก้าวสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ ล่าสุด สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมกับ บริษัท ทีวา คอร์ปอเรชั่น จำกัด และ บริษัท แมนดาล่า โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเวที “LONGEVITY ECONOMIC FORUM 2026” พร้อมร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับ รัฐบาลอินเดีย โดยกระทรวงอายุรเวท โยคะ และการแพทย์ทางเลือก (AYUSH) มุ่งผสานศาสตร์อายุรเวทและภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยเข้ากับนวัตกรรมสมัยใหม่ เพื่อผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจอายุยืน (Longevity Economy) อย่างเต็มรูปแบบ ครอบคลุมตั้งแต่ระบบเกษตรอาหารปลอดภัย ไปจนถึงเทคโนโลยี Wellness เตรียมพลิกวิกฤตเป็นโอกาส สร้าง New S-Curve สู่ระบบเศรษฐกิจใหม่ พลิกวิกฤต Sick Care สู่ขุมทรัพย์ 3 ล้านล้านบาท นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ (FKII) และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าก
มีบางเรื่องที่เมื่อมองเฉพาะ “ผลิตภัณฑ์” อาจเห็นเพียงสินค้าเกษตรหนึ่งชนิด แต่เมื่อมองย้อนกลับไปถึงองค์ความรู้ คนทำงาน และเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลัง จะพบว่ามันอาจเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่กว่านั้นมาก เรื่องของ 4KINGS เป็นหนึ่งในกรณีเช่นนั้น สิ่งที่น่าสนใจจึงไม่ใช่เพียงว่า 4KINGS เป็นผลิตภัณฑ์อะไร แต่คือคำถามว่า อะไรทำให้งานวิจัยด้านจุลินทรีย์สามารถเดินทางออกจากห้องปฏิบัติการ ไปถึงแปลงเกษตร และพัฒนาเป็นธุรกิจที่เกษตรกรสามารถเข้าถึงได้จริง คำตอบส่วนหนึ่งอยู่ที่การทำงานอย่างต่อเนื่องของ ศ.ดร.เกษม สร้อยทอง ซึ่งได้รับเชิญจากหลายประเทศให้เดินทางไปส่งเสริมการลดการใช้สารเคมีและลดสารพิษทางการเกษตรอย่างต่อเนื่องทุกเดือนมาเป็นระยะเวลากว่า 30 ปี จนถึงปัจจุบัน และมีส่วนร่วมเผยแพร่ผลงานในต่างประเทศมาแล้วไม่น้อยกว่า 30 ประเทศ สามทศวรรษของการเดินทางและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ไม่ได้สร้างเพียงประสบการณ์ส่วนบุคคล แต่ค่อย ๆ สะสมเป็นเครือข่ายนักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงาน เกษตรกร และผู้ประกอบการในหลายประเทศ ซึ่งกำลังมีบทบาทมากขึ้นในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านอาหาร สิ่งแวดล้อม และการเปลี
กรมการพัฒนาชุมชน แถลงข่าวเตรียมจัดงาน “วันพัฒนาชุมชน ประจำปี 2569” หรือ CD DAY 2026 ระหว่างวันที่ 9–11 กันยายนนี้ ภายใต้แนวคิด “CDD NEXT 2026 : Passion – Innovation – Sustainability : มุ่งมั่น สร้างสรรค์ ยั่งยืน” รวมผลสำเร็จงานพัฒนาชุมชนจากทั่วประเทศ เชิดชูคนทำงาน เปิดพื้นที่เรียนรู้ นวัตกรรมและเศรษฐกิจฐานราก พร้อมส่งต่อสู่ทิศทางการทำงานปี 2570 ภายใต้ “From Policy to Practice : นโยบายชัด ขับเคลื่อนจริง เห็นผลในพื้นที่” วันนี้ (4 กันยายน 2569) ณ ห้องสัมมนา 3003 กรมการพัฒนาชุมชน นายวรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน แถลงข่าวความพร้อมการจัดงาน “วันพัฒนาชุมชน ประจำปี 2569 ครั้งที่ 15 (15th Community Development DAY 2026)” ระหว่างวันที่ 9–11 กันยายน 2569 ณ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ เพื่อเผยแพร่ผลสำเร็จของงานพัฒนาชุมชนต่อสาธารณชน พร้อมยกย่องเชิดชูเกียรติผู้นำ กลุ่ม องค์กร เครือข่ายชุมชน และบุคลากรที่มีผลงานดีเด่น รวมทั้งนำเสนอทิศทางการพัฒนาสำหรับปีงบประมาณ 2570 นายวรงค์ แสงเมือง เปิดเผยว่า งานปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “CDD NEXT 2026 : Passion –
กรุงเทพฯ, 4 กันยายน 2569 — สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หรือ สจล. เปิดเวทีนานาชาติภายใต้แนวคิด FROM LAB TO LIFE ในงาน “ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569” ระหว่างวันที่ 1–6 กันยายน 2569 เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสร้างความร่วมมือด้านเกษตรอินทรีย์ยุคใหม่ โดยวันที่ 4 กันยายน มีเวทีเสวนาระดับนานาชาติเรื่อง “นวัตกรรมเกษตรอินทรีย์และการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ยุคใหม่” พร้อมกิจกรรมร่วมลงนามใน “ปฏิญญาสากลว่าด้วยการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ยุคใหม่” โดยมีประเทศเข้าร่วมลงนามในครั้งนี้ 15 ประเทศ และคาดว่าจะมีประเทศเข้าร่วมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การขับเคลื่อนครั้งนี้มี ศ.ดร.เกษม สร้อยทอง เป็นหนึ่งในผู้นำและเป็นบุคคลสำคัญที่ทำงานด้านการส่งเสริมการลดหรือหยุดการใช้สารเคมีและลดสารพิษทางการเกษตรมาอย่างต่อเนื่อง โดยตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา ศ.ดร.เกษมได้รับเชิญจากหลายประเทศให้เดินทางไปเผยแพร่ความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และส่งเสริมแนวทางการลดหรือหยุดการพึ่งพาสารเคมีในการเกษตรอย่างต่อเนื่องเป็นรายเดือนมาจนถึงปัจจุบัน จากการดำเนินงานดังกล่าว ศ.ดร.เกษมมีส่วนร่วมและเผยแพร่ผลงานในต่างประเทศแล้ว ไม่
ภาพรวมการผลิตสัตว์น้ำของไทยกำลังเติบโตไม่หยุด โดยเฉพาะธุรกิจสัตว์น้ำจืดและน้ำกร่อยสายพันธุ์เศรษฐกิจ ปลานิลครองแชมป์ โตปีละ 3.18% ผลพวงจากการปรับปรุงพันธุ์ เลี้ยงระบบปิด ควบคุมคุณภาพ จับตามองตลาดปลากะพงขาวโตแรงทะลุ 60,000 ตันต่อปี หลังใช้เทคโนโลยีเพาะลูกปลาให้แข็งแรง อยู่รอดในทุกแหล่งน้ำ ในช่วง 3 ปีหลัง(พ.ศ. 2567-2569) จนถึงปัจจุบัน สัตว์น้ำเศรษฐกิจหลักของไทยมีอัตราการเติบโต ดังนี้ ปลานิล: แชมป์อันดับ 1 สัตว์น้ำจืดไทย ผลผลิตแตะ 2.7 แสนตัน ยังครองตำแหน่งสัตว์น้ำจืดที่มีการเพาะเลี้ยงมากที่สุดในประเทศ โดยผลผลิตไต่ระดับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 3.18 ต่อปี ปัจจุบัน (พ.ศ. 2569) ประเทศไทยมีฟาร์มผู้เพาะเลี้ยงปลานิลกว่า 330,000 ฟาร์ม และสร้างผลผลิตรวมพุ่งสูงถึงประมาณ 270,000 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจในระบบสูงกว่า 13,600 ล้านบาท โดยผลผลิตส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 98 ถูกส่งไปตอบสนองการบริโภคที่แข็งแกร่งภายในประเทศ ปัจจัยหลักที่ทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น เกิดจากการยกระดับสายพันธุ์ปลานิลให้ทนโรค โตเร็ว และเนื้อแน่น ประกอบกับเกษตรกรหันมานิยมเลี้ยงปลานิลในกระชังตามแหล่งน้ำไหลและในบ่อดินด้วยระบบปิดอัจฉริยะ (Sma
กรมส่งเสริมการเกษตรเร่งช่วยเหลือเกษตรกรจังหวัดน่านที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เปิดบริการ ซ่อมแซมเครื่องจักรกลเกษตรฟรี เพื่อฟื้นฟูเครื่องมือทำกิน ลดภาระค่าใช้จ่ายและต้นทุนการผลิต พร้อมสนับสนุนให้เกษตรกรสามารถนำเครื่องจักรกลกลับมาใช้ประกอบอาชีพได้โดยเร็ว โดยกำหนดพื้นที่ให้บริการระหว่างวันที่ 12–15 กันยายน 2569 ในพื้นที่อำเภอปัว อำเภอท่าวังผา และอำเภอเมืองน่าน ตั้งเป้าซ่อมแซมเครื่องจักรกลเกษตรไม่น้อยกว่า 200 เครื่อง นางสาวปิยะรัชฐย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในจังหวัดน่านช่วงวันที่ 19–21 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และดินสไลด์ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอำเภอบ่อเกลือ อำเภอท่าวังผา อำเภอเมืองน่าน และพื้นที่อื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อประชาชนและพื้นที่การเกษตร รวมถึงเครื่องจักรกลการเกษตร ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการประกอบอาชีพของเกษตรกร เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย เกษตรกรจำเป็นต้องเร่งฟื้นฟูพื้นที่และเตรียมความพร้อมสำหรับการผลิตในฤดูกาลใหม่ การที่เครื่องจักรกลได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม
