News

สศท.10 เผย ผลสำเร็จ “โครงการห้วยองคตอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” จ.กาญจนบุรี พัฒนาพื้นที่ทำกิน เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ลดรายจ่ายครัวเรือน

นายกิจษารธ อ้นเงินทยากร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 10 ราชบุรี (สศท.10) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า โครงการห้วยองคตอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลสมเด็จเจริญ อำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี ก่อตั้งขึ้นตามพระราชดำริ ในปี พ.ศ. 2533 จนถึงปัจจุบัน เพื่อพัฒนาพื้นที่เสื่อมโทรม จำนวน 20,625 ไร่ ในพื้นที่ หมู่ที่ 3 หมู่ที่ 4 หมู่ที่ 5 และหมู่ที่ 7 ของตำบลสมเด็จเจริญ ครอบคลุมราษฎร รวม 1,102 ราย ให้พื้นที่กลับมาอุดมสมบูรณ์ พร้อมจัดสรรที่ดินทำกินให้กับราษฎรผู้ยากไร้เข้าไปประกอบอาชีพ โดยมีกรมการปกครอง อำเภอหนองปรือ และสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อน และมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่ร่วมบูรณาการอีก 7 หน่วยงาน ได้แก่ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน กรมประมง กรมปศุสัตว์ กรมการข้าว และกรมชลประทาน  

นายกิจษารธ อ้นเงินทยากร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 10 ราชบุรี (สศท.10)

สำหรับโครงการฯ ได้ตั้งเป้าหมายพื้นที่สำหรับเป็นที่อยู่อาศัยให้แก่ราษฎร 850 ไร่ พื้นที่สำหรับเป็นแปลงเกษตรกรรม 7,200 ไร่ พื้นที่ปลูกสวนป่าและพื้นที่เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ 7,000 ไร่ และพื้นที่ส่วนกลางเพื่อการสาธารณูปโภค และสาธารณูปการ 5,575 ไร่ ซึ่ง สศท.10 ในฐานะหน่วยงานหลักในการติดตามผลการดำเนินงานโครงการฯ ได้ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าของโครงการฯ ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 เพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์ ด้านรายได้ คุณภาพชีวิต และความยั่งยืนของการประกอบอาชีพการเกษตรในพื้นที่ ซึ่งผลการติดตามพบว่า โครงการฯ ได้มีการจัดสรรและพัฒนาพื้นที่บรรลุตามเป้าหมาย 20,625 ไร่ ส่งผลให้ราษฎรได้เข้าอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ พร้อมทั้งได้รับการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ ซึ่งจากการเก็บรวบรวมข้อมูลของเกษตรกรกลุ่มตัวอย่างในพื้นที่โครงการฯ จำนวน 37 ราย จากจำนวนเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 65 ราย ที่เป็นผู้เข้าร่วมกิจกรรมภายใต้โครงการและยังคงอยู่ในกระบวนการพัฒนาและขยายผลในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 พบว่า มีการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพให้เกษตรกร อาทิ แปรรูปมะขามเปรี้ยว และเทคโนโลยีด้านการประมง/ปศุสัตว์ การสนับสนุนปัจจัยการผลิต ได้แก่ ปุ๋ยหมักสูตร พด.1 พันธุ์พืช เช่น มะกรูด มะนาว และส้มโอพันธุ์ขาวแตงกวา รวมถึงลูกพันธุ์สัตว์น้ำ และพันธุ์ไก่ไข่ วัคซีนป้องกันโรค พ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ ส่งผลให้ด้านเศรษฐกิจ เกษตรกรมีรายได้เฉลี่ย 192,728 บาท/ครัวเรือน/ปี เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 164,892 บาท/ครัวเรือน/ปี (เพิ่มขึ้น 27,836 บาท หรือร้อยละ 16.88) โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจาก ด้านพืช เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.35 จากการจำหน่ายหน่อไม้ฝรั่ง ด้านประมง เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.61 จากการจำหน่ายปลาและนำความรู้ไปปรับใช้ในบ่อดิน ส่วนด้านปศุสัตว์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.22 จากการจำหน่ายไข่ไก่ อีกทั้งเกษตรกรยังสามารถลดรายจ่ายครัวเรือนได้จากการนำผลผลิตมาบริโภค โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 143,057 บาท/ครัวเรือน/ปี ลดลงจากปีก่อนที่มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 149,538 บาท/ครัวเรือน/ปี (ลดลง 6,481 บาท หรือร้อยละ 4.33) โดยเฉพาะด้านปศุสัตว์ ลดลงร้อยละ 12.03 จากการนำไข่ไก่มาบริโภคในครัวเรือน และด้านประมง ลดลงร้อยละ 2.81 จากการนำปลามาบริโภคแทนการซื้อ และด้านพืช ลดลงร้อยละ 7.49 อีกทั้งเกษตรกรยังสามารถลดรายจ่ายด้านการเกษตรโดยปรับลดการใช้ปุ๋ยเคมี หันมาใช้ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยชีวภาพ สารกำจัดศัตรูพืชและวัชพืช รวมถึงการได้รับสนับสนุนอาหารไก่ไข่ อาหารปลา ด้านการนำไปใช้ประโยชน์ เกษตรกร ร้อยละ 90.91 นำความรู้ไปใช้ในการเลี้ยงไก่ไข่ เพื่อบริโภค/จำหน่าย และลดต้นทุนการผลิต และด้านทรัพยากร ร้อยละ 94.59 มีปริมาณพันธุ์สัตว์น้ำและปศุสัตว์ที่ขยายพันธุ์เพิ่มขึ้น พร้อมทั้งสนับสนุนปัจจัยการผลิตเพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร 

ทั้งนี้ ภาพรวมเกษตรมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด ซึ่ง สศท.10 ได้นำผลการติดตามโครงการห้วยองคตอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลสมเด็จเจริญ อำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 เสนอต่อคณะทำงานฯ พร้อมติดตามความก้าวหน้าในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568-2569 อย่างต่อเนื่อง 6 ด้าน ได้แก่ 1) ความรู้ความเข้าใจ 2) ด้านการนำไปใช้ประโยชน์ 3) ด้านเศรษฐกิจ 4) ด้านสังคม 5) ด้านทรัพยากร และ 6) ด้านความต่อเนื่อง สำหรับท่านใดสนใจศึกษาดูงานโครงการฯ สอบถามรายละเอียดได้ที่กองอำนวยการโครงการห้วยองคตฯ โทร. 034-675-100 หรือสอบถาม สศท.10 ราชบุรี โทร. 032-337-951 หรืออีเมล [email protected]

Related Posts