กรณีที่มีกระแสข่าวปลาหมอคางดำแพร่ระบาดในวงกว้าง สร้างความเสียหายให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมเรียกร้องให้ทางจังหวัดประกาศเป็นเขตภัยพิบัติเพื่อขอรับเงินชดเชยจากรัฐบาลนั้น
นายสมเกียรติ ขวัญเมือง ประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า สถานการณ์ปลาหมอคางดำไม่ได้ระบาดรุนแรงเหมือนที่เป็นข่าว ยอมรับว่ามีปลาหมอคางดำอยู่ในแหล่งน้ำทั่วไป แต่การระบาดอยู่ในระดับไม่รุนแรงพบความชุกชุม ไม่เกิน 10 ตัว ต่อพื้นที่ 100 ตารางเมตร อยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวังและควบคุม ยังไม่เข้าข่ายประกาศเขตภัยพิบัติ
“ เมื่อ 3-4 เดือนที่แล้ว ก็มีรายงานข่าวลักษณะนี้ว่า เกษตรกรปล่อยกุ้งลงบ่อไป ผ่านไป 4 เดือน จับกุ้งแล้วปรากฎว่า ได้กุ้ง 30 กก. ได้ปลาหมอคางดำ 3 ตัน พูดกันจริงๆ ผมก็อยากรู้ว่าคนให้ข่าวเป็นคนเลี้ยงกุ้งไหม บ่อนั้นเลี้ยงกุ้งจริงหรือเปล่า ผมพยายามชี้แจงมาโดยตลอดว่าข้อมูลไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ”

นายสมเกียรติ กล่าวว่า หากเป็นผู้เลี้ยงกุ้งมืออาชีพจะใส่ใจดูแลบ่อกุ้งอย่างดี คอยตรวจสอบไม่ให้มีปลาอยู่ในบ่อกุ้งเลย หากเจอปลาแค่ 1-2 ตัวจะโรยกากชากำจัดปลาทันที และน้ำที่สูบเข้าบ่อกุ้ง ต้องผ่านขบวนการกรองน้ำทุกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้มีไข่ปลาหรือสัตว์น้ำอื่นๆ ปะปนเข้าสู่บ่อกุ้งได้
“ ข่าวที่เกิดขึ้น อาจมีบางคนต้องการสร้างกระแสความเดือดร้อนของเกษตรกรเพื่อกดดันให้มีการประกาศเป็นเขตพื้นที่ภัยพิบัติ รับเงินชดเชยเยียวยาจากรัฐบาลเสียมากกว่า หากเป็นผู้เลี้ยงกุ้งตัวจริง มีปลาเข้าไปอยู่ในบ่อก็ต้องกำจัดทันที ไม่ปล่อยให้ปลากินอาหารกุ้งหรอก ก่อนหน้านี้แค่มีปลาข้างเหลือง 1-2 ตัวหลุดเข้าบ่อกุ้ง เกษตรกรจะโรยกากชากำจัดปลาทันที และกลายเป็นเหยื่อเลี้ยงกุ้งต่อ ลองไปถามเกษตรกรตัวจริงสิว่า ปล่อยกุ้งลงบ่อไป 3 เดือน จับกุ้งได้ 30 กก.และจับปลาหมอคางดำ 3 ตัน มันเป็นไปได้จริงเหรอ ”
นายสมเกียรติ กล่าวว่า ทางสำนักงานประมงจังหวัดคอยส่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิชาการลงพื้นที่ไปสุ่มตรวจการระบาดของปลาหมอคางดำสม่ำเสมอ พร้อมจัดกิจกรรมลงแขกลงคลองเพื่อกำจัดปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่อง แต่ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายวิชาการยืนยันว่า ยังไม่พบการระบาดของปลาหมอคางดำหนาแน่นจนต้องประกาศเป็นเขตพื้นที่ภัยพิบัติ หรือจัดกิจกรรมลงแขกลงคลองในระยะนี้ ”

ที่ผ่านมา สำนักงานประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รายงานสถานการณ์การระบาดของปลาหมอคางดำ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชรับทราบมาโดยตลอดและท่าน ผวจ.ได้สั่งการให้สำนักงานประมงจังหวัดฯ คอยดูแลแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่อง ไม่ให้เกิดผลกระทบกับชาวบ้าน ซึ่งทางสำนักงานประมงฯ ก็ยึดถือนโยบายดังกล่าวมาตลอด
“ กรณีที่มีกระแสข่าวเรียกร้องให้ประกาศเป็นเขตพื้นที่ภัยพิบัตินั้น ตามเกณฑ์ของกรมประมง การประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน จะต้องพบอัตราความหนาแน่นและความชุกชุมของปลาในแหล่งน้ำธรรมชาติ มากกว่า 10 ตัว ต่อพื้นที่ 100 ตารางเมตรขึ้นไป ในสถานการณ์ปัจจุบัน พบความชุกชุม ไม่เกิน 10 ตัว ต่อพื้นที่ 100 ตารางเมตร ซึ่งอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวังและควบคุมได้ และสำนักงานประมงจังหวัดนครศรีธรรมราชพยายามใช้มาตรการต่างๆ ที่จะกำจัดปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำให้ได้มากที่สุด ” ประมงจังหวัดนครศรีธรรมราชกล่าวในที่สุด

