Related Posts
สืบเนื่องจากมีการเผยแพร่ภาพและคลิปวิดีโอผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 กรณีชาวประมงสามารถจับปลาที่ระบุว่าเป็นปลาหมอคางดำได้ จำนวน 1 ตัว บริเวณบ้านนาอวน ตำบลหนองสรวง อำเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยปลาดังกล่าวถูกนำไปบริโภคแล้ว เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น. นายบุญธง เภาเจริญ ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ มอบหมายให้ นายมลากูล ฉายแสง นักวิชาการประมงชำนาญการ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืดกาฬสินธุ์ รวมจำนวน 8 นาย ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในบริเวณอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาว จากการลงพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบรวม 6 จุด ได้แก่ บ้านดงน้อย ตำบลภูสิงห์ อำเภอสหัสขันธ์, บ้านโนนทัน ตำบลสำราญใต้ อำเภอสามชัย, บริเวณสวนภูมิพันดาว, บ้านท่าเรือภูสิงห์, บ้านหนองสรวง และบริเวณบ้านนาอวน ตำบลหนองสรวง อำเภอหนองกุงศรี โดยได้สอบถามชาวประมง ผู้รับซื้อสัตว์น้ำ รวมทั้งสุ่มใช้เครื่องมือประมง เช่น การทอดแห และตรวจสอบสัตว์น้ำที่จับได้ในพื้นที่ ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ในจุดสำรวจดังกล่าว ยังไม่พบปลาหมอคางดำ ทั้งจากการสอบถา
นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า จากการติดตามความก้าวหน้าแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี พบว่า หลายเป้าหมายสำคัญยังดำเนินการต่ำกว่าแผน และบางด้านจำเป็นต้องเร่งมากกว่าที่กำหนดไว้เดิม เพื่อให้ทันต่อความเสี่ยงด้านน้ำที่รุนแรงและซับซ้อนขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนาและปรับปรุงระบบประปาหมู่บ้าน ดำเนินการได้เพียง 15.90% การฟื้นฟูป่าต้นน้ำ 30.60% การพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสีย 57.98% ขณะที่การพัฒนาระบบกระจายน้ำอยู่ที่ 74.26% ซึ่งยังต้องเร่งดำเนินการให้ครอบคลุมและตอบโจทย์พื้นที่ขาดแคลนน้ำมากขึ้น การป้องกันพื้นที่น้ำท่วม โครงการส่วนใหญ่ที่แล้วเสร็จเป็นประเภทโครงการเล็ก แก้ปัญหาได้เฉพาะจุด จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ จำเป็นต้องเร่งยกระดับระบบป้องกันน้ำท่วม การระบายน้ำ และการบริหารจัดการให้สามารถรับมือกับสภาพอากาศและความเสี่ยงในอนาคตได้จริง เลขาธิการ สทนช. กล่าวว่า ปัญหาสำคัญประการหนึ่งคือหลายโครงการขาดความพร้อมและงบประมาณมีจำกัด ทำให้โครงการตามแผนไม่สามารถเดินหน้าได้ตามเป้าหมาย ดังนั้น ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2571 สทนช. จะปรับแนวทางโดยการกำหนดตัว
เมื่อเร็วๆ นี้ ชมรมผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล ร่วมกับศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาการควบคุมไฟป่าภาคกลางกาญจนบุรี และพันธมิตรอีกหลายหน่วยงาน ได้จัดทำโครงการ “พลังเยาวชนต้นกล้าสีเขียว” ขึ้นที่โรงเรียนวัดทุ่งลาดหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี โครงการนี้ไม่เพียงแต่ส่งเสริมให้เยาวชนได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันไฟป่า แต่ที่สำคัญยังได้มีการนำเอาหลัก “บวร” หรือบ้าน วัด โรงเรียน มาบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ เกิดผลที่ได้รับอย่างเป็นรูปธรรม ช่วยให้เกิดการแก้ไขปัญหาให้ชุมชนในเรื่องไฟป่า ซึ่งเป็นที่มาของเรื่องหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ที่ทำให้คุณภาพอากาศลดลง ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่และใกล้เคียง นายสมคิด สิริรัตน์ นักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการ หัวหน้าศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาการควบคุมไฟป่าภาคกลางกาญจนบุรี ส่วนควบคุมไฟป่า สำนักป้องกันปราบปราม และควบคุมไฟป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งได้มาเป็นวิทยากรในการบรรยายหัวข้อไฟป่ากับผลกระทบต่อชุมชน ได้กล่าวว่า “สถานการณ์ภาพรวมไฟป่าที่ จ.กาญจนบุรี ในปีนี้ค่อนข้างหนักหน่วง แต่ปัจจุบันดีขึ้นเนื่องจากเข้าสู่ฤดูฝน โดย
วันที่ 31 สิงหาคม 2569 ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีมอบมอบเกียรติบัตรและตราสัญลักษณ์ “Local Growth Engine” คืนปูม้าสู่ทะเลไทย โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ให้การต้อนรับ ณ ศูนย์อนุรักษ์เพาะฟักสัตว์น้ำเศรษฐกิจ กลุ่มพังสาย ตำบลกระดังงา อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ กล่าวขอขอบคุณนักวิจัย ผู้นำชุมชน และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนที่ร่วมกันขับเคลื่อน “ธนาคารปูม้า” ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลของไทย ควบคู่กับการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืน โดยการดำเนินงานควรได้รับการสนับสนุนและขยายผลอย่างต่อเนื่อง ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันการศึกษา นักวิจัย ภาคเทคโนโลยี และชุมชน เพื่อบูรณาการองค์ความรู้และนวัตกรรมให้เกิดประโยชน์ในระดับพื้นที่ ทั้งนี้ การลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ยังเป็นกลไกสำคัญในการกำหนดนโยบายให้ตรงกับความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง โดยมุ่งสร้างสมดุลระหว่างการเพิ่
วันที่ 31 สิงหาคม 2569 ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมเยี่ยมชม ”นิทรรศการเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง“ ซึ่งจัดขึ้นภายในกิจกรรมลงพื้นที่ติดตามการตรวจราชการในพื้นที่การสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ให้การต้อนรับ ณ ศูนย์อนุรักษ์เพาะฟักสัตว์น้ำเศรษฐกิจ กลุ่มพังสาย ตำบลกระดังงา อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา ภายในงาน มีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ ผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่ได้รับสนับสนุนทุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ดังนี้ พร้อมด้วย การจัดแสดงผลิตภัณฑ์ชุมชนชายฝั่งเพื่อความยั่งยืนด้วยวิจัยและนวัตกรรม อาทิ ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากส้มแขก โดย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย, ผลิตภัณฑ์น้ำผึ้งชันโรง โดย มหาวิทยาลัยหาดใหญ่, ส้มโอทับทิมสยาม สินค้า GI จังหวัดนครศรีธรรมราช โดย มหาวิทยาลัยทักษิณ และ โกโก้รัตภูมิ สวนลุงกุ้ง โดย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
กระทรวง อว. โดย บพข. ผนึก กระทรวงเกษตรฯ เดินหน้าเปลี่ยนเศษวัสดุการเกษตรที่เคยถูกเผาเป็นวัตถุดิบสร้างรายได้ ขยาย “PMUC Zero Burn to Earn: เลิกเผา เป๋าตุง” สู่เชียงราย ด้วยแนวคิด “Beyond Innovation” ต่อยอดงานวิจัยพร้อมใช้สู่ระบบนิเวศนวัตกรรมแบบเปิด (Open Innovation) เจาะคอขวดการรวบรวม คุมคุณภาพ แปรรูปเบื้องต้น และขนส่ง เชื่อมเกษตรกร นักวิจัย ภาครัฐ และตลาด แก้โจทย์ PM2.5 พลังงาน ปากท้อง และเพิ่มรายได้สู่คนทุกกลุ่ม จับมือ 5 บริษัททำข้อตกลงรับซื้อเศษวัสดุเกษตร 1 ปี จำนวน 40,000 ตัน มูลค่ากว่า 30 ล้านบาทต่อปี ลด PM2.5 ได้ประมาณ 330,000 กิโลกรัม คาดการณ์ 5 ปี จะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 3,000 ล้านบาท และลดการเกิด PM2.5 ได้ 1.6 ล้านกิโลกรัม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.) จัดกิจกรรม “เหนือสานสร้าง เลิกเผา เป๋าตุง” เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 ณ โรงเรียนภาษาจีนเล่าฟู่ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภาคเอกชน สถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย และเครือข่ายเกษตรกร ขับเคลื่อนแนวคิด “Beyond In
