News

ย้อนรอยปี 60 สธ. ตื่นสุดออกประกาศควบคุม สกัด ‘ไข้หวัดนก’ มาสู่คน ระวัง 39 จว. พื้นที่เสี่ยงระบาด

จากกรณี ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ออกมาเปิดเผยถึงเชื้อไข้หวัดนกในสัตว์บก อย่าง ชะมด อีเห็น ฯลฯ ซึ่งพบในสวนสัตว์ที่ จ.นครราชสีมา และมีการเฝ้าระวังในเจ้าหน้าที่สวนสัตว์กลุ่มหนึ่ง โดยมีการให้ยาโอเซลทามีเวียร์เพื่อป้องกันโรคไข้หวัดนก ซึ่งผลทางห้องปฏิบัติการของจุฬาฯ ไม่พบเชื้อไข้หวัดนกติดต่อมายังคน

แต่ในสัตว์นั้นมีการอ้างจากผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ว่า พบเชื้อไข้หวัดนกในสัตว์บก แต่มีการควบคุมในพื้นที่ได้แล้วเมื่อช่วงเดือนกันยายน 2560 ที่น่าห่วงคือ ไม่มีการประกาศหรือแจ้งเตือนชัดเจนต่อบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อให้ระมัดระวังเรื่องนี้ รวมทั้งการสื่อสารความเสี่ยงกับประชาชนในพื้นที่เสี่ยง เพื่อเลี่ยงการรับประทานเนื้อสัตว์ที่เข้าข่าย หรือช่วยกันเฝ้าระวังสัตว์ตายผิดปกติ

ปรากฏว่าหลังจากมีข่าวทางกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต่างปฏิเสธ รวมทั้งกรมควบคุมโรคระบุชัดว่าเป็นข้อมูลเก่าเมื่อ ปี 2560

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม แหล่งข่าวในแวดวงสาธารณสุขและสัตวแพทย์ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่นครราชสีมา ให้ข้อมูลว่า ณ ขณะนั้นมีการพูดกันในพื้นที่ว่า เป็นเชื้อไข้หวัดนกจริง แต่พบในสัตว์บก คือ ชะมด อีเห็น ฯลฯ ส่วนสัตว์ปีก อย่าง ไก่ หรือนกกระทา จะพบด้วยหรือไม่นั้น กรมปศุสัตว์เป็นผู้ตรวจเชื้อจากสัตว์เพียงแห่งเดียว จึงไม่แน่ใจว่าเชื้อจริงๆ คืออะไร แต่เท่าที่ทราบขณะนี้ไม่มีเชื้อไข้หวัดนก ซึ่งแน่นอนว่าใช่

เพราะช่วงที่เกิดเรื่อง เมื่อ ปี 2560 ได้มีทีมลงไปควบคุมโรคในสัตว์ และควบคุมป้องกันไม่ให้ติดต่อจากสัตว์สู่คน ที่สำคัญเรื่องนี้ยังมีประกาศจากกระทรวงสาธารณสุข ลงวันที่ 13 กันยายน 2560 ลงนามโดย นพ. สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ทำหนังสือถึงนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทุกแห่ง ในเรื่องขอความร่วมมือให้ดำเนินการตามมาตรการสำคัญในการป้องกันควบคุมโรคไข้หวัดนก


ซึ่งแม้ประกาศดังกล่าวจะไม่ได้ระบุชัดว่า พบเชื้อไข้หวัดนก แต่ก็มีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ชัดเจน อาจเพราะประเทศรอบข้างไทย พบเชื้อ หรือเพราะสาเหตุใดคงไม่อาจบอกได้ แต่ที่แน่ๆ หากมีการประกาศชัด โดยเฉพาะกรมปศุสัตว์ก็จะทำให้การควบคุมป้องกัน โดยเฉพาะในระดับชาวบ้านก็จะง่ายขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ สธ.0436.2/3 เรื่องขอความร่วมมือให้ดำเนินการตามมาตรการสำคัญในการป้องกันควบคุมโรคไข้หวัดนก โดยระบุว่า ด้วยสถานการณ์โรคไข้หวัดนกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสถานการณ์ไข้หวัดนกในคนปี 2560 องค์การอนามัยโลกรายงานเมื่อ วันที่ 25 สิงหาคม 2560 พบผู้ป่วยโรคไข้หวัดนกสายพันธุ์ A (H5N1) จำนวน 3 ราย และเสียชีวิต 1 ราย ในประเทศอียิปต์

องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติรายงาน เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2560 พบผู้ติดเชื้อไข้หวัดนกสายพันธ์ H7N9 จำนวน 2 ราย ในประเทศจีน

สำหรับการติดเชื้อไข้หวัดนกในสัตว์ องค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ รายงานพบสัตว์ปีกติดเชื้อไข้หวัดนกกว่า 64 ประเทศทั่วโลก ทั้งหมด 8 สายพันธุ์ โดยพบเชื้อ H5N1 ใน 15 ประเทศ และสายพันธ์ุ H7N9 ใน 2 ประเทศ รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่องรวม 45 จุด เช่น ประเทศกัมพูชา เมียนมา เวียดนาม มาเลเซีย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

สำหรับ ประเทศไทย มีความเสี่ยงจากการเคลื่อนย้ายสัตว์บริเวณแนวชายแดน การเคลื่อนย้ายไก่พื้นเมือง ไก่ชน พื้นที่เสี่ยงสัตว์ปีกหนาแน่น หรือมีพื้นที่พบสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติจำนวนมาก รวมทั้งพบในโครงการเลี้ยงไก่ไข่ เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน

โดยข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค และกรมปศุสัตว์ ตั้งแต่เดือนมกราคม 2560 -31 สิงหาคม 2560 พบจังหวัดที่มีความเสี่ยงสูงสำหรับโรคไข้หวัดนก 38 จังหวัด คือ เชียงใหม่ เชียงราย น่าน พะเยา ลำปาง ลำพูน สุโขทัย เพชรบูรณ์ พิษณุโลก อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี พิจิตร พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ปทุมธานี นนทบุรี  นครปฐม กาญจนบุรี สมุทรสาคร สุพรรณบุรี ราชบุรี จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี นครนายก ร้อยเอ็ด ขอนแก่น สกลนคร หนองคาย ชัยภูมิ นครราชสีมา ชุมพร นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี สงขลา และกรุงเทพมหานคร

โดยประกาศดังกล่าว ยังระบุว่า ขอให้ดำเนินการมาตรการสำคัญในการป้องกันโรค คือ 1. ป้องกันควบคุมโรคอย่างเข้มข้นเสมือนมีการระบาดจริง จนกว่าจะมีผลทางห้องปฏิบัติการว่าไม่พบเชื้อไข้หวัดนก 2. ประชาสัมพันธ์การป้องกันโรคให้ประชาชนและสถานศึกษารับทราบ

3.พิจารณาซ้อมแผนเตรียมความพร้อมตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน ทั้งการรักษาในร พ. และเตรียมห้องแยกโรค รวมทั้งการส่งต่อผู้ป่วย รวมทั้งการสอบสวน ป้องกัน และควบคุมโรค พิจารณาให้ยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่เพื่อนำมาป้องกันโรคไข้หวัดนก เป็นต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกัน ยังมีประกาศเพิ่มเติม ลงวันที่ 13 กันยายน 2560 ส่งถึงอธิบดีทุกกรม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ฯลฯ ขอให้เตรียมพร้อมเรื่องนี้เช่นกัน โดยเพิ่มจังหวัดที่มีความเสี่ยงต้องเฝ้าระวังเพื่อไม่ให้เกิดโรคไข้หวัดนกคือ จ.แพร่ เพิ่มจาก 38 จังหวัด เป็น 39 จังหวัด ทั่วประเทศ ในปี 2560 ที่ผ่านมา

 

 

Related Posts