ปลาหลด หรือ ปลาหลดจุด เป็นปลาน้ำจืดที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติ ในบ้านเราปลาหลดจะรู้จักกันดีในการนำมาประกอบอาหาร เพื่อบริโภคเป็นส่วนใหญ่ เมนูที่นิยมคือ ปลาหลดตากแห้ง หรือปลาหลดเค็ม
สมัยก่อนปลาหลดค่อนข้างที่จะหาได้ง่ายตามแหล่งน้ำธรรมชาติ เมื่อต้องการบริโภคสามารถที่จะไปหาซื้อได้จากตลาดนัด ต่อมาจำนวนปลาชนิดนี้เริ่มมีน้อยลง ทำให้ปลาหลดราคาที่จำหน่ายก็สูงตามไปด้วย จากปริมาณที่ลดน้อยนี้เองทำให้มีผู้ที่สนใจเพาะพันธุ์เพื่อเป็นการค้า
คุณต่อศักดิ์ เล็กชัยรัตน์ หรือ คุณต่อ เกษตรกรจังหวัดสุพรรณบุรี ได้ศึกษาการเลี้ยงปลาหลดมากพอสมควร โดยก่อนหน้านี้เขาได้เห็นถึงปัญหาว่าปลาหลดในแหล่งน้ำธรรมชาติเริ่มลดน้อยลง จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้เขาได้มาทำการเพาะพันธุ์จนประสบผลสำเร็จ และสามารถส่งจำหน่ายเป็นทั้งตลาดลูกพันธุ์ปลาและตลาดปลาสวยงาม
MOST POPULAR
ปัญหาปลาหมอคางดำ สร้างความปวดหัวให้แก่ชาวประมงอย่างมากเพราะเป็นสัตว์ต่างถิ่นที่ปรับตัวได้เก่ง สามารถอยู่ได้ในแหล่งน้ำทุกประเภท สามารถแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว กำจัดเท่าไหร่ก็ไม่หมดไม่สิ้น ในรายการ เปลี่ยนมุมคิด สถานีโทรทัศน์รัฐสภา วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เวลา 20.15 น.คุณธวัช สุระบาล ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา กล่าวตอนหนึ่งว่า ปัญหาปลาหมอคางดำไม่ควร “หาคนผิด” เพราะมีหลายปัจจัยไม่รู้ว่ามาจากอะไร กรณีปัญหาการลักลอบนำเข้าสัตว์ต่างถิ่นรวมทั้งประเด็นความรับผิดชอบคงต้องรอฟังข้อเท็จจริงจากกระบวนการศาล ทุกวันนี้ หลายพื้นที่ประสบปัญหาเรื่องคุณภาพน้ำอยู่แล้ว จำเป็นต้องจัดการทั้งระบบนิเวศ ไม่ใช่มองแค่ปัญหาปัญหาหมอคางดำเพียงอย่างเดียว ปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องเร่งเดินหน้าจัดการก็คือ ช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งควบคุมการแพร่ระบาด ลดประชากรปลา ผ่านโมเดล “จับ-ลด-ใช้ประโยชน์” พร้อมเปลี่ยนมุมมอง หมอคางดำ จากวายร้ายเป็นทรัพยากร ที่สามารถ นำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลายทั้ง อาหารคน อาหารสัตว์ อาหารพืช ปลาป่น วัตถุดิบเลี้ยงปูขาว และสินค้าโอท็อป เพื่อสร้างห่วงโซ่เศรษฐกิจใหม่ให้ชุมชน
ในวันที่โลกกำลังเผชิญวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ทั้งภัยแล้ง อุณหภูมิสูง ดินเสื่อม และต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้น การทำเกษตรจึงยากกว่าที่เคย โดยเฉพาะปัญหาราคาปุ๋ยและคุณภาพดินที่ถดถอยต่อเนื่อง จนเกษตรกรจำนวนมากต้องลงทุนเพิ่ม แต่ผลผลิตกลับไม่เพิ่มตาม “ไบโอชาร์” จึงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในทางรอดสำคัญของภาคเกษตรยุคใหม่ เพราะไม่ใช่เพียงถ่านธรรมดา แต่คือคาร์บอนจากชีวมวลพืชที่มีโครงสร้างรูพรุนสูง ช่วยฟื้นฟูดินถึงระดับโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้ดินร่วนซุย อุ้มน้ำได้ดี ลดการสูญเสียธาตุอาหาร และช่วยให้จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์เติบโตได้มากขึ้น และสิ่งที่น่าสนใจคือ เกษตรกรสามารถผลิตไบโอชาร์ใช้เองได้จากเศษวัสดุในไร่นา ไม่ว่าจะเป็นฟางข้าว ใบอ้อย กิ่งไม้ ซังข้าวโพด หรือเศษพืชจากสวนผลไม้ เพราะพืชทุกชนิดล้วนมีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบ เมื่อนำมาเผาภายใต้สภาวะออกซิเจนจำกัด ก็จะได้ไบโอชาร์ที่สามารถนำกลับไปฟื้นดินในแปลงของตัวเองได้อีกครั้ง คุณประสาน สุขสุทธิ์ อดีตหัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดสระแก้ว และเจ้าของสวนไผ่โป๋ยแจ่ม สระแก้ว ได้ให้มุมมองในเรื่องของไบโอชาร์ไว้ว่า แม้ไบโอชาร์จะไม่ใช่ยาวิเศษที่แก้ได้ทุกปัญหาในทั
“ถั่วแระญี่ปุ่น” คือถั่วเหลืองฝักสด เป็นพืชล้มลุก มีทรงพุ่ม ผลเป็นฝัก มีลักษณะทรงแบน ยาวรี โค้งงอเล็กน้อย มีขนอ่อนๆ ฝักมีสีเขียว ฝักจะนูนขึ้น มีเมล็ดโตเรียงกันอยู่ข้างใน เมล็ดไม่แก่ไม่อ่อนเกินไป เมล็ดสีเขียว มีรสชาติหวานมันกว่าเมล็ดใหญ่กว่า นุ่มกว่า มีถิ่นกำเนิดในประเทศญี่ปุ่น ต่อมาได้มีปลูกกันมากในหลายประเทศทั่วโลก ญี่ปุ่น จีน และเกาหลี มีประวัติการบริโภคถั่วเหลืองในระยะฝักไม่อ่อนและไม่แก่เกินไป ชาวญี่ปุ่นนิยมรับประทานถั่วแระเป็นกับแกล้มเบียร์ หรืออาหารว่างเกือบทุกครัวเรือน จึงมีการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ถั่วเหลืองให้มีฝักและเมล็ดใหญ่กว่าถั่วเหลืองธรรมดา 2 เท่า เมล็ดนุ่ม รสชาติหวานมัน ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์สำหรับบริโภคฝักสดเพียงอย่างเดียว และมีความพยายามปลูกถั่วแระส่งตลาดตลอดทั้งปี ซึ่งความต้องการบริโภคถั่วแระญี่ปุ่น หรือถั่วเหลืองฝักสด (Vegetable Soybean) ของชาวญี่ปุ่น ประมาณปีละ 150,000 ตัน แต่สามารถผลิตภายในประเทศได้เพียง 100,000-110,000 ตัน จึงต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ถั่วแระญี่ปุ่นเป็นพืชโปรตีนสูง (ถั่วแระญี่ปุ่น มีโปรตีน 12.7% ถั่วฝักยาว มีโปรตีน 2.4%) รสชาติอร่อย สามารถนำไปประกอบอาหา
“ไม่มีประวัตินำเข้า แต่ 11 บริษัทส่งออกปลากว่า 200,000 ตัว ได้อย่างไร?” อาจเป็นเพียงคำถามสั้นๆ แต่กลับสะท้อนความผิดปกติสำคัญในระบบข้อมูลประมงไทย เพราะในขณะที่หน่วยงานรัฐยืนยันว่า ประเทศไทยมีการนำเข้าปลาหมอคางดำอย่างถูกต้องตามกฎหมายเพียงครั้งเดียวเพื่อการวิจัย กลับปรากฏข้อมูลการส่งออกปลาชนิดเดียวกันไปยังต่างประเทศจำนวนมหาศาลในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ถึงวันนี้ สำคัญที่สุดคือ เหตุใดร่องรอยทางการค้าเหล่านี้จึงยังไม่เคยได้รับคำอธิบายที่ชัดเจนต่อสาธารณะ ย้อนกลับไปในปี 2553 ประเทศไทยอนุญาตให้นำเข้าปลาหมอคางดำอย่างถูกต้องตามกฎหมายเพียงกรณีเดียว คือการนำเข้าปลา 2,000 ตัว เพื่อใช้ในการวิจัย ภายใต้ระบบควบคุมของหน่วยงานรัฐ ต่อมามีคำชี้แจงว่าโครงการดังกล่าว “ล้มเหลว” และปลาทั้งหมดถูกกำจัดไปแล้ว หลังจากนั้น ในปี 2555 เริ่มมีรายงานการพบปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติของไทย ก่อนที่สถานการณ์จะขยายตัวอย่างรวดเร็วในหลายจังหวัดชายฝั่งและระบบนิเวศน้ำกร่อย คำถามสำคัญจึงเกิดขึ้นว่า หากการนำเข้ามีเพียงครั้งเดียว และโครงการวิจัยสิ้นสุดลงตามที่กล่าวอ้าง เหตุใดปลาชนิดนี้จึงสามารถแพร่กระจายได้กว้างขวางเช่นนี้ ประเด็นท
