“ชวนชม” มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Adenium obesum เป็นไม้ที่จัดอยู่ในวงศ์ Apocynaceae ลักษณะของลำต้นเป็นสีเขียว มีความสูงมากไปถึง 6 ฟุต ในส่วนของใบมีลักษณะแข็ง ผิวใบมีลักษณะที่เงามีเส้นเดินกลางใบที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน
นอกจากจะปลูกเป็นไม้ประดับแล้ว ยังมีการจัดทรงต้นและรากที่มีเอกลักษณ์พิเศษ พร้อมยังมีการจัดงานประกวดกันอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้เวทีการประกวดเป็นช่องทางให้ผู้สนใจรายใหม่ได้เข้ามาศึกษาการปลูกและการพัฒนาสายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง
คุณเรณู แฝงสุธา เกษตรกรปลูกชวนชมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชื่นชอบการปลูกสายพันธุ์เขาแกะเป็นหลัก โดยพัฒนาลูกไม้ใหม่อยู่เสมอ พร้อมมีการทำรากใหม่ให้กับไม้ จึงทำให้ชวนชมภายในสวนโดดเด่นมีเอกลักษณ์ จึงทำให้ลูกค้าทั้งในและต่างประเทศเข้ามาติดต่อซื้ออยู่เสมอ
MOST POPULAR
ประเดิมเทศกาลลอยกระทงปี’60 คนไทยสู้ราคา กระทงตุ๊กตาเปลือกข้าวโพด ไอเดียกลุ่มแม่บ้าน จ.กำแพงเพชร ใบละ 100 บาท แม่ค้าตลาดไทเปิดใจกระทงไม่พอขาย กระทงที่ประดิษฐ์จากเปลือกข้าวโพด และ มีการนำตุ๊กตามาสร้างสีสัน เป็นกระทงรูปแบบใหม่ในปีนี้ที่ขายดีในตลาดไท โดยพ่อค้าแม่ค้าที่ขายกระทงพยายามหากระทงดีไซน์ใหม่ๆและเน้นการนำวัสดุจากธรรมชาติมาเป็นส่วนประกอบสำคัญ ซึ่งพบว่า กระทงรูปแบบดังกล่าว โดนใจลูกค้า แม้ว่าจะมีราคาสูงกว่ากระทงที่ทำจากใบตอง โดยมีราคาถึงใบละ 150 บาท (ราคาขายปลีก) และ มีราคา 100 บาท (ราคาขายส่ง) คุณถนอมลักษณ์ มาลีแก้ว เจ้าของร้านทองอุไร ซึ่งเป็นร้านขายส่งดอกไม้ในตลาดไท บอกว่า แต่ละปีจะต้องมีการหากระทงรูปแบบใหม่ๆ เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกซื้อ ซึ่งปีนี้กระทงที่ขายดี เป็นกระทงที่ทำจากเปลือกข้าวโพด ผลงานของกลุ่มแม่บ้านจังหวัดกำแพงเพชร “ปีนี้เทศกาลลอยกระทงมาเร็วกว่าทุกปี และกระทงที่ขายดียังเป็นกระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติและเน้นดีไซน์ที่แปลกตา ซึ่งลูกค้าสู้ราคาและชอบกระทงขนาดใหญ่ โดยตอนนี้มีสินค้าไม่พอขาย” คุณถนอมลักษณ์ เล่าให้ฟัง ภายในร้านทองอุไร ยังมีกระทงที่เน้นย่อยสลายง่ายในดีไซน์อื่นๆ อาทิ ก
ใครจะคิดว่า พื้นที่ทะเลทรายอันแห้งแล้งที่เต็มไปด้วยผืนทรายกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา จะสามารถเปลี่ยนให้กลายเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเศรษฐกิจได้ แต่วันนี้ประเทศจีนกำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า ข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์อาจไม่ใช่อุปสรรคของการทำเกษตรกรรมอีกต่อไป เมื่อมีเทคโนโลยีและการบริหารจัดการทรัพยากรที่เหมาะสม หนึ่งในตัวอย่างที่กำลังได้รับความสนใจคือ การพัฒนาฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกลางทะเลทรายทากลามากัน (Taklamakan Desert) ในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีน ซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกลจากทะเลและมีสภาพอากาศแห้งแล้งอย่างรุนแรง แต่กลับสามารถเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้หลากหลายชนิด ตั้งแต่ปลาแซลมอน ปลาเทราต์ ปลากะพง ไปจนถึงกุ้งและปู ความน่าสนใจไม่ได้อยู่เพียงการเลี้ยงปลาในพื้นที่ที่แทบไม่มีฝนตกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการนำน้ำใต้ดินที่มีความเค็มมาปรับคุณภาพให้เหมาะสมกับสัตว์น้ำ การใช้ระบบหมุนเวียนน้ำเพื่อลดการสูญเสีย ตลอดจนการนำเทคโนโลยีควบคุมสภาพแวดล้อมเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ปัจจุบันเขตซินเจียงมีฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำมากกว่า 1,000 แห่ง มีกำลังการผลิตรวมมากกว่า 200,000 ตันต่อปี
ในเวลานี้ แทบทุกคน ที่ให้ความสนใจกับเรื่องของอาหารการกิน ต่างพยายามเสาะหาของหลายอย่างมาประกอบอาหาร บางอย่างก็เคยกินเคยรู้จักมาก่อนแล้ว บางอย่างก็ลืมเลือนไปจากความทรงจำ บางอย่างไม่เคยรู้จักไม่เคยพบเห็นมาก่อนเลย ทั้งๆ ที่รู้ว่าของมันมีอยู่มานานแล้ว ก็อาศัยได้อ่านเจอในหนังสือ ในอินเตอร์เน็ต หรือไม่ก็จากคำบอกเล่าที่ผ่านเข้าหู สิ่งของที่นำมาประกอบอาหารการกิน ส่วนใหญ่มาจากสิ่งมีชีวิต โดยเฉพาะจากพืช มีนับร้อยนับพันชนิด ที่นำมาทำอาหารได้ เรียกกันว่า “ของกินได้” ก็คงไม่ผิดนัก ในบรรดาพืชที่กินได้ และมีประโยชน์ต่อร่างกายคนเราชื่อ “ผักเฮือก” เป็นพืชชนิดหนึ่ง ที่คนทางภาคเหนือรู้จัก และนำมาประกอบเป็นอาหารเหนือกันมานานแล้ว คนภาคอีสาน ภาคใต้ ภาคกลาง ก็มีการนำมาทำกิน แต่จะต่างกันที่วิธีการประกอบอาหาร การปรุงแต่ง ถ้าบอกไว้อย่างนี้ แค่นี้ เชื่อว่าหลายคนคงจะยังคิดไม่ออกว่า ผักเฮือกที่ว่ามันเป็นอย่างไร อาจจะวาดมโนภาพไปต่างๆ นานา ก็ขอบอกไว้ก่อนว่า ผักเฮือก ไม่ได้เป็นผักจากการหว่านปลูกถอนตัด ขึ้นมาจากแปลงปลูกผักทั่วไป แต่เป็นผักประเภท ยอดไม้ยืนต้น จนถึงทุกวันนี้ ก็ยังกังขาอยู่ว่าใครนะ ที่เขาเรียกยอดใบอ่อนของ
“ลิ้นจี่พันธุ์ป้าชิด 2” เป็นหนึ่งในสินค้าขายดีที่สร้างชื่อเสียงให้กับ ไร่บีเอ็น (BN) ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรสำคัญแห่งหนึ่งของอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ไร่บีเอ็นปลูกและขายที่นี่ พืชผัก ผลไม้นานาชนิดตามฤดูกาล ที่นี่เป็นแหล่งรวบรวมสายพันธุ์ลิ้นจี่นานาพันธุ์ที่มาจากประเทศจีน เช่น พันธุ์กุ้ยบี พันธุ์จุดบิจี๊ ควบคู่กับการพัฒนาสายพันธุ์ลิ้นจี่จากการเพาะเมล็ด จนประสบความสำเร็จได้ลิ้นจี่พันธุ์ใหม่ที่เจริญเติบโตได้ดีกับสภาพอากาศของเมืองไทย เช่น พันธุ์ป้าชิด พันธุ์ป้าอี๊ด พันธุ์ลุงเจิด ซึ่งมีลักษณะเด่นคือ ผลโต เนื้อแห้งหนา รสหวานหอม เมล็ดลีบเล็ก จำหน่ายผลผลิตให้ผู้สนใจได้ลิ้นลองรสชาติความอร่อย ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-เดือนกรกฎาคมของทุกปี คำว่า “ลิ้นจี่พันธุ์ป้าชิด 2” มาจากชื่อคุณแม่ ของ คุณโจ้ หรือ คุณจุลพงษ์ คุ้นวงศ์ ผู้จัดการไร่ บี.เอ็น. นั่นเอง ลิ้นจี่พันธุ์ป้าชิด 2 มีคุณภาพดีเหมาะสำหรับปลูกเชิงเกษตรอุตสาหกรรม เพราะให้ผลผลิตคุณภาพดี และติดผลง่ายกว่าลิ้นจี่พันธุ์อื่นๆ นอกจากนี้ ยังมีลักษณะเด่นที่โดนใจผู้บริโภคทั่วไป นั่นคือ ผลโต มีรสชาติหวานกรอบ เนื้อแห้งหนา มีเมล็ดเล็กลีบ ที่ผ่านมาทา
