ไม้ดอกไม้ประดับ
หลายคนปลูกปทุมา มาแล้วหลายปี แต่ประสบปัญหา การผลิตหัวพันธุ์ปทุมาไม่ได้คุณภาพ เกิดโรคหัวเน่าเข้าทำลาย จนไม่สามารถใช้ขยายพันธุ์ต่อไปได้ ไม่ว่าจะพยายามปรับปรุงวิธีการปลูกมาแล้วหลายครั้งก็ตาม แต่ไม่ประสบความสำเร็จ หากใครเจอปัญหาดังกล่าว หมอเกษตร ทองกวาว มีคำตอบในการแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้ โรคพืชของปทุมา ปทุมาเป็นพืชอ่อนแอต่อโรคหัวเน่าหรือโรคเหี่ยวที่เกิดจากการเข้าทำลายของเชื้อแบคทีเรีย จึงนับว่าเป็นอุปสรรคสำคัญในการส่งหัวพันธุ์ออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ อาการของโรคระยะแรกพบว่า ใบแก่ที่ส่วนล่างห่อม้วนเป็นหลอดคล้ายการขาดน้ำ หน่อที่เกิดใหม่คล้ายมีรอยช้ำ ต่อมาต้นจะหักพับลงและเน่าตายในที่สุด เมื่อผ่าหัวออกจะเห็นเป็นเนื้อแก้ว มีกลิ่นเหม็น โรคนี้มักระบาดรุนแรงในฤดูฝน และสามารถแพร่ระบาดไปยังแปลงปทุมาที่ปลูกในบริเวณใกล้เคียง หรืออาจปนเปื้อนไปกับหัวพันธุ์ได้ วิธีป้องกันและกำจัดโรค วิธีป้องกันกำจัดโรคทำได้ไม่ยาก คือไม่นำหัวพันธุ์จากแหล่งปลูกที่เป็นโรคหัวเน่ามาปลูก การเลือกพื้นที่ปลูก ต้องไม่เคยปลูกพริก มะเขือเทศ ยาสูบ มันฝรั่ง ผักโขม ขิง และข่า มาก่อน ไถพรวนและตากดินฆ่าเชื้อโรคอย่างน้อย
ไม้ดอกไม้ประดับนอกจากปลูกเพื่อความสวยงามแล้ว กระแสในเรื่องของการนำมาประดับอาหารหรือประดับบนขนมก็ได้รับความนิยมด้วยเช่นกัน เพราะด้วยสีสันสวยงามที่มีความหลากหลาย เมื่อนำมาประดับตกแต่งแล้ว ช่วยเพิ่มสีสันชวนมองชวนทานไม่น้อยทีเดียว ซึ่งดอกไม้ที่นำมาตกแต่งนั้น นอกจากปลูกเพื่อความสวยงาม ยังสามารถช่วยเพิ่มรายได้ให้กับผู้ปลูกได้อีกหนึ่งช่องทาง คุณสิรินทร์ กล้วยพนาวัน เลขานุการบริษัท ได้นำความชอบจากการที่ปลูกดอกไม้มาสร้างอาชีพเสริม โดยเธอได้ปลูกไม้ดอกหลายชนิด อยู่ ณ เลขที่ 219/122 ซอยประชาชื่น 37 แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร ด้วยการเช่าพื้นที่แห่งนี้นำมาทำสวนไม้ดอกกินได้ จากที่ต้องการทำเพื่อเป็นสถานที่ให้ลูกได้เล่นในวันหยุด แต่กลับทำเงินให้กับเธอได้ดีทีเดียว โควิด-19 เป็นเหตุ จึงเกิดงานทางเกษตร คุณสิรินทร์ เล่าให้ฟังว่า ปัจจุบันยังคงมีงานประจำทำอยู่ เป็นเลขาอยู่ในบริษัทแห่งหนึ่ง ย้อนไปเมื่อ 2 ปีก่อน สถานการณ์โควิด-19 ในช่วงนั้นค่อนข้างมีการระบาด จึงทำให้เธอต้องทำงานอยู่ที่บ้าน (Work From Home) มากขึ้น ด้วยความที่ไม่ได้ออกไปไหนและเห็นลูกๆ ที่พักอยู่ในคอนโดฯ เล่นแต่โทรศัพท์มือถื
ชวนชม เป็นพรรณไม้ที่ได้รับความนิยมกันมากในกลุ่มที่ชื่นชอบการสร้างจินตนาการ การจัดตกแต่งรูปทรงของต้นชวนชมที่ต้องใช้เวลาทะนุถนอมกันมานานมากกว่าการปลูกพืชอื่นๆ เพื่อให้เกิดความสวยงามในรูปแบบของตนเอง ทั้งในด้านทรงต้น ราก กิ่งก้าน ด้วยเหตุผลที่ว่าชวนชมเป็นไม้มงคลที่สวยงาม การปฏิบัติดูแลรักษาง่าย ทนต่อความแห้งแล้ง คือไม่ต้องรดน้ำมาก เพราะเป็นพืชอวบน้ำ เลี้ยงง่าย เป็นพืชที่ชื่นชอบเฉพาะกลุ่ม อย่างไรก็ตาม ที่จังหวัดเชียงใหม่มีผู้ที่นิยมชมชอบความสวยงามของต้นชวนชมอยู่หลายราย มีการจัดการประกวดชวนชมอยู่บ่อยครั้ง ทั้งในงานบุปผชาติ งานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ งานประกวดเฉพาะต้นชวนชม ผู้เขียนได้พบกับ คุณเกรียงไกร ไชยพิเศษ ทำงานประจำที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช แต่มีใจรักการปลูกชวนชม จึงได้ร่วมมือกับ คุณพงษ์ชัย ไชยพิเศษ พี่ชายที่ทำงานที่สำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร เขต 6 เชียงใหม่ เริ่มต้นปลูกต้นชวนชมที่สวนบ้านดอนปิน ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ใช้เวลาประมาณ 3 ปี มีต้นชวนชมทั้งขนาดใหญ่และต้นเล็กที่กำลังขยายพันธุ์ลูกผสมจำนวนมากเต็มพื้นที่ จึงได้ขยายพื้นที่ออกไปปลูกที่บ้านของตนเองท
ไทย เป็นอีกประเทศในโลกที่ผลิตกล้วยไม้ได้อย่างมีคุณภาพ แหล่งปลูกกล้วยไม้หลายแห่งมีศักยภาพในการผลิตกล้วยไม้ได้จำนวนมาก สามารถส่งขายได้ทั้งภายในและต่างประเทศ การผลิตกล้วยไม้ไม่เพียงแต่เจ้าของธุรกิจจะต้องแข่งขันกับหลายประเทศที่ผลิตอย่างมีคุณภาพแล้ว ยังต้องเอาชนะธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงจนทำให้กระทบกับยอดและคุณภาพผลผลิตอีกด้วย แต่ด้วยใจสู้ของชาวสวนกล้วยไม้ไทยต่างหาวิธีเอาชนะกับปัญหาอุปสรรคอย่างไม่ท้อ ตลาดสินค้าเกษตรก้าวหน้า ฉบับนี้พาท่านผู้อ่านไปพบกับ คุณสมชาย เลิศรุ่งวิทยาชัย อยู่บ้านเลขที่ 160 หมู่ที่ 7 ตำบลไผ่หูช้าง อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม เจ้าของสวนกล้วยไม้ ที่ชื่อ “สวนหมื่นล้านออร์คิด” เป็นสวนกล้วยไม้สกุลหวายตัดดอกที่มีคุณภาพขนาดใหญ่ย่านบางเลน ขายส่งทั้งตลาดในและต่างประเทศ พบปัญหาจำนวนมะพร้าวลดลง หายาก ราคาแพง ส่งผลต่อการทำธุรกิจ ความจริงแล้วสวนกล้วยไม้เมื่อมองจากภายนอกก็เหมือนกัน แต่ถ้าได้เดินเข้าไปในแปลงปลูกกล้วยไม้ของสวนคุณสมชายจะพบว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของกล้วยไม้ที่ปลูก ใช้บล็อกซีเมนต์เป็นวัสดุปลูกแทนกาบมะพร้าว ซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ให้ผลผลิตสมบูรณ์ทั้งขนาดและความสวยสด แถมยังประหยัดค
หากกล่าวถึงกระบองเพชร หลายคนคงนึกถึงหนามที่แหลมคมเป็นอันดับแรก แต่รู้หรือไม่ว่ากระบองเพชรมีหลายสายพันธุ์ที่กินได้ ไม่มีพิษ แต่ไม่ใช่ว่าจะกินได้ทุกส่วน และต้นกระบองเพชรกินได้ ยังมีผลที่สามารถกินได้อีกด้วย โดยแต่ละท้องถิ่นทั่วโลกจะกินสายพันธุ์ที่แตกต่างกันไป การกินกระบองเพชรนิยมอย่างมากในประเทศเม็กซิโก กระบองเพชรกินได้ยังถูกนำมาทำเป็นยารักษาโรคต่างๆ เพราะด้วยสรรพคุณที่มากมาย แพดอ่อนกระบองเพชร อุดมไปด้วยไฟเบอร์ กากใยสูง ช่วยการปรับสมดุลน้ำตาลในเลือด ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน เป็นต้น และผลกระบองเพชรกินได้ยังอุดมไปด้วยวิตามินซีที่สูงมาก หลายคนอาจสงสัยว่าเนื้อสัมผัสและรสชาติของกระบองเพชรกินได้นั้นเป็นยังไง จริงๆ แล้ว ก็เหมือนการกินผักสดทั่วไป วิธีการกินกระบองเพชรคือ จะกินแพดอ่อน กินตรงไหนก็ได้ที่ไม่มีหนาม เนื้อสัมผัสนุ่ม เปราะ กรอบ มีเมือกลื่นๆ มีรสชาติเปรี้ยวเล็กน้อย กลิ่นคล้ายกับมะขามอ่อน ทั้งนี้ รสชาติแพดก็ขึ้นอยู่กับแต่ละสายพันธุ์ สามารถกินคู่กับอาหารได้หลากหลายประเภท และผลของกระบองเพชรกินได้ มีรสชาติหวาน อร่อย มีเนื้อคล้ายมะละกอ และในบางครั้งมีกลิ่นคล้ายมะตูมหรือแตงโม กระบองเพชร นอกจากจะ
การปลูกผักข้างบ้านนอกจากจะเป็นแหล่งสำรองอาหารในเมืองแล้ว ยังผ่อนคลายความเครียดที่เกิดจากการทำงานอีก การปลูกไม้ดอกในแปลงผักในระบบเกษตรอินทรีย์มักเลือกต้นที่มีกลิ่นไล่แมลง และเป็นพืชผักสมุนไพรที่แมลงรังเกียจ เช่น ดอกดาวเรือง กะเพรา และดอกไม้ที่ไม่มีแมลงรบกวนมากนัก แต่มีสีสันเพื่อตัดสีเขียวของใบผักที่ทำให้ดูแล้วมีความสุข นอกจากการอิ่มท้องด้วยแล้ว ในสมัยก่อนการจัดสวนมีเฉพาะในสถานที่ที่มีบุคคลชั้นสูงพักอาศัยเท่านั้น ส่วนชาวบ้านธรรมดาไม่ได้มีอารมณ์สุนทรีย์ขนาดนั้น แต่บ้านขุนนางในระดับล่างๆ ลงมาก็เลียนแบบเอาจากบุคคลชั้นสูงมาบ้าง แต่ก็เป็นเพียงปลูกไปตามอย่างโดยไม่ได้มีหลักแต่อย่างใด ส่วนชาวบ้านเองก็ปลูกไม้ดอกไม้ประดับก็เพียงแค่ให้พอมีดอกไม้เก็บไปวัดวันพระเท่านั้น บางสวนตามวัดวาที่พระสงฆ์มีหน้าที่ต้องรักษายามชาวบ้านเป็นไข้ก็ปลูกสมุนไพรเสียเป็นหลัก แต่สวนชาวบ้านจริงๆ ก็ปลูกผักที่กินได้มากกว่าที่จะปลูกอย่างอื่น นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการท่านหนึ่งที่ผมรู้จักคือ คุณสำรอง วรภาพ มีฝืมือในการจัดสวน โดยท่านจบจากวิทยาลัยเกษตรกรรมนครราชสีมา หรือเรียกเกษตรสีคิ้ว เมื่อปี 2523 และได้รับราชการในกรมส่
แกลดิโอลัส หรือ ซ่อนกลิ่นฝรั่ง เป็นไม้ตัดดอกที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่แอฟริกาใต้ ปัจจุบันมีการปลูกในเชิงธุรกิจไม่น้อยกว่า 3,000 สายพันธุ์ ซึ่งแต่ละสายพันธุ์ล้วนมีสีสวยสะดุดตา ตั้งแต่สีขาว เหลือง ชมพู ส้ม แดง ไปจนถึงสีม่วง แกลดิโอลัสเป็นพืชที่มีหัวอยู่ใต้ดิน รูปร่างกลมแป้น มีกาบใบห่อหุ้มไว้และมีรากอยู่รอบหัว หน่อใหม่จะแตกออกจากหัวเดิมแล้วเจริญพัฒนาเป็นต้นใหม่ ต้นที่เกิดใหม่ก็จะสร้างหัวใหม่ขึ้นมาทดแทนหัวเก่า ส่วนที่อยู่เหนือดินคือ ใบ และก้านใบ อัดกันแน่น มีลักษณะคล้ายลำต้น ส่วนใบรูปร่างเรียวยาว คล้ายมีดดาบ เส้นใบขนานกันไปตามความยาวของใบ แกลดิโอลัสออกดอกเป็นช่อยาว ทั้งนี้ แกลดิโอลัสถูกแบ่งออกได้ 2 ประเภท ประเภทแรก เป็นประเภทอายุเบา จะออกดอกในฤดูหนาว ประเภทที่สอง ออกดอกในฤดูร้อน แกลดิโอลัสต้องการอุณหภูมิต่ำสุด 10-13 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิสูงสุด 18-25 องศาเซลเซียส ดังนั้น แหล่งปลูกที่ได้ดอกขนาดใหญ่จึงหนีไม่พ้นจังหวัดทางภาคเหนือของไทย ดินปลูกควรเป็นดินร่วนปนทราย ระบายน้ำได้ดี มีความเป็นกรดด่างอยู่ระหว่าง 5.8-6.5 พันธุ์แกลดิโอลัสที่นิยมปลูกในปัจจุบัน มีหลากสายสายพันธุ์ เช่น พันธุ์อาร์เธอร์ แรมค
เกษตรกร อ.แสวงหา รวมกลุ่มเป็นแปลงใหญ่ ปลูกไม้มงคล สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ส่งจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ เกษตรกรอำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง ลดความเสี่ยงจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ทำนา ไร่อ้อย หันมาปลูกไม้มงคลเป็นอาชีพเสริม รวมกลุ่มจัดตั้งเป็นแปลงใหญ่ โดยมีกรมส่งเสริมการเกษตรให้การสนับสนุนและเป็นพี่เลี้ยง เพื่อร่วมกันวางแผนการผลิตไม้มงคลให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ลดต้นทุนการผลิต หาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ และเพิ่มมูลค่าของไม้มงคล ตลอดจนจัดหาพันธุ์ไม้ใหม่ๆ ป้อนตลาดทั้งในและต่างประเทศ เช่น อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ นายประคอง สุขมนต์ ประธานกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ไม้มงคล ตำบลแสวงหา อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง เปิดเผยว่า เกษตรกรในพื้นที่อำเภอแสวงหา ส่วนใหญ่ทำนา ไร่อ้อย เพราะอยู่ในเขตชลประทานที่สามารถควบคุมน้ำได้ดี แต่เนื่องจากเกษตรกรในพื้นที่บางส่วนมีพื้นฐานของการปลูกและการตลาดไม้ประดับ จึงคิดว่าน่าจะทำเป็นอาชีพเสริมควบคู่ไปกับการเกษตรอื่น ๆ ไปด้วย เพื่อลดความเสี่ยงจากพืชเชิงเดี่ยว และคนในชุมชนไม่ต้องออกไปทำงานต่างถิ่นเมื่อหมดฤดูการทำนา อีกทั้ง ยังมองว่า ไม้ประดับตลาดยังมีความต้องการมากและ
อาชีพการเกษตร มีความอ่อนไหวต่อสภาพ ดิน ฟ้า อากาศ โดยเฉพาะปีนี้ เกษตรกรไทยจำนวนมากเจอปัญหาฝนแล้งช่วงต้นปี ปลายปีกลับเจอน้ำท่วมซ้ำเติมอีกระลอก ทำให้ผลผลิตเสียหายและเสี่ยงเจอความไม่แน่นอนเรื่องราคาสินค้าเกษตรอีกต่างหาก นับเป็นเรื่องเศร้าที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น หากเป็นไปได้ อยากชวนเกษตรกรนำพืชสมุนไพร ไม้ดอกที่มีกลิ่นหอมนำมาแปรรูปในลักษณะ “ น้ำมันหอมระเหย” เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางการตลาด และขยายช่องทางการขายเพิ่มมากขึ้น น้ำมันหอมระเหย (Essential Oil) คือ น้ำมันที่พืชสร้างขึ้นและเก็บไว้ในส่วนต่างๆ ของพืช เช่น ดอก ใบ ผล ลำต้น ตลอดจนเมล็ด ซึ่งจะพบแตกต่างกันไปในพืชแต่ละชนิด คุณสมบัติที่เด่นชัดคือมีกลิ่นหอมและระเหยได้ง่ายที่อุณหภูมิปกติ ปริมาณและคุณภาพน้ำมันหอมระเหยขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น ดิน ภูมิอากาศ อุณหภูมิ ปริมาณน้ำฝน ความสูงจากระดับน้ำทะเล การเก็บเกี่ยว ตลอดจนเทคนิค และวิธีการสกัดและการกลั่นใส ทุกวันนี้ “ น้ำมันหอมระเหย” เป็นที่ต้องการในวงการอุตสาหกรรมอย่างกว้างขวาง ทั้งอุตสาหกรรมอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องสำอาง ผงซักฟอก ธุรกิจสปา ฯลฯ ล้วนต้องการใช้น้ำมันหอมระเหย มาช่วยปรุงแต่ง
ตรัง 1 ปีมีให้เห็นไม่กี่วัน “ว่านแผ่นดินเย็นเมืองตรัง” พืชในตระกูลกล้วยไม้ หาดูได้ยาก กำลังออกดอกชูช่อสวยงาม นักท่องเที่ยวแห่ชมคึกคัก พร้อมบันทึกภาพประทับใจ ที่สวนพฤกษาศาสตร์ทุ่งค่าย อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง นายกอบศักดิ์ เพ็ญนุกูล หัวหน้าสวนพฤกษศาสตร์ทุ่งค่าย พาชมความงามของว่านแผ่นดินเย็นเมืองตรัง พืชในตระกูลกล้วยไม้ขนาดเล็กมาก ที่กำลังออกดอกชูช่อรอนักท่องเที่ยวมาชม 1 ปี มีให้เห็นได้เพียงไม่กี่วันเท่านั้น โดยจะพบในช่วยต้นฤดูฝน ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนถึงพฤษภาคมของทุกปี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ทำคอกเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เห็นชัดเจนมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมหากฝนมาช้า ก็จะออกดอกให้เห็นช้าเช่นกัน ซึ่ง “ว่านแผ่นดินเย็นเมืองตรัง” ค้นพบครั้งแรกโดย นายประสงค์ โพธิ์เอี่ยม เจ้าหน้าที่สวนพฤกษศาสตร์ทุ่งค่าย และได้ส่งภาพถ่ายไปให้หอพรรณไม้ตรวจสอบ หลังจากนั้นจึงได้มีการติดตามเก็บตัวอย่าง และพบเพิ่มเติมที่สวนพฤกษศาสตร์เขาช่อง โดย ผศ.ดร.สุธีร์ ดวงใจ อาจารย์คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก็ปรากฏว่า เป็นพันธุ์ไม้ชนิดใหม่ของโลก ปัจจุบันสามารถพบเห็น ว่านแผ่นดินเย็นเมืองตรัง ได้ใน 2 พื้นท
