ไม้ดอกไม้ประดับ
เกษตรกร อ.แสวงหา รวมกลุ่มเป็นแปลงใหญ่ ปลูกไม้มงคล สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ส่งจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ เกษตรกรอำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง ลดความเสี่ยงจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ทำนา ไร่อ้อย หันมาปลูกไม้มงคลเป็นอาชีพเสริม รวมกลุ่มจัดตั้งเป็นแปลงใหญ่ โดยมีกรมส่งเสริมการเกษตรให้การสนับสนุนและเป็นพี่เลี้ยง เพื่อร่วมกันวางแผนการผลิตไม้มงคลให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ลดต้นทุนการผลิต หาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ และเพิ่มมูลค่าของไม้มงคล ตลอดจนจัดหาพันธุ์ไม้ใหม่ๆ ป้อนตลาดทั้งในและต่างประเทศ เช่น อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ นายประคอง สุขมนต์ ประธานกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ไม้มงคล ตำบลแสวงหา อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง เปิดเผยว่า เกษตรกรในพื้นที่อำเภอแสวงหา ส่วนใหญ่ทำนา ไร่อ้อย เพราะอยู่ในเขตชลประทานที่สามารถควบคุมน้ำได้ดี แต่เนื่องจากเกษตรกรในพื้นที่บางส่วนมีพื้นฐานของการปลูกและการตลาดไม้ประดับ จึงคิดว่าน่าจะทำเป็นอาชีพเสริมควบคู่ไปกับการเกษตรอื่น ๆ ไปด้วย เพื่อลดความเสี่ยงจากพืชเชิงเดี่ยว และคนในชุมชนไม่ต้องออกไปทำงานต่างถิ่นเมื่อหมดฤดูการทำนา อีกทั้ง ยังมองว่า ไม้ประดับตลาดยังมีความต้องการมากและ
อาชีพการเกษตร มีความอ่อนไหวต่อสภาพ ดิน ฟ้า อากาศ โดยเฉพาะปีนี้ เกษตรกรไทยจำนวนมากเจอปัญหาฝนแล้งช่วงต้นปี ปลายปีกลับเจอน้ำท่วมซ้ำเติมอีกระลอก ทำให้ผลผลิตเสียหายและเสี่ยงเจอความไม่แน่นอนเรื่องราคาสินค้าเกษตรอีกต่างหาก นับเป็นเรื่องเศร้าที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น หากเป็นไปได้ อยากชวนเกษตรกรนำพืชสมุนไพร ไม้ดอกที่มีกลิ่นหอมนำมาแปรรูปในลักษณะ “ น้ำมันหอมระเหย” เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางการตลาด และขยายช่องทางการขายเพิ่มมากขึ้น น้ำมันหอมระเหย (Essential Oil) คือ น้ำมันที่พืชสร้างขึ้นและเก็บไว้ในส่วนต่างๆ ของพืช เช่น ดอก ใบ ผล ลำต้น ตลอดจนเมล็ด ซึ่งจะพบแตกต่างกันไปในพืชแต่ละชนิด คุณสมบัติที่เด่นชัดคือมีกลิ่นหอมและระเหยได้ง่ายที่อุณหภูมิปกติ ปริมาณและคุณภาพน้ำมันหอมระเหยขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น ดิน ภูมิอากาศ อุณหภูมิ ปริมาณน้ำฝน ความสูงจากระดับน้ำทะเล การเก็บเกี่ยว ตลอดจนเทคนิค และวิธีการสกัดและการกลั่นใส ทุกวันนี้ “ น้ำมันหอมระเหย” เป็นที่ต้องการในวงการอุตสาหกรรมอย่างกว้างขวาง ทั้งอุตสาหกรรมอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องสำอาง ผงซักฟอก ธุรกิจสปา ฯลฯ ล้วนต้องการใช้น้ำมันหอมระเหย มาช่วยปรุงแต่ง
ตรัง 1 ปีมีให้เห็นไม่กี่วัน “ว่านแผ่นดินเย็นเมืองตรัง” พืชในตระกูลกล้วยไม้ หาดูได้ยาก กำลังออกดอกชูช่อสวยงาม นักท่องเที่ยวแห่ชมคึกคัก พร้อมบันทึกภาพประทับใจ ที่สวนพฤกษาศาสตร์ทุ่งค่าย อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง นายกอบศักดิ์ เพ็ญนุกูล หัวหน้าสวนพฤกษศาสตร์ทุ่งค่าย พาชมความงามของว่านแผ่นดินเย็นเมืองตรัง พืชในตระกูลกล้วยไม้ขนาดเล็กมาก ที่กำลังออกดอกชูช่อรอนักท่องเที่ยวมาชม 1 ปี มีให้เห็นได้เพียงไม่กี่วันเท่านั้น โดยจะพบในช่วยต้นฤดูฝน ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนถึงพฤษภาคมของทุกปี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ทำคอกเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เห็นชัดเจนมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมหากฝนมาช้า ก็จะออกดอกให้เห็นช้าเช่นกัน ซึ่ง “ว่านแผ่นดินเย็นเมืองตรัง” ค้นพบครั้งแรกโดย นายประสงค์ โพธิ์เอี่ยม เจ้าหน้าที่สวนพฤกษศาสตร์ทุ่งค่าย และได้ส่งภาพถ่ายไปให้หอพรรณไม้ตรวจสอบ หลังจากนั้นจึงได้มีการติดตามเก็บตัวอย่าง และพบเพิ่มเติมที่สวนพฤกษศาสตร์เขาช่อง โดย ผศ.ดร.สุธีร์ ดวงใจ อาจารย์คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก็ปรากฏว่า เป็นพันธุ์ไม้ชนิดใหม่ของโลก ปัจจุบันสามารถพบเห็น ว่านแผ่นดินเย็นเมืองตรัง ได้ใน 2 พื้นท
มอสส์ นับเป็นพืชชนิดเดียวกับต้นหญ้าที่มีขนาดเล็ก ชอบขึ้นในที่ชื้นอากาศเย็น มีหลากหลายสายพันธุ์ สังเกตได้จากการที่เราพบอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ หลายแห่ง เช่น พบขึ้นอยู่กับต้นไม้ใหญ่ในพื้นที่สูงบนดอยอินทนนท์ หรือภูเขาสูงทั่วไป หรือพบมอสส์ขึ้นบริเวณห้องน้ำที่ชื้นๆ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นมอสส์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ อาจจะมีบ้างที่เพาะขยายพันธุ์เพื่อนำไปจัดแสดงในงาน หรือการจัดสวนถาด อย่างไรก็ตาม การเพาะขยายมอสส์เป็นการค้านั้น ยังมีอยู่น้อยและไม่กว้างขวางในเชิงธุรกิจ คุณศุภสิษฐ์ และ คุณสุนีย์ เศรษฐนานุรักษ์ สองสามีภรรยาที่เคยรับราชการอยู่กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงสาธารณสุข แต่มีความชื่นชอบการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงได้ลาออกจากราชการมาประกอบอาชีพส่วนตัว เริ่มจากการผลิตผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติและการออกแบบผลิตภัณฑ์จากผ้าฝ้ายที่มีชื่อเสียงของอำเภอจอมทอง ต่อมาเกิดอาการแพ้เศษและขนของปุยฝ้าย จึงคิดริเริ่มอาชีพใหม่ ขณะนั้นมีพรรคพวกเป็นชาวญี่ปุ่นได้นำต้นมอสส์ที่เป็นพันธุ์ของประเทศญี่ปุ่นมาให้ทดลองปลูก ราคาต้นมอสส์ในขณะนั้น ประมาณ 10 ล้านบาท เพื่อส่งกลับไปขายประเทศญี่ปุ่น จากการที่ไม่เคยเรียนห
คุณอรทัย บุญยืนเวทวัฒน์ เจ้าของสวนกล้วยไม้ Readyorchid บ้านเลขที่ 273/14 หมู่ที่ 1 ซอยเพชรเกษม 82 แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160 โทร. 089-019-5504 จัดเป็นนักเลี้ยงกล้วยไม้รุ่นใหม่ที่ได้รับถ่ายทอดประสบการณ์การปลูกเลี้ยงกล้วยไม้มาจาก คุณวีรเดช บุญยืนเวทวัฒน์ ผู้เป็นบิดา ผ่านประสบการณ์ในการปลูกเลี้ยงกล้วยไม้มากว่า 30 ปี ในยุคของการปลูกกล้วยไม้หวายเพื่อการตัดดอกจำหน่าย แต่ด้วยภาวะตลาดที่มีการแข่งขันสูง จึงปรับเปลี่ยนเป็นการผลิตกล้วยไม้กระถาง ควบคู่ไปกับงานการพัฒนาสายพันธุ์กล้วยไม้ลูกผสม โดยคุณวีรเดชจะพัฒนาสายพันธุ์เพื่อจำหน่ายให้กับผู้ที่สนใจนำไปปั่นตาเพื่อจำหน่ายเป็นลูกผสมสายพันธุ์ใหม่ๆ ตัวอย่างราคาของกล้วยไม้หวายลูกผสมพันธุ์ใหม่จะซื้อ-ขายกัน ราว 5,000-10,000 บาท และกล้วยไม้แคทลียาลูกผสมพันธุ์ใหม่ ซื้อ-ขาย ราว 10,000-50,000 บาท เป็นต้น ผู้ปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ ต้องเข้าใจการใช้ปุ๋ย การปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ให้งามและพร้อมออกดอกนั้น อาจจะมีปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน แต่สำหรับคุณอรทัยแล้วแนะนำว่า ผู้ปลูกเลี้ยงต้องมีความเข้าใจการใช้ปุ๋ยกับกล้วยไม้เสียก่อน อีกทั้งการใช้ปุ๋ยกับกล้วยไม้นั้นยังต้อง
การปลูกต้นไม้ นอกจากการหวังผลชื่นชมความงาม สร้างความร่มรื่นแล้ว คนไทยส่วนหนึ่งยังมีความเชื่อเรื่องปลูก “ว่าน” ไม้มงคลเสริมโชคลาภ เสริมบารมี เสริมอำนาจวาสนา เสริมดวงชะตา สร้างความเฮงอีกด้วย จึงขอแนะนำ ว่านไทย ไม้มงคลที่ได้รับความนิยมเพื่อเป็นเกร็ดความรู้ในการเลือกว่าน ไม้มงคลมาประดับ “บ้าน” เสริมความเฮง ว่านแสงอาทิตย์ หรือ ว่านกุมารทอง ลักษณะดอกสีแดง รูปทรงกลมสวยสะดุดตา ลักษณะของดอกบานคล้ายลำแสงของพระอาทิตย์ ดอกจะบานอยู่ได้นาน 7-10 วัน ว่านแสงอาทิตย์เป็นดอกไม้มงคลที่นิยมนำมาปลูกไว้ในบ้าน โดยเชื่อว่าจะช่วยคุ้มครองผู้ปลูก และคนในครอบครัวให้พ้นจากภัยอันตรายต่างๆ ปลูกลงกระถางตั้งไว้หน้าร้านค้าเสริมเสน่ห์มหานิยม เรียกลูกค้าเข้าร้านไม่ขาด ทั้งเป็นว่านเสี่ยงทาย ผู้ใดปลูกขึ้นดีไม่ตาย ออกดอกเมื่อไหร่ตำราว่านว่าไว้ ผู้ปลูกจะมีโชคลาภ จะออกปีละครั้งในช่วงเดือนพฤษภาคม ถ้านำดอกว่านไปเคี่ยวน้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันถั่วไว้ทาตัวจะทำให้อยู่ยงคงกระพันชาตรี ว่านถุงเงินถุงทอง เป็นว่านที่มีชื่อเป็นมงคล นิยมปลูกไว้ในบ้าน เพราะคนโบราณถือว่ามีเงินเป็นถุงเงินถุงทองในบ้านเรือน นิยมปลูกใส่กระถางลายครามสวยๆ ตั้งบนโต
“รองเท้านารีอินทนนท์” ถูกค้นพบเมื่อปี พ.ศ. 2396 เป็นกล้วยไม้รองเท้านารีอีกชนิดหนึ่งที่ขึ้นอยู่บนต้นไม้ใหญ่ในลักษณะคล้ายคลึงกันกับรองเท้านารีเมืองกาญน์ พบในทำเลภูเขาสูงจากระดับน้ำทะเลไม่ต่ำกว่า 1,100-1,200 เมตร ในบริเวณดอยอินทนนท์ ภูหลวง และภูกระดึง (ดร.ระพี สาคริก, 2535) รองเท้านารีอินทนนท์เป็นกล้วยไม้แบบอิงอาศัย โดยพบขึ้นอยู่บนต้นไม้ใหญ่ ที่มีลักษณะเปลือกหนา มีการผุพังของเปลือกไม้ง่าย ปกคลุมด้วย มอส เฟิร์น ตะไคร่น้ำ อุ้มความชื้นได้ดี โดยหยั่งรากไปตามเปลือกไม้ พบแพร่หลายในพื้นที่ดอยสูงทางภาคเหนือ เช่น ดอยอินทนนท์ และดอยเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ดอยแม่อูคอ จังหวัดแม่ฮ่องสอน และบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน บริเวณภูหลวง จังหวัดเลย รวมทั้งประเทศพม่า อินเดีย และตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ลักษณะเด่นของกล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์คือ ดอกใหญ่ สีสดใส และเนื้อกลีบเป็นมันเงามาก ฤดูออกดอกประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ ดอกบานทนนานเป็นเดือน ทั้งมีรูปลักษณ์และสีสันที่แปลกตาจึงได้รับความสนใจจากคนไทยและต่างประเทศ โดยนำไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบไม้กระถางและไม้ตัดดอก ในอดีตกล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์ ถูกลักล
กล้วยไม้ช้าง มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทย พม่า ฯลฯ ประเทศในแถบอินโดจีน อินเดีย ศรีลังกา ภาคใต้ของหมู่เกาะในทะเลจีนใต้ และหมู่เกาะอินเดียตะวันออก สำหรับในประเทศไทยพบว่ากล้วยไม้สกุลช้าง มีกระจายอยู่ทุกภาคของประเทศ กล้วยไม้สกุลช้างมีการเจริญเติบโตแบบฐานเดี่ยว มีลักษณะแตกต่างไปจากกล้วยไม้สกุลอื่นๆ คือ ลำต้นสั้น ใบแข็งหนา อวบน้ำ เรียงชิดกันอยู่บนลำต้น ใบเป็นร่อง รากเป็นระบบรากอากาศ มีขนาดใหญ่ ปลายรากมีสีเขียว ช่อดอกอาจห้อยลงหรือตั้งขึ้น ช่อดอกจะมีความยาวเกือบความยาวของใบ ดอกมีจำนวนมาก กลีบนอกและกลีบในของดอกแผ่ออก มีอับเรณู 2 ก้อน แยกออกจากกัน ออกดอกปีละครั้ง บางต้นอาจมีดอกครั้งละหลายๆ ช่อ คุณยศพนธ์ วรทรัพย์อนันต์ ทำสวนกล้วยไม้สกุลช้างอยู่ที่ตำบลสามง่ามท่าโบสถ์ อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท เป็นเกษตรกรที่ชื่นชอบการปลูกเลี้ยงกล้วยไม้สกุลช้างเป็นอย่างมาก โดยในช่วงแรกทำเพื่อสะสมสายพันธุ์ ต่อมาเมื่อไม้มีจำนวนที่มากขึ้นจึงนำมาพัฒนาสายพันธุ์จนเกิดเป็นอาชีพสร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี คุณยศพนธ์ เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนมีอาชีพอิสระเป็นช่างภาพและเขียนบทความเกี่ยวกับการท่องเที่ย
กล้วยไม้สกุลหวาย ในประเทศไทยมีความต้องการดอกอยู่มาก เพราะด้วยความเชื่อและความศรัทธาที่มีต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรืองานประเพณีต่างๆ ตามเทศกาล กล้วยไม้ตัดดอกถูกนำมาใช้ประโยชน์อยู่ตลอดทั้งปี ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาด จึงเกิดเป็นรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไม้ได้เป็นอย่างดี คุณจตุพร ศรีวารีรัตน์ เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรรุ่นใหม่ที่รับช่วงต่อการปลูกกล้วยไม้ตัดดอกจากครอบครัว พร้อมทั้งมีการแบ่งขายไม้ขวดและไม้นิ้วให้กับเกษตรกรรายอื่น จึงเกิดเป็นรายได้หลากหลายช่องทางสามารถทำรายได้ให้กับเธอได้เป็นอย่างดี คุณจตุพร เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนครอบครัวของเธอทำอาชีพทางการเกษตรหลากหลาย เช่น การปลูกผักตลอดจนถึงสวนผลไม้ ซึ่งผลตอบแทนที่ได้รับยังไม่ดีมากนัก ทำให้คุณพ่อคุณแม่ของเธอตัดสินใจมองหาพืชชนิดอื่นมาปลูกแทน จึงได้หันมาทำสวนกล้วยไม้เพื่อตัดดอกส่งขายในเวลาต่อมา ซึ่งพันธุ์กล้วยไม้ที่นำเข้ามาปลูกทั้งหมดภายในสวนบางส่วนได้มาจากสวนกล้วยไม้ของคุณลุง และมีบางสายพันธุ์ซื้อเข้ามาปลูกภายในสวน เพื่อให้ผลผลิตมีความหลากหลายมากขึ้น “ช่วงประมาณปี 2547 คุณแม่เห็นพี่ชายคือคุณลุงทำสวนกล้วยไม้อยู่ รายได้ก็ค่อนข้างดี คุณลุงก็เลยแน
โชคเก้าชั้น เป็นไม้ประดับใบที่กำลงได้รับความนิยม การปลูกใช้เวลาหลายปีจนกว่าจะเติบโตเป็นทรงพุ่มซึ่งถ้าเป็นสายพันธุ์เดิมๆ ใบจะมีเพียงสีเขียว สีขาว สีด่างขาว เวลาต่อมาได้มีการพัฒนาพันธุ์ให้มีความหลากหลายมากขึ้น หรือที่เรียกว่าสร้างให้เป็นสายพันธุ์ด่าง เพราะความต้องการของตลาดมีความหลากหลาย ส่งผลให้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้โชคเก้าชั้นเป็นไม้ที่มีความด่างที่สวยงาม และเกิดลูกไม้ใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง โดยเสน่ห์ของโชคเก้าชั้นจะเป็นในเรื่องของใบ ไม้มีใบทั้งใบเดี่ยว ใบเรียงสลับ ลักษณะใบมีทรงยาว กลม วงรี ฯลฯ นอกจากนี้ ยังมีความเชื่อกันอีกว่า ไม้อย่างโชคเก้าชั้นเป็นไม้ที่เด่นในเรื่องของความเป็นมงคล ทำให้ผู้ปลูกโชคดีทำมาค้าขึ้นและร่ำรวย รวมไปถึง คุณภาวัช เพ็ญรัตติญา หรือ คุณบอน ได้หลงใหลและหันมาปลูกโชคเก้าชั้นด้วยเช่นกัน โดยที่สวนของเขาอาจเรียกได้ว่าเป็นนักพัฒนารุ่นใหม่เลยก็ว่าได้ จากปลูกเล่นๆ เสริมรายได้ไม่ธรรมดา คุณบอน เล่าให้ฟังว่า ในช่วงที่ทำงานประจำอยู่นั้นเป็นคนที่ชื่นชอบการปลูกต้นไม้อยู่แล้ว จึงทำให้มีโอกาสได้ไปเดินชมตลาดต้นไม้อยู่เสมอ และทำให้ได้มารู้จักกับต้นโชคเก้าชั้น ถือเป็นไม้ท
