ไม้ดอกไม้ประดับ
ดอกไม้ที่นิยมนำมาแซมในการจับช่อ หลายคนคงนึกถึง “คัตเตอร์” เป็นอันดับต้นๆ ที่นิยมอย่างมาก แม้จะเป็นดอกไม้ดอกเล็กๆ ที่ไม่ค่อยได้มีโอกาสเป็นตัวเอกสักเท่าไร เพราะคัตเตอร์มักเป็นดอกไม้ที่ถูกใช้เพื่อทำให้ไม้ดอกอื่นๆ ดูสวยงามโดดเด่นยิ่งขึ้น ผู้คนจึงมักเปรียบดอกคัตเตอร์ว่าเป็นดั่งการแอบรักใครสักคนแบบไม่เปิดเผยแต่มั่นคง คล้ายกับการบอกว่า “แม้คุณจะไม่ใส่ใจฉันก็ไม่เป็นไร แต่ไม่ว่ายังไง คุณจะมีฉันอยู่ข้างๆ เสมอ” ตามความหมายของภาษาดอกไม้แห่งโลกตะวันตก “ดอกคัตเตอร์” เป็นตัวแทนของความรัก ความภักดี สติปัญญา แสงสว่าง และพลัง ส่วนในประเทศจีน ดอกคัตเตอร์ยังหมายถึงความซื่อสัตย์ได้อีกด้วย ช่วงยุควิกตอเรียน “ดอกคัตเตอร์” ถูกใช้แทนความหมายของความสวยงาม ความอดทน และความมีเสน่ห์ แถมด้วยลักษณะของดอกที่มองดูเหมือนดาวดวงเล็กๆ คัตเตอร์จึงเป็นตัวแทนของความฝันหรือความปรารถนาที่อยากให้เป็นจริงในอนาคต “ดอกคัตเตอร์” มีทั้งหมด 5 สี แต่ละสีสื่อความหมายที่แตกต่างกัน ดอกคัตเตอร์สีขาว แสดงถึงความไร้เดียงสาและความซื่อสัตย์บริสุทธิ์ต่อคนที่คุณรักตราบวันสุดท้าย แทนความหมายว่า “แม้ความตายก็ไม่อาจทำให้ฉันหยุดรักคุณ” ดอกคัตเตอร์
ส่วนที่เป็นหม้อข้าวของหม้อข้าวหม้อแกงลิง หลายคนเข้าใจว่าเป็นดอก แต่ความเป็นจริงคือ ใบ ที่พัฒนามาเป็นหม้อข้าว เพื่อใช้เป็นกับดักแมลง จากการสันนิษฐานของนักวิชาการ สรุปว่า ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงเป็นพืชที่วิวัฒนาการมาจากแหล่งที่มีดินขาดความอุดมสมบูรณ์ หรืออาจขาดธาตุใดธาตุหนึ่ง มันจึงพัฒนาส่วนของปลายใบขึ้นมาเป็นกับดักแมลง แล้วผลิตน้ำย่อยออกมาย่อยตัวแมลงที่จับไว้ได้ เพื่อนำสารอาหารที่ต้องการไปหล่อเลี้ยงตัวมันเองให้สมบูรณ์ สามารถสืบเผ่าพันธุ์ต่อไปได้ หม้อข้าวหม้อแกงลิง มี 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่เจริญเติบโตอยู่ในที่ราบ และ กลุ่มที่เจริญเติบโตอยู่ในบริเวณที่สูง ทั้งนี้ กลุ่มแรกต้องการอากาศร้อนชื้น ส่วนกลุ่มที่สอง ต้องการอากาศหนาวเย็น ดังนั้น การนำหม้อข้าวหม้อแกงลิงมาปลูกเลี้ยงใน กทม. และเขตปริมณฑล จำเป็นต้องเลือกกลุ่มแรก สังเกตได้จากมีการปลูกเลี้ยงกันอยู่ทั่วไป จึงจะได้ผลดี หม้อข้าวหม้อแกงลิงกลุ่มนี้ต้องการแสงแดดเพียง 60-80 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น แสงแดด เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อขนาดและสีสันของหม้อข้าวหม้อแกงลิง จึงควรหลีกเลี่ยงการปลูกเลี้ยงในสภาพใต้ร่มเงา ส่วนความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศอยู่ในระดับ 80 เป
ด้วยสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงแห้งแล้งกันดารขาดแหล่งน้ำ ชาวบ้านมีทางเลือกเดียวคือปลูกพืชเชิงเดี่ยว เป็นอาชีพหลัก ได้แก่ ข้าวโพด มันสำปะหลัง และยางพารา แต่ทว่าปัญหาหนี้สินก็พอกพูนขึ้นทุกวัน สำหรับสมาชิกกลุ่มเกษตรกรบ้านท่าศาลา ตำบลท่าศาลา อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย กระทั่งปี 2563 กรมส่งเสริมสหกรณ์ โดยสำนักงานสหกรณ์จังหวัดเลยเข้าไปช่วยเหลือดำเนินการสนับสนุน ขุดสระน้ำเพื่อเป็นแหล่งเก็บกักน้ำภายใต้โครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินและพัฒนาอาชีพให้กับสมาชิกสหกรณ์ตามนโยบายของกรมส่งเสริมสหกรณ์ จากนั้นคณะกรรมการกลุ่มเกษตรกรบ้านท่าศาลาหารือร่วมกับทีมงานเจ้าหน้าที่สหกรณ์จังหวัดเลย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนได้ข้อสรุปว่าจะส่งเสริมอาชีพปลูกกุหลาบตัดดอกให้กับสมาชิก เนื่องจากเป็นไม้ดอกที่ปลูกง่าย ไร้โรคแมลงรบกวน ที่สำคัญความต้องการของตลาดสูงมาก จึงเป็นที่มาของแปลงนำร่องต้นแบบปลูกกุหลาบตัดดอกสายพันธุ์ฮอลแลนด์และฮังการี ของ นายอัศวิน ศรีบุรินทร์ เลขานุการกลุ่มเกษตรกรบ้านท่าศาลา บนเนื้อที่ 4 ไร่ ไร่ละ 1,000 ต้น เมื่อปลายปี 2563 ปัจจุบันเก็บเกี่ยวผลผลิตตัดดอกทุกวัน มีรายได้เฉลี่ยวันละ 5,000-20,000 บาท โดยมีพ่อค้าทั้ง
ในการตกแต่งสวน สิ่งที่ละเลยไม่นำมาเป็นองค์ประกอบสำคัญอย่างพื้นสนามหญ้าก็อาจทำให้สวนแห่งนั้นขาดความสมบูรณ์แลดูไม่สวยงาม หากผ่านตามร้านขายต้นไม้หลายแห่งจะพบว่ามีหญ้าเป็นแผ่นตั้งกองไว้หน้าร้านเพื่อจำหน่ายควบคู่ไปกับพันธุ์ไม้หลายชนิด อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้หญ้าแต่ละชนิดต้องพิจารณาให้เหมาะสมตรงกับเจตนาของการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นกลางแจ้งหรือแดดรำไร แต่ทราบหรือไม่ว่าเส้นทางของการผลิตหญ้ากว่าจะมาสร้างความสวยงามให้แก่สวนของคุณมีความเป็นมาอย่างไร ในอดีตหากต้องการใช้หญ้าเพื่อจัดสวนมักรู้กันดีว่าแหล่งสำคัญคือที่มีนบุรี เพราะปลูกหญ้าได้คุณภาพจนเรียกติดปากว่า “หญ้ามีน” ถึงแม้ในปัจจุบันแหล่งปลูกหญ้าจะเพิ่มหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดปทุมธานี กำแพงเพชรหรือแม้แต่นครนายก แต่ชาวบ้านที่มีนบุรียังคงรักษาวิถีอาชีพปลูกหญ้าดั้งเดิมสร้างรายได้เพื่อคงเอกลักษณ์ไว้ คุณสมชาย เจ๊มะหะหมัด กรรมการศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรมีนบุรีและประธานกลุ่มผู้ปลูกหญ้าแปลงใหญ่ เป็นผู้ที่คร่ำหวอดกับวงการปลูกหญ้าสนามมาตั้งแต่เด็กให้ข้อมูลว่า ที่มีนบุรีถือเป็นพื้นที่ปลูกหญ้าแห่งแรก โดยเมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมา คุณสุดใจ วงศ์อารี อดีตรอ
สงกรานต์ปีนี้มาเลือกดอกไม้ที่ทั้งสวย กลิ่นหอม และความหมายดี เหมาะกับการแสดงความเคารพและความรักต่อญาติผู้ใหญ่ ดอกมะลิ ดอกกุหลาบ (สีชมพูหรือสีแดงอ่อน) ดอกดาวเรือง ดอกพุด ดอกชมนาด ดอกสารภี ดอกบานไม่รู้โรย
คุณจอม-ศรุต สุวรรณภักดี นักแสดงหนุ่มช่องมากสี เป็นอีกหนึ่งท่านที่ชื่นชอบการปลูกไม้ประดับที่เป็นสายพันธุ์แปลกและหายาก โดยเขาได้ศึกษาอย่างจริงจังชนิดที่ว่าได้เดินทางไปดูไม้จากแหล่งต่างๆ ในหลายประเทศ และนำเข้าพรรณไม้มาปลูกจนทำให้ภายในสวนมีไม้หลายชนิด และขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนเรื่อยๆ จนมีไม้มากขึ้น สร้างเป็นธุรกิจเกิดรายได้เสริมหลังจากงานแสดงให้กับเขาได้อย่างดี คุณจอม เล่าให้ฟังด้วยรอยยิ้มที่ปนอยู่บนใบหน้าว่า จุดเริ่มต้นของการได้เข้ามาปลูกไม้แปลกไม้หายากนั้น เกิดจากต้องการซื้อไม้ประดับเข้ามาปลูกภายในบ้าน เพราะอยากได้ต้นไม้ที่คิดว่าน่าจะเข้ากับมุมต่างๆ เป็นชนิดไป ซึ่งตลาดต้นไม้แรกที่มีโอกาสได้ไปเดินคือตลาดนัดจตุจักร และต่อมาได้รู้จักกับไม้ขุดล้อมจากหลายจังหวัด ว่ามีการขายในราคาที่แตกต่างกันไป จึงซื้อเข้ามาปลูกและเป็นจุดเริ่มต้นให้ได้เข้ามาอยู่ในวงการนี้จนถึงปัจจุบัน “ไม้ในสวนของผมก็จะมีทั้งที่หาซื้อจากในไทยและต่างประเทศเข้ามาเพื่อขยายพันธุ์ ตอนนั้นจำได้ว่าไม่ได้ลงทุนเยอะ ซื้อมาต้นละ 2,000 บาท ลงทุนไปด้วยเงิน 10,000 บาท พอเอามาทดลองเลี้ยง แล้วก็ขยายพันธุ์ออกไป พอโตได้ระยะก็ขายออกไป ได้กำไรมาแล
ปัจจุบัน ระบบขนส่งสิ่งของต่างๆ ในบ้านเรา เมื่อเทียบกับยุคสมัยก่อนแล้ว ถือว่ามีความทันสมัยและรวดเร็วเป็นอย่างมาก จะเห็นได้จากยุคนี้ที่ผู้บริโภคเองก็มีการซื้อขายที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม คือมีการเลือกซื้อสินค้าทางออนไลน์มากขึ้น โดยที่ผู้ซื้อไม่ต้องออกไปนอกบ้าน หรือเสียเวลาขับรถไปยังสถานที่ไกลๆ เพื่อซื้อสินค้าที่ตัวเองชอบเพียงไม่กี่ชิ้นโดยสั่งซื้อสินค้าออนไลน์คอยอยู่ที่บ้านไม่เกิน 1-2 วัน ก็ได้รับของถึงมือมาเชยชมได้อย่างที่ใจหมาย ตลาดไม้ดอกไม้ประดับในช่วงนี้ต้องบอกเลยว่า ค่อนข้างคึกคักในเรื่องของการซื้อขายผ่านออนไลน์ เพราะบางสวนได้เน้นการทำตลาดออนไลน์มากขึ้น โดยโพสต์ภาพสินค้าที่มีอยู่และให้ลูกค้าได้เลือกซื้อ ประหนึ่งเหมือนเดินเข้าไปอยู่ภายในสวนก็ว่าได้ จึงทำให้การค้าขายในยุคนี้ตลาดออนไลน์กำลังมาแรง แม้กระทั่งการซื้อขายต้นไม้ และที่เห็นๆ กันอยู่ในช่วงนี้คือ ไม้อย่างกระบองเพชร ที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย ตลาดหรือผู้ที่สนใจก็ยังมีอยู่เรื่อยๆ จึงทำให้ตลาดกระบองเพชรถือเป็นอีกหนึ่งพรรณไม้ที่อยู่ในความสนใจของผู้คนทุกเพศทุกวัย คุณพัชรา มากทองมณี เป็นอีกหนึ่งผู้ที่เข้ามาอยู่ในวงการกระบองเพชรเมื่อ
ช่วงนี้มองไปทางไหนก็เห็นแต่หมอกขาว ไม่รู้ว่าหมอกอะไรทั้งที่ไม่ใช่หน้าหนาว ก็มันไม่ใช่หมอกยังไงล่ะคะทุกคน! มันคือ PM2.5 ที่หนาเป็นพิเศษจนทำเอาเราแสบตา คันคอ หายใจกันไม่คล่อง ทำให้เราต้องหันกลับมาใส่หน้ากากกันอีกรอบ พอกลับเข้าห้องหรือหอพักตื่นมาก็ยังรู้สึกได้ถึงฝุ่น แต่ไม่ต้องห่วงเพราะเรามี 8 ต้นไม้ฟอกอากาศที่จะช่วยเพิ่มโอโซน ดูดซับสารพิษในห้องหรือในบ้านมาฝากกันค่ะ และบางต้นยังมีประสิทธิภาพในการฟอกอากาศนี่ดีเยี่ยมพอ ๆ กับเครื่องฟอกอากาศอีกเลยด้วย 1.ต้นยางอินเดีย ยางอินเดียเป็นต้นไม้ในร่มช่วยฟอกอากาศในห้องให้ดียิ่งขึ้น เพียงแค่ตั้งไว้ตามมุมห้องรับรองว่าดูมินิมอลขึ้นทันตาเห็น และวิธีการดูแลก็ง่ายมากเพียงแค่หมั่นใช้ผ้าชุบน้ำพอหมาดเช็ดใบเพิ่มความชุ่มชื้น ควรให้น้ำวันละ 1 ครั้ง ต้นยางอินเดียไม่ชอบน้ำขังแฉะ และชอบแสงแดดรำไร 2.ต้นลิ้นมังกร ต้นลิ้นมังกรเป็นต้นไม้ฟอกอากาศที่ดูแลง่าย สามารถนำมาเลี้ยงใส่ในกระถางเล็กตั้งไว้ในห้องนอนหรือไว้บนโต๊ะทำงาน หากตั้งไว้ในร่มรดน้ำเพียงอาทิตย์ละครั้ง แต่หากวางไว้ข้างนอกให้วางโดนแสงแดดรำไรในบริเวณที่แสงแดดส่องให้รดน้ำอาทิตย์ละ 2 ครั้ง 3.ต้นเดหลี ต้นเดหลี เป็นไม
อโกลนีมา (Aglaonema ) สกุลของพืชไม้ประดับที่มีความสวยงามที่ใบ ได้ชื่อว่าเป็น “ราชาแห่งไม้ประดับ” เป็นลำดับพืชที่มีมากกว่า 100 ชนิด ปัจจุบันมีการปรับปรุงพันธุ์เพื่อให้สีสันสวยงาม นิยมเพาะเลี้ยงเพื่อความสวยงาม และจัดเป็นไม้มงคล มีการตั้งชื่อสายพันธุ์ภาษาไทยที่สื่อความหมายทางโชคลาภ เช่น กวักมหามงคล บัลลังก์ทับทิม บัลลังก์ทอง เพชรน้ำหนึ่ง ฯลฯ นอกจากความสวยงามแล้ว ยังเป็นไม้ฟอกอากาศได้ดี สามารถดูดซับก๊าซฟอร์มาลดีไฮด์ ลดมลพิษภายในอาคาร นับเป็นไม้ประดับใบที่มีอนาคตไกล เพราะเป็นที่ต้องการของตลาดในประเทศและส่งออกอย่างต่อเนื่อง การขยายพันธุ์อโกลนีมา สามารถทำได้หลายวิธี เช่น การขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ เช่น การตอน การแยกหน่อ การชำ และ การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ส่วนการขยายพันธุ์แบบอาศัยเพศ คือใช้เมล็ด ปกติเมล็ดของต้น อโกลนีมาที่ได้จากการผสมตัวเองจะมีลักษณะเหมือนต้นแม่ แต่ถ้ามีการผสมข้ามระหว่างสกุลสามารถสร้างลูกผสมใหม่ๆ เกิดขึ้น ปัจจุบันกลุ่มผู้ผลิตอโกลนีมานิยมขยายพันธุ์ด้วยการปักชำเป็นส่วนใหญ่ บางกรณีมีการขยายพันธุ์ด้วยการซื้อต้นกล้าขนาดเล็กที่เพิ่มจำนวนด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เพื่อให้ได้ต้นไ
แค็กตัส ชนิดกระเป๋านั้น มีรูปร่างน่ารัก แปลกตา เพราะมีหลากหลายสายพันธุ์ อย่างไรก็ตาม การดูแลรักษาหรือการเลี้ยงดูก็ใช้วิธีการเหมือนกัน การจะปลูกแค็กตัสให้สวยงาม เริ่มจากการเลือกกระถางปลูกให้มีขนาดเหมาะสมกับต้นแค็กตัส อันดับต่อมา การปรุงดินสำหรับปลูก จัดเตรียมไว้เป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 ใช้ส่วนผสมจากดินใบก้ามปูที่บดและร่อนแล้ว 3 ส่วน ถ่านไม้ทุบพองาม 1 ส่วน ขุยมะพร้าว 1 ส่วน และปุ๋ยอินทรีย์ 1 ส่วน ดินส่วนที่ 2 ประกอบด้วย กรวดน้ำจืด 1 ส่วน ทรายหยาบน้ำจืดเช่นเดียวกันอีก 1 ส่วน หินภูเขาไฟชนิดเม็ดกลม 2 ส่วน กระดูกป่น 1 ส่วน และหินฟอสเฟต 1 ส่วน นำส่วนผสม ส่วนที่ 1 มาผสมกับ ส่วนที่ 2 ในอัตรา 1 : 4 โดยปริมาตร พรมน้ำเล็กน้อยแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน ใส่ลงในกระถาง ที่รองก้นด้วยถ่าน หรือเศษอิฐหัก รดน้ำด้วยฝักบัว กระทั่งเห็นว่าน้ำไหลลงก้นกระถางจึงหยุดรด และปลูกต้นแค็กตัสที่ซื้อมาใหม่ หรือเปลี่ยนกระถางก็ตาม ปล่อยไว้จนดินแห้งสนิท ใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ หรือทดสอบด้วยใช้ไม้เสียบลูกชิ้นแทงลงในดินปลูก ถ้าถอนไม้ขึ้นมาหากยังมีวัสดุปลูกติดขึ้นมาก็ยังไม่ต้องให้น้ำ รอจนแห้งสนิทดีจึงรดอีกครั้ง ไม่ควรรดน้ำทุกวันจะทำ
