ไม้ดอกไม้ประดับ
นายสายันต์ ตันพานิช รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ดร. อนันต์ พิริยะภัทรกิจ นักวิจัย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ (ศนก.) วว. และคณะ เข้าร่วมการประชุมสรุปการดำเนินงานโครงการมาลัยวิทยสถาน อว. ภายใต้โครงการไม้ดอกไม้ประดับ ซึ่ง วว. ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ดำเนินการครบวงจรในการพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์ คัดเลือกสายพันธุ์ ระบบการปลูกเลี้ยงไม้ดอกไม้ประดับตามหลักความพอดีไม่เหลือทิ้ง เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพปลอดภัยด้วยต้นทุนที่เหมาะสม มีการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เกษตรปลอดภัย รวมถึงการเพิ่มมูลค่าเพื่อเป็นผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม ตลอดจนสนับสนุนให้เกิดการท่องเที่ยวในจังหวัด พร้อมนี้ยังได้มอบถังขยายชีวภัณฑ์ระดับชุมชนและบรรจุภัณฑ์ไม้ดอกไม้ประดับออนไลน์ ผลงานวิจัยพัฒนา วว. ให้แก่ผู้แทนเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดเลยจำนวน 11 ราย โอกาสนี้ นางสาวภูมารินทร์ คงเพียรธรรม นายอำเภอภูเรือ และ นางอารีรัตน์ ศิร
จากหนังสือ “ตำราเล่นกล้วยไม้” ของจอมพลสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทรงนิพนธ์ไว้เมื่อปี พ.ศ.2460 กล่าวไว้ว่า “เหตุใดจึงเรียกกล้วยไม้ ข้าพเจ้าเข้าใจว่าเป็นเพราะไม่มีลำต้น เป็นแต่เพียงไม้เกาะอยู่กับต้นไม้ฤาหินแลแตกออกเป็นหน่อๆ มีใบบ้างทิ้งใบเสียบ้าง แลโดยมากชนิดพิศดูก็คล้ายผลกล้วยเสียจริงๆ เหตุฉนี้กระมังจึงเรียกว่า กล้วยไม้” สมัยก่อน กล้วยไม้เป็นไม้ดอกที่นิยมปลูกเลี้ยงกันในบ้านของเจ้านาย หรือขุนนางที่มียศฐาบรรดาศักดิ์ ปลูกเลี้ยงกันเพื่อเพิ่มบารมีไว้ประกวดประขันกันว่า มีกล้วยไม้ดี พลโทวิสูตร คงอุทัยกุล เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนพ่อเข้าป่าเอากล้วยไม้แปลกมาปลูกเลี้ยงไว้ที่บ้านอยู่เรื่อยๆ เช่น ไอยเรศ เอื้องเงินหลวง เพราะในเวลานั้นป่าที่จังหวัดชุมพรยังอุดมสมบูรณ์ ต่อมาได้ย้ายเข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ กับพี่ชายซึ่งก็ชอบปลูกกล้วยไม้ จึงเห็นดอกอยู่ตลอด ต่อมาได้เข้าศึกษาที่โรงเรียนนายร้อย จปร.หลังจากเข้ารับราชการทหารก็ต้องเข้าป่าอยู่ตลอด เห็นกล้วยไม้ที่อยู่ในธรรมชาติมากมาย เช่น รองเท้านารีเหลืองกระบี่ที่ภูเก็ต ฟ้ามุ่ยที่เชียงใหม่ เมื่อมีโอกาสได้ไปสิงคโปร์ก็พบรีน่าโรเวลที่นั่น แต่ยังไม่มีโอกาสปลูก
มะพร้าว เป็นพืชไม้ผลมหัศจรรย์ที่ให้ประโยชน์อเนกอนันต์ ตั้งแต่เรื่องอาหารการกินคาว-หวาน, เครื่องดื่ม, งานหัตถกรรม หรือแม้แต่อาหารสัตว์ เรียกได้ว่าครอบคลุมวิถีชีวิตของคนไทยมายาวนาน ความจริงมะพร้าวเป็นพืชสกุลเดียวกับปาล์ม ซึ่งปาล์มมีทั้งแบบกินผลและประดับ ดังนั้น มะพร้าวก็สามารถนำมาเป็นประดับได้เช่นกัน มักนำไปตกแต่งตามสวนหย่อมที่ต้องใช้พื้นที่เพื่อเอื้อต่อการเจริญเติบโตของทางใบ ไม่กี่ปีมานี้มะพร้าวถูกนำมาทำเป็นบอนไซตามอย่างประเทศอินโดนีเซียต้นแบบ หากดูจากผลงานที่ทำกันโดยคนจำนวนหนึ่ง ซึ่งภายหลังรวมตัวกันจัดตั้งเป็นกลุ่มบอนไซมะพร้าว พบว่าลักษณะบอนไซมะพร้าวคือการย่อส่วนต้นมะพร้าวให้มีขนาดเล็ก ถูกเลี้ยงและดูแลในภาชนะเล็ก-ใหญ่ตามความชอบ มีรูปร่างเป็นมะพร้าวแคระ เสน่ห์ หรือจุดเด่นของบอนไซมะพร้าวมีหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการวางเส้นรากบนกะลา การตกแต่งกะลาด้วยน้ำยาเคลือบเงา หรือสี การวางทรงต้น การตัดแต่งใบ หรือแม้แต่การประดับตกแต่งรอบโคนต้นด้วยวัสดุต่างๆ การทำบอนไซมะพร้าว ง่ายและใช้เวลาน้อยกว่าบอนไซทั่วไป สามารถหาความรู้ได้ทางเน็ต มีขนาดเล็กเคลื่อนย้ายสะดวกจึงเหมาะใช้ประดับตกแต่งภายในบริเวณบ้าน
“ต้นนกน้อยนำโชค” หรือ “ต้นนางกวักสาลิกาลิ้นทอง” เป็นชื่อของไม้ดอกไม้ประดับ ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบเอเชียจนถึงประเทศออสเตรเลีย มีลักษณะเป็นไม้อวบน้ำ ลำต้นสีเขียวอวบอ้วน มียางสีขาว ใบหนาอวบน้ำ สีเขียวเข้ม นอกจากนี้ จุดเด่นอีกอย่างของนกน้อยนำโชค คือ ดอกของมันจะมีลักษณะคล้ายกับนกตัวเล็กๆ ที่โผล่ออกมาจากใบประดับสีชมพูอมแดงคล้ายกลีบดอกไม้ จากลักษณะดังกล่าวทำให้มันถูกเรียกว่า “นกน้อยนำโชค” นอกจากชื่อมงคลที่ถูกตั้งจากลักษณะเด่นแล้ว นกน้อยนำโชคยังถูกมองว่าเป็นต้นไม้สิริมงคล เนื่องจากมีความเชื่อว่าเมื่อปลูกแล้วจะช่วยเสริมในด้านโชคลาภ ค้าขายกิจการรุ่งเรือง นำความเป็นสิริมงคลมาสู่ตัวเองและครอบครัว ทั้งยังช่วยให้เงินทองไหลมาเทมาอีกด้วย คุณปรีชา ธรรมชูเชาวรัตน์ มีสวนอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลบางพลับ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เป็นเกษตรกรที่ทำการปลูกเลี้ยงต้นนกน้อยนำโชค โดยเน้นการขยายพันธุ์ส่งขายด้วยวิธีการเสียบยอด ซึ่งนับเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี จากหนุ่มเย็บผ้า สู่ผู้คร่ำหวอดวงการไม้ดอกไม้ประดับ คุณปรีชา เล่าถึงการเริ่มต้นทำสวนดอกไม้ว่า เมื่อสมัยหนุ่มๆ นั้นเคยทำงานเป็นช่างเย็บเสื้อผ
“จันทน์ผาด่าง” เป็นไม้ประดับที่เกิดจากการกลายพันธุ์ของเมล็ดจันทน์ผาที่เห็นกันทั่วไป มีขนาดต้น สี และใบที่แตกต่างกันจากต้นแม่ โดยเฉพาะใบจะมีลวดลายและสีที่แปลกกว่าจันทน์ผาที่ปลูกเป็นไม้ประดับตามสนามหญ้าและสวนหิน ด้วยลักษณะของใบ สี และขนาดต้นที่แปลกแตกต่างจากต้นจันทน์ผาเดิม ทำให้หลายคนหันมาให้ความสนใจหาซื้อและเพาะเก็บสะสมไว้ดูเล่น ซึ่งในปัจจุบันมีปลูกกันเฉพาะกลุ่ม เนื่องจากการเพาะขยายพันธุ์ยังค่อนข้างยาก อีกทั้งต้องใช้ระยะเวลาในการเพาะกว่าจะได้ต้นด่างที่มีลักษณะต่างจากต้นแม่ ดังนั้น ปริมาณจึงมีไม่มากเหมือนกับจันทน์ผาที่เห็นวางจำหน่ายอยู่ คุณมงคลรัตน์ ศรีเอนก อดีตข้าราชการครู เป็นคนหนึ่งที่หันมาให้ความสนใจปลูกจันทน์ผาด่าง โดยวิธีการเพาะเมล็ด สามารถเก็บรวบรวมจันทน์ผาด่างและแปลกได้มาก คุณมงคลรัตน์ เล่าให้ฟังว่า หลังจากลาออกจากการเป็นพ่อพิมพ์ของชาติ ก็มาทำงานเป็นผู้ประเมินคุณภาพการศึกษาภายนอกให้กับโรงเรียน จนวันที่ไปประเมินคุณภาพโรงเรียนในจังหวัดนครปฐม ทางโรงเรียนก็ได้ให้ต้นจันทน์ผาพันธุ์ธรรมดามา 8 ต้น ซึ่งตอนนั้นเองตนเองก็ยังไม่ได้สนใจอะไร แต่ก็แบ่งมาปลูกไว้ที่บ้าน “ผมแบ่งมาปลูก 4 ต้น ซึ่งยั
ปัจจุบัน บัวที่นิยมปลูกกันในกระถางมักเป็นบัวลูกผสม เพราะออกดอกง่าย มีหลากสี ต้นมีขนาดกะทัดรัด การจะปลูกบัวให้สวยงามนั้น ต้องได้รับแสงแดดอย่างน้อย วันละ 6 ชั่วโมง การปลูกบัวในกระถางไว้ประดับหน้าบ้าน ควรเลือกกระถางเคลือบที่มีขนาดพอเหมาะสวยงาม จากนั้นหากะละมังพลาสติกสีเข้ม อาจเป็นสีดำ หรือน้ำตาลเข้ม ให้มีขนาดที่วางลงในกระถางเคลือบได้พอดี ใส่ดินเหนียวที่สะอาดลงในกะละมังให้เกือบเต็มกะละมัง ถ้านำดินจากริมบ่อข้างบ้านหรือที่อื่น ให้นำดินมาตากแดดจนแห้งเพื่อฆ่าเชื้อโรค และศัตรูอื่นๆ ที่ติดมา เมื่อแห้งแล้วทุบให้แตกใส่ลงในกะละมัง เติมน้ำสะอาดให้ดินละลายเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วปลูกบัวทั้งกอลงกลางกะละมัง ระยะแรกต้องพลางแสงให้ เมื่อตั้งตั้วได้หรือรากเริ่มเดิน จึงใส่ปุ๋ยบำรุงต้น สูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 ใช้แทนกันได้ ตักปุ๋ยขึ้นมาขนาดเท่าหัวแม่มือ ห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ ตัดให้มีขนาดเท่าฝ่ามือ รอง 2 ชั้น แล้วรวบขอบเข้าหากันบิดม้วนเหมือนห่อท็อฟฟี่ใส่ลงในดินปลูกห่างจากเหง้า 1 ฝ่ามือ ลึกลงไป 10-15 เซนติเมตร 3 เม็ด 3 ทิศทาง หากเกรงว่าเม็ดท็อฟฟี่จะแตกให้ใช้นิ้วมือหรือวัสดุอื่นขนาดใกล้เคียงกัน หยั่งลงดินเ
สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่รักและคิดถึงทุกท่าน เรายังอยู่กับบรรยากาศของโควิดที่ยังน่ากังวลไม่น้อย ล้างมือ สวมหน้ากากไว้นะครับ การ์ดอย่าตก แม้บ้านเราจะเป็น 0 มาสองเดือนกว่าแล้วก็ตาม แต่รอบๆ บ้านและทั่วโลกยังติดเชื้อกันไม่เว้นในแต่ละวัน สิ่งที่ทำได้คือทุกคนต้องดูแลป้องกันตัวเองก่อน อย่าเสี่ยงกับศัตรูที่มองไม่เห็นนะครับ ในช่วงโควิด ทำให้การไปมาหาสู่กันทำได้ลำบาก แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้เรายังติดต่อกันได้เสมอก็คืออินเตอร์เน็ต ผมเห็นตัวเองและคนอื่นๆ ใช้เวลาในช่วงที่ไม่ได้ไปไหนเข้าไปท่องในโลกอินเตอร์เน็ตกันมากมาย แรกๆ ก็ดูก็เลือกเอาที่ตัวเองชอบ แต่เมื่อนานๆ เข้า สิ่งหนึ่งที่คนเริ่มค้นหาก็คือจะทำอาชีพอะไรกันดี วันนี้ผมก็เลยหาแนวทางหรือทางเลือกสำหรับเกษตรกร หรือผู้ที่อยากมีอาชีพเสริมมาฝากกันครับ พูดถึงแค็กตัส หรือกระบองเพชร แล้ว ไม่น่าเชื่อว่าปัจจุบันจะมีคนสนใจและนิยมปลูกเลี้ยงกันอย่างมากมาย เสน่ห์ของไม้ที่มีหนามมากมายนี้อยู่ที่ลวดลายของหัว รูปทรง แต่ร้อยทั้งร้อยที่หลงเสน่ห์ก็คือดอก แค็กตัสที่ดูแข็งกระด้างก็มีมุมที่อ่อนหวานสุดๆ ตรงดอกนี่แหละครับ ผมเองตอนแรกก็ไม่ได้สนใจอะไร แค่ลองปลูกเลี้ยงเล่นๆ แต่เ
ชื่อสามัญ แคนา ชื่อวิทยาศาสตร์ Dolichandrone serrulata (DC.) Seem. วงศ์ BIGNONIACEAE โฉมงามตามท้องเรื่องในวันนี้คือ “แคนา” ใครผ่านไปแถวศูนย์หนังสือมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะเห็นต้นแคนาปลูกเป็นแถวดูร่มรื่น ดอกสีขาวสวยสง่าทีเดียว กลิ่นก็หอมอ่อนๆ ซะด้วย ยิ่งตอนดอกร่วงหล่นลงพื้นราวกับปูพรมด้วยสีขาว ดูสบายตา และสนุกด้วย (ที่สนุกเพราะต้องไปแย่งกะแม่บ้านที่มาเก็บดอกไปต้มจิ้มน้ำพริก…ฮา) แต่พอผู้เขียนได้กลับบ้านที่ลานสะแบง โคราช เพื่อนเก็บดอกแคนามาให้เป็นกอบใหญ่วางอยู่ตรงหน้า ก็เลยนึกขำๆ นี่มันดอกสีขาวที่เราไปแย่งมาถ่ายรูปนี่นา…ที่นี่มีเยอะจัง แคนานี่ เพื่อนเรียกว่า แคทุ่ง มีรสขม ไม่มีใครเอามากินสดๆ ส่วนใหญ่นำมาลวกน้ำร้อนก่อน แล้วกินเป็นผักคล้ายสะเดา ชื่นชมได้ไม่นานเพื่อนก็แย่งจากมือไปเด็ดเกสรตัวผู้ออกเพื่อลวกต้มจิ้มน้ำพริก แถมบอกว่ายังมีอีกเยอะ จะเอาอีกมั้ย…ดอกบานหล่นบนพื้นเต็มไปหมด เก็บได้ทุกวันเลย เก็บมาแค่พอกินแต่ละมื้อ ปกติชาวบ้านออกเก็บแคนาตั้งแต่เช้าตรู่ ถ้าใครจะเก็บไปขาย ต้องไปเก็บตั้งแต่ตอนดึกๆ ซึ่งจะเก็บดอกแคนาจากต้นอื่นได้มากกว่าคนที่มาสาย ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ แคนา เป็นไม
หมากเหลือง (Yellow palm) เป็นไม้ยืนต้นในวงศ์ปาล์ม ปลูกง่าย โตไว มีทรงพุ่มสวยงาม ทางใบยาว โค้งย้อยลงดิน แผ่นใบสีเหลืองอมเขียว นิยมปลูกทั้งภายในและภายนอกอาคารสถานที่เพื่อตกแต่งให้สวยงาม ให้ความร่มรื่นหรือช่วยดูดสารพิษในอากาศ การรวมกลุ่มปลูกหมากเหลืองแบบแปลงใหญ่ของเกษตรกรจังหวัดปทุมธานี เป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพผลผลิต หมากเหลืองเป็นพืชเศษฐกิจที่มีตลาดรองรับในการซื้อขาย ทำให้เกษตรกรมีรายได้นำไปใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการผลิตและเพื่อการยังชีพที่มั่นคง คุณสมเดช คงกระพันธุ์ เกษตรจังหวัดปทุมธานี เล่าให้ฟังว่า หมากเหลือง (Yellow palm) เป็นพืชในวงศ์ปาล์มที่มีอายุยืนยาว ปลูกและดูแลรักษาง่าย ชอบดินร่วน มีลำต้นทรงกลมตั้งตรง แตกหน่อเป็นกอใหม่รอบต้นแม่ เมื่อโตเต็มที่จะสูงได้ถึง 8 เมตร ลำต้นเป็นข้อหรือเป็นวงชัดเจน ผิวลำต้นเรียบ มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 4-8 เซนติเมตร โคนต้นสีเหลืองส้มหรือเขียวอมเหลือง และปลายต้นมีนวลสีขาวปกคลุม ดอกขนาดเล็กสีขาวออกเป็นช่อ ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีเหลือง และเมื่อผลสุกจัดเป็นสีแดงแสดหรือสีม่วงอมดำ หมากเหลือง เป็นไม้ยืนต้นที่มีทรงพุ่มสวยงาม ทางใบยาว โค้งย้อยลงดิน แผ่นใบสีเหลืองอมเขียว น
หลายคนสนใจปลูกปทุมา เพราะเห็นว่าเป็นไม้ตัดดอกที่สวยงามมากชนิดหนึ่ง นอกจากดอกมีรูปทรงสวยงามแล้ว ยังมีสีสันสวยงามอีกด้วย ซึ่งมีความหลากหลาย หากใครสนใจปลูกปทุมมา มีคำแนะนำเรื่องการปลูกดูแลปทุมมา ดังต่อไปนี้ ปทุมา หรือ ทิวลิปแห่งสยาม มีลักษณะดอกและก้านดอกมีรูปทรงคล้ายกับดอกทิวลิปของฝรั่ง หากพูดถึงพันธุ์ของปทุมานั้นมีอยู่หลายพันธุ์และสีสันแตกต่างกันไป ปทุมาแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ ประเภทตัดดอก และประเภทไม้กระถาง ก่อนอื่น ขออธิบายเรื่องดอกของปทุมาให้เข้าใจก่อน ส่วนที่เห็นเป็นกลีบดอกสีสวยงามนั้นคือ กลีบประดับ ส่วนดอกจริงๆ มีเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมีย จะเป็นดอกขนาดเล็ก อยู่ต่ำลงมาจากกลีบประดับ จะมีกาบสีเขียวเป็นหลุม เมื่อมองเข้าไปจะเห็นดอกขนาดเล็ก จำนวน 8-10 ดอกย่อยๆ สำหรับปทุมา ประเภทปลูกเป็นไม้ตัดดอก เช่น พันธุ์เชียงใหม่ สีชมพู สีชมพูอ่อน และสีชมพูเข้ม ลักษณะเด่นมีลำต้นสูง 40-45 เซนติเมตร แตกกอ 10-15 หน่อ ต่อกอ ใบแผ่ตั้งแข็งแรง ใบรี แผ่นใบมีสีเขียว เส้นกลางใบมีสีน้ำตาลเหลือบขาว ช่อดอกยาว 60-70 เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลางก้านดอกเฉลี่ย 1 เซนติเมตร กลีบดอกมีสีชมพูอ่อน สีชมพู และสีชมพูเข้ม กลีบ
