ไม้ดอกไม้ประดับ
“จันทน์ผาด่าง” เป็นไม้ประดับที่เกิดจากการกลายพันธุ์ของเมล็ดจันทน์ผาที่เห็นกันทั่วไป มีขนาดต้น สี และใบที่แตกต่างกันจากต้นแม่ โดยเฉพาะใบจะมีลวดลายและสีที่แปลกกว่าจันทน์ผาที่ปลูกเป็นไม้ประดับตามสนามหญ้าและสวนหิน ด้วยลักษณะของใบ สี และขนาดต้นที่แปลกแตกต่างจากต้นจันทน์ผาเดิม ทำให้หลายคนหันมาให้ความสนใจหาซื้อและเพาะเก็บสะสมไว้ดูเล่น ซึ่งในปัจจุบันมีปลูกกันเฉพาะกลุ่ม เนื่องจากการเพาะขยายพันธุ์ยังค่อนข้างยาก อีกทั้งต้องใช้ระยะเวลาในการเพาะกว่าจะได้ต้นด่างที่มีลักษณะต่างจากต้นแม่ ดังนั้น ปริมาณจึงมีไม่มากเหมือนกับจันทน์ผาที่เห็นวางจำหน่ายอยู่ คุณมงคลรัตน์ ศรีเอนก อดีตข้าราชการครู เป็นคนหนึ่งที่หันมาให้ความสนใจปลูกจันทน์ผาด่าง โดยวิธีการเพาะเมล็ด สามารถเก็บรวบรวมจันทน์ผาด่างและแปลกได้มาก คุณมงคลรัตน์ เล่าให้ฟังว่า หลังจากลาออกจากการเป็นพ่อพิมพ์ของชาติ ก็มาทำงานเป็นผู้ประเมินคุณภาพการศึกษาภายนอกให้กับโรงเรียน จนวันที่ไปประเมินคุณภาพโรงเรียนในจังหวัดนครปฐม ทางโรงเรียนก็ได้ให้ต้นจันทน์ผาพันธุ์ธรรมดามา 8 ต้น ซึ่งตอนนั้นเองตนเองก็ยังไม่ได้สนใจอะไร แต่ก็แบ่งมาปลูกไว้ที่บ้าน “ผมแบ่งมาปลูก 4 ต้น ซึ่งยั
ปัจจุบัน บัวที่นิยมปลูกกันในกระถางมักเป็นบัวลูกผสม เพราะออกดอกง่าย มีหลากสี ต้นมีขนาดกะทัดรัด การจะปลูกบัวให้สวยงามนั้น ต้องได้รับแสงแดดอย่างน้อย วันละ 6 ชั่วโมง การปลูกบัวในกระถางไว้ประดับหน้าบ้าน ควรเลือกกระถางเคลือบที่มีขนาดพอเหมาะสวยงาม จากนั้นหากะละมังพลาสติกสีเข้ม อาจเป็นสีดำ หรือน้ำตาลเข้ม ให้มีขนาดที่วางลงในกระถางเคลือบได้พอดี ใส่ดินเหนียวที่สะอาดลงในกะละมังให้เกือบเต็มกะละมัง ถ้านำดินจากริมบ่อข้างบ้านหรือที่อื่น ให้นำดินมาตากแดดจนแห้งเพื่อฆ่าเชื้อโรค และศัตรูอื่นๆ ที่ติดมา เมื่อแห้งแล้วทุบให้แตกใส่ลงในกะละมัง เติมน้ำสะอาดให้ดินละลายเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วปลูกบัวทั้งกอลงกลางกะละมัง ระยะแรกต้องพลางแสงให้ เมื่อตั้งตั้วได้หรือรากเริ่มเดิน จึงใส่ปุ๋ยบำรุงต้น สูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 ใช้แทนกันได้ ตักปุ๋ยขึ้นมาขนาดเท่าหัวแม่มือ ห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ ตัดให้มีขนาดเท่าฝ่ามือ รอง 2 ชั้น แล้วรวบขอบเข้าหากันบิดม้วนเหมือนห่อท็อฟฟี่ใส่ลงในดินปลูกห่างจากเหง้า 1 ฝ่ามือ ลึกลงไป 10-15 เซนติเมตร 3 เม็ด 3 ทิศทาง หากเกรงว่าเม็ดท็อฟฟี่จะแตกให้ใช้นิ้วมือหรือวัสดุอื่นขนาดใกล้เคียงกัน หยั่งลงดินเ
สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่รักและคิดถึงทุกท่าน เรายังอยู่กับบรรยากาศของโควิดที่ยังน่ากังวลไม่น้อย ล้างมือ สวมหน้ากากไว้นะครับ การ์ดอย่าตก แม้บ้านเราจะเป็น 0 มาสองเดือนกว่าแล้วก็ตาม แต่รอบๆ บ้านและทั่วโลกยังติดเชื้อกันไม่เว้นในแต่ละวัน สิ่งที่ทำได้คือทุกคนต้องดูแลป้องกันตัวเองก่อน อย่าเสี่ยงกับศัตรูที่มองไม่เห็นนะครับ ในช่วงโควิด ทำให้การไปมาหาสู่กันทำได้ลำบาก แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้เรายังติดต่อกันได้เสมอก็คืออินเตอร์เน็ต ผมเห็นตัวเองและคนอื่นๆ ใช้เวลาในช่วงที่ไม่ได้ไปไหนเข้าไปท่องในโลกอินเตอร์เน็ตกันมากมาย แรกๆ ก็ดูก็เลือกเอาที่ตัวเองชอบ แต่เมื่อนานๆ เข้า สิ่งหนึ่งที่คนเริ่มค้นหาก็คือจะทำอาชีพอะไรกันดี วันนี้ผมก็เลยหาแนวทางหรือทางเลือกสำหรับเกษตรกร หรือผู้ที่อยากมีอาชีพเสริมมาฝากกันครับ พูดถึงแค็กตัส หรือกระบองเพชร แล้ว ไม่น่าเชื่อว่าปัจจุบันจะมีคนสนใจและนิยมปลูกเลี้ยงกันอย่างมากมาย เสน่ห์ของไม้ที่มีหนามมากมายนี้อยู่ที่ลวดลายของหัว รูปทรง แต่ร้อยทั้งร้อยที่หลงเสน่ห์ก็คือดอก แค็กตัสที่ดูแข็งกระด้างก็มีมุมที่อ่อนหวานสุดๆ ตรงดอกนี่แหละครับ ผมเองตอนแรกก็ไม่ได้สนใจอะไร แค่ลองปลูกเลี้ยงเล่นๆ แต่เ
ชื่อสามัญ แคนา ชื่อวิทยาศาสตร์ Dolichandrone serrulata (DC.) Seem. วงศ์ BIGNONIACEAE โฉมงามตามท้องเรื่องในวันนี้คือ “แคนา” ใครผ่านไปแถวศูนย์หนังสือมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะเห็นต้นแคนาปลูกเป็นแถวดูร่มรื่น ดอกสีขาวสวยสง่าทีเดียว กลิ่นก็หอมอ่อนๆ ซะด้วย ยิ่งตอนดอกร่วงหล่นลงพื้นราวกับปูพรมด้วยสีขาว ดูสบายตา และสนุกด้วย (ที่สนุกเพราะต้องไปแย่งกะแม่บ้านที่มาเก็บดอกไปต้มจิ้มน้ำพริก…ฮา) แต่พอผู้เขียนได้กลับบ้านที่ลานสะแบง โคราช เพื่อนเก็บดอกแคนามาให้เป็นกอบใหญ่วางอยู่ตรงหน้า ก็เลยนึกขำๆ นี่มันดอกสีขาวที่เราไปแย่งมาถ่ายรูปนี่นา…ที่นี่มีเยอะจัง แคนานี่ เพื่อนเรียกว่า แคทุ่ง มีรสขม ไม่มีใครเอามากินสดๆ ส่วนใหญ่นำมาลวกน้ำร้อนก่อน แล้วกินเป็นผักคล้ายสะเดา ชื่นชมได้ไม่นานเพื่อนก็แย่งจากมือไปเด็ดเกสรตัวผู้ออกเพื่อลวกต้มจิ้มน้ำพริก แถมบอกว่ายังมีอีกเยอะ จะเอาอีกมั้ย…ดอกบานหล่นบนพื้นเต็มไปหมด เก็บได้ทุกวันเลย เก็บมาแค่พอกินแต่ละมื้อ ปกติชาวบ้านออกเก็บแคนาตั้งแต่เช้าตรู่ ถ้าใครจะเก็บไปขาย ต้องไปเก็บตั้งแต่ตอนดึกๆ ซึ่งจะเก็บดอกแคนาจากต้นอื่นได้มากกว่าคนที่มาสาย ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ แคนา เป็นไม
หมากเหลือง (Yellow palm) เป็นไม้ยืนต้นในวงศ์ปาล์ม ปลูกง่าย โตไว มีทรงพุ่มสวยงาม ทางใบยาว โค้งย้อยลงดิน แผ่นใบสีเหลืองอมเขียว นิยมปลูกทั้งภายในและภายนอกอาคารสถานที่เพื่อตกแต่งให้สวยงาม ให้ความร่มรื่นหรือช่วยดูดสารพิษในอากาศ การรวมกลุ่มปลูกหมากเหลืองแบบแปลงใหญ่ของเกษตรกรจังหวัดปทุมธานี เป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพผลผลิต หมากเหลืองเป็นพืชเศษฐกิจที่มีตลาดรองรับในการซื้อขาย ทำให้เกษตรกรมีรายได้นำไปใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการผลิตและเพื่อการยังชีพที่มั่นคง คุณสมเดช คงกระพันธุ์ เกษตรจังหวัดปทุมธานี เล่าให้ฟังว่า หมากเหลือง (Yellow palm) เป็นพืชในวงศ์ปาล์มที่มีอายุยืนยาว ปลูกและดูแลรักษาง่าย ชอบดินร่วน มีลำต้นทรงกลมตั้งตรง แตกหน่อเป็นกอใหม่รอบต้นแม่ เมื่อโตเต็มที่จะสูงได้ถึง 8 เมตร ลำต้นเป็นข้อหรือเป็นวงชัดเจน ผิวลำต้นเรียบ มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 4-8 เซนติเมตร โคนต้นสีเหลืองส้มหรือเขียวอมเหลือง และปลายต้นมีนวลสีขาวปกคลุม ดอกขนาดเล็กสีขาวออกเป็นช่อ ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีเหลือง และเมื่อผลสุกจัดเป็นสีแดงแสดหรือสีม่วงอมดำ หมากเหลือง เป็นไม้ยืนต้นที่มีทรงพุ่มสวยงาม ทางใบยาว โค้งย้อยลงดิน แผ่นใบสีเหลืองอมเขียว น
หลายคนสนใจปลูกปทุมา เพราะเห็นว่าเป็นไม้ตัดดอกที่สวยงามมากชนิดหนึ่ง นอกจากดอกมีรูปทรงสวยงามแล้ว ยังมีสีสันสวยงามอีกด้วย ซึ่งมีความหลากหลาย หากใครสนใจปลูกปทุมมา มีคำแนะนำเรื่องการปลูกดูแลปทุมมา ดังต่อไปนี้ ปทุมา หรือ ทิวลิปแห่งสยาม มีลักษณะดอกและก้านดอกมีรูปทรงคล้ายกับดอกทิวลิปของฝรั่ง หากพูดถึงพันธุ์ของปทุมานั้นมีอยู่หลายพันธุ์และสีสันแตกต่างกันไป ปทุมาแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ ประเภทตัดดอก และประเภทไม้กระถาง ก่อนอื่น ขออธิบายเรื่องดอกของปทุมาให้เข้าใจก่อน ส่วนที่เห็นเป็นกลีบดอกสีสวยงามนั้นคือ กลีบประดับ ส่วนดอกจริงๆ มีเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมีย จะเป็นดอกขนาดเล็ก อยู่ต่ำลงมาจากกลีบประดับ จะมีกาบสีเขียวเป็นหลุม เมื่อมองเข้าไปจะเห็นดอกขนาดเล็ก จำนวน 8-10 ดอกย่อยๆ สำหรับปทุมา ประเภทปลูกเป็นไม้ตัดดอก เช่น พันธุ์เชียงใหม่ สีชมพู สีชมพูอ่อน และสีชมพูเข้ม ลักษณะเด่นมีลำต้นสูง 40-45 เซนติเมตร แตกกอ 10-15 หน่อ ต่อกอ ใบแผ่ตั้งแข็งแรง ใบรี แผ่นใบมีสีเขียว เส้นกลางใบมีสีน้ำตาลเหลือบขาว ช่อดอกยาว 60-70 เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลางก้านดอกเฉลี่ย 1 เซนติเมตร กลีบดอกมีสีชมพูอ่อน สีชมพู และสีชมพูเข้ม กลีบ
ดอกเอ๋ย ดอกมะลิ ถึงยามผลิกลิ่นพราวสกาวต้น สดสะอาดปราศสีราคีระคน เหมือนกมลใสสดหมดระคาย กลิ่นมะลิหอมกระไรไม่รู้สว่าง เปรียบได้อย่างรักแท้ไม่แปรหาย อันรักแท้แลหัวใจได้บรรยาย ขอเชิญทาย ณ ที่ไหนจากใครเอย คำประพันธ์บทดอกสร้อย ชื่อ แม่จ๋า ของท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา จากบาทสุดท้าย “ขอเชิญทาย ณ ที่ไหนจากใครเอย” เชื่อว่าทุกท่านคงจะทายถูก แม้ไม่มีชื่อ่ของบทดอกสร้อย เพราะเพียงเอ่ยถึงดอกมะลิ และรักแท้บริสุทธิ์จากหัวใจที่ไม่จางหาย ก็คงได้รับจาก “แม่” มาแล้วและตลอดไป วันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปี ได้รับการกำหนดให้เป็น “วันแม่แห่งชาติ” ที่ทุกคนจะระลึกด้วยจิตสำนึกแห่งพระคุณท่าน มีการจัดเป็นพิธีการ แสดงออกเชิงกิจกรรมและพฤติกรรมที่บ่งบอกหรือส่งมุทิตาจิต อันเป็นมงคลบูชาบุพการี แต่ความเป็นจริงแล้ว เชื่อว่าวันทุกวันที่ผ่านมาและถึงวันนี้คือ “วันของแม่” ที่มีให้แก่ลูกๆ ทุกคน เพราะแม่ไม่มีวันหนึ่งในรอบปีที่จะมีรัก แต่แม่ให้ความรักทุกวันทั้งปี ซึ่งเราดื่มนมจากอกแม่มาจนเติบใหญ่ เพียงบอกรักแม่ด้วยพฤกษามาลัยแม่ก็ซึ้งใจแล้ว มีวรรณกรรมบทกลอน บทเพลง คำพรรณน
นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายสายันต์ ตันพานิช รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นายเรวัตร อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ผศ.ดร. หิรัญ ประสารการ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต และ นายศึกษิต สวรรณดิษฐกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วย “การใช้เทคโนโลยี ผลงานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อการสร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิตการเกษตรไม้ดอกไม้ประดับและพืชอัตลักษณ์ของจังหวัดภูเก็ต” โดยมีระยะเวลาดำเนินโครงการ 2 ปี เพื่อบูรณาการความร่วมมือภาครัฐและเอกชน ในการสนับสนุนส่งเสริมและเสริมสร้างความเข้มแข็ง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ชุมชน และสังคมสู่ความยั่งยืน นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นประโยชน์ยิ่งต่อการพัฒนาจังหวัดภูเก็ต เป็นการสร้างความต่อเนื่องในการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์นโยบายการพัฒนาประเทศ มีการนำงานวิจัยและพัฒนาลงพื้นที่ ซึ่งกระทรวง อว. มีนโยบายมุ่งตอบโจทย์ยกระดับภูมิภาค ผ่านก
“มะลิ” เป็นต้นไม้ที่ดอกมีเสน่ห์จากสีขาวบริสุทธิ์ อีกทั้งยังมีกลิ่นหอม และจากสี กลิ่น ที่มีความเหมาะสมดังนั้นชาวพุทธจึงใช้ดอกมะลิเพื่อบูชาพระ การปลูกมะลิไม่ใช่เรื่องยาก และเป็นไม้ดอกที่สามารถปลูกได้ทุกแห่งไม่จำกัดขนาดพื้นที่และทำเล เหตุนี้จึงทำให้มีผู้ปลูกมะลิแบบจำพวกสมัครเล่นด้วยการปลูกในกระถางขนาดไม่ใหญ่ไว้ในบริเวณบ้าน ที่อยู่อาศัย เพื่อเชยชม และคลายเหงา หรืออีกจำพวกที่ปลูกเพื่อหารายได้ทำเป็นอาชีพ ซึ่งการปลูกมะลิเป็นอาชีพนั้น มีพื้นที่ปลูกหลายแห่ง ทั้งรายย่อยและรายใหญ่ แต่เนื่องจากการทำอาชีพนี้เงื่อนไขอย่างหนึ่งของการกำหนดราคาตัวสินค้าคือดอกมะลิจะต้องมีความสดและสมบูรณ์ ดังนั้นปัจจัยหนึ่งที่ต้องพิจารณาเป็นสำคัญคือการขนส่ง ฉะนั้น พื้นที่ปลูกมะลิที่สำคัญจึงมักอยู่ใกล้เมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯซึ่งมีตลาดรองรับมาก การขนส่งไม่ไกลและลดความเสี่ยงในเรื่องความเสียหาย แต่ก็มิใช่เหตุผลเช่นนั้นเสมอไปเพราะมะลิเป็นดอกไม้มงคลที่ต้องใช้กันทั่วประเทศจึงมีหลายจังหวัดทั่วประเทศสามารถปลูกได้ และหลายแห่งสามารถบริหารจัดการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนจังหวัดที่มีการปลูกมะลิกันเป็นหลักได้แก่ จังหวัดนครปฐม นครส
อะโกลนีมา เป็นไม้ประดับที่มีความโดดเด่น สวยงาม เป็นที่ต้องการของประเทศเพื่อนบ้าน ทั้ง อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย หัวใจสำคัญของวิธีการปลูกอะโกลนีมา คือ แสง พืชชนิดนี้ต้องการแสงเพียง 50 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น หากได้รับแสงมากเกินไปใบจะหดสั้น ต้นตั้งชูขึ้น หรืออาจเกิดอาการใบไหม้ขึ้นได้ แสงต้องส่องเข้าได้ทุกทิศทางอย่างสม่ำเสมอ ถ้าได้รับแสงเพียงด้านใดด้านหนึ่ง ต้นอะโกลนีมาก็จะเอียงเข้าหาแสงทางด้านนั้น วัสดุปลูก นับว่าสำคัญไม่แพ้กัน วัสดุปลูกทั่วไปใช้ส่วนผสมของดินร่วนสะอาด กาบมะพร้าวสับ ปุ๋ยหมักเก่า อัตรา 2 : 1 : 1 คลุกเคล้าให้เข้ากัน หรืออาจปรับได้ตามแหล่งที่หาวัสดุปลูกได้ เช่น ใช้แกลบดิบ หรือขี้เถ้าแกลบเป็นส่วนผสมได้บางส่วน การให้ปุ๋ยบำรุงบ้าง ด้วยสูตร 15-15-15 ใส่เพียงเล็กน้อย 2-3 เดือนครั้งก็พอ โรคที่พบเสมอ คือโรคโคนเน่า วิธีป้องกันกำจัด ใช้วัสดุปลูกที่โปร่ง อย่าให้น้ำขัง หากระบาดรุนแรงให้ใช้สารเทอราคลอร์ผสมน้ำตามอัตรา แนะนำราดที่โคนต้นให้ทั่ว การใช้สารเคมีขอให้ใช้อย่างระมัดระวังตามคำแนะนำข้างฉลากอย่างเคร่งครัด เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อวันพุธที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2560 สำหรับแฟ
