พืชทำเงิน
ทุ่งกุลาร้องไห้ มีดินแดนกว้างใหญ่ไพศาล 2.1 ล้านไร่ ใน 5 จังหวัด คือ จังหวัดยโสธร ศรีสะเกษ สุรินทร์ มหาสารคาม และจังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด ทุ่งกุลราร้องไห้อยู่ในพื้นที่ อำเภอปทุมรัตต์ เกษตรวิสัย สุวรรณภูมิ และอำเภอโพนทราย รวมพื้นที่ 9.7 แสนไร่ คุณอุทัย และ คุณสมคิด สาวแก้ว สามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 118 ม.7 บ้านทุ่งทรายทอง ต.ทุ่งหลวง อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 45130 ประสบความสำเร็จในโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ ทีมงานจากสำนักงานเกษตรอำเภอสุวรรณภูมิ เดินทางผ่านทุ่งนาที่เวิ้งว้าง กว้างใหญ่ไพศาล น้ำมันรถยนต์เต็มถัง เครื่องยนต์ดี ยางดี หมู่บ้านอยู่ห่างไกลกันมาก เป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ มี คุณหลวงเกตุ บุญอรัญ เป็น ผญบ. เจ้าของบ้านให้การต้อนรับดีมากๆ พร้อมบอกว่าตนเองทำนาปีละครั้ง นาข้าว 100 ไร่ เป็นพื้นที่ ส.ป.ก. 4-01 นาอาศัยน้ำฝนเพียงอย่างเดียว ฤดูแล้งดินเค็มส่าเกลือระเหิดจากใต้พื้นพสุธา ต้นไม้ที่ขึ้นได้ดีคือ ต้นยูคาลิปตัส ตนเองเป็นสายเลือดของ “ทุ่งกุลาร้องไห้” น้อมนำโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ สู่พื้นที่นาข้าวหลังบ้านพัก 3 ไร่ โดยการส่งเสริมของ คุณวัชรินทร์ เขจรวงศ์ เกษตรอำเภอสุวรรณภูมิ กรมส่งเสริมการเกษต
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) และพันธมิตร พัฒนาพันธุ์ข้าวเหนียว “หอมนาคา” ขยายผลสู่เกษตรกร ในพื้นที่อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี เพื่อเพิ่มผลผลิตข้าว ลดต้นทุนการผลิต ตลอดจนเสริมสร้างศักยภาพการผลิตข้าวคุณภาพตรงตามพันธุ์ ดร.วรรณพ วิเศษสงวน ผู้อำนวยการไบโอเทค สวทช. กล่าวว่า ไบโอเทค สวทช. โดย ทีมวิจัยนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีชีวภาพพืชและการเกษตรแบบแม่นยำ ได้มีการทำงานร่วมกับ ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา โดยมุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคเกษตรกรรมของประเทศ โดยเน้นด้านการพัฒนาพันธุ์พืชและการบริหารจัดการการผลิตที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยปัจจุบันไบโอเทค สวทช. เป็นเลิศทางด้านนวัตกรรมการปรับปรุงพันธุ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะการปรับปรุงพันธุ์แนวอณูวิธี (molecular breeding) กับพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าว ซึ่งเน้นพ
“ชา” เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดเชียงราย เป็นแหล่งผลิตใบชาคุณภาพดี เป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศ โดยส่งออกในลักษณะชาเขียว ชาดำ และชาสำเร็จรูป ส่งขายในตลาดอาเซียน จีน เกาหลี ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และชิลี แต่ละปีสร้างรายได้ก้อนโตเข้าสู่ประเทศ จังหวัดเชียงราย มีลักษณะภูมิประเทศที่เอื้อต่อการปลูกชา ที่ระดับความสูงตั้งแต่ 350-2,000 เมตร จากระดับน้ำทะเล ชาเชียงราย เป็นใบชาสดที่มีคุณภาพดี เพราะเกษตรกรผู้ปลูกชาจะเก็บชา 1 ยอด และ 2 ใบชา ยอดกับก้านจะให้รสฝาด ใบแรกรองจากยอดจะให้รสขม ใบที่สองจะให้ความหอม จะได้ความฝาด-ขม-หอม รวมเป็นหนึ่ง รสชาติหอมละมุน กลมกล่อม ยอดชาที่เก็บเกี่ยวถูกส่งเข้าโรงงานทันทีเพื่อควบคุมคุณภาพให้ได้ตามมาตรฐานที่จัดทำขึ้นโดยสถาบันชาและกาแฟ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) สมาคมชา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดเชียงราย กรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) ชาเชียงราย เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2558 โดยสินค้าชาเชียงรายที่ได้มาตรฐาน จีไอ คือผลิตภัณฑ์ชาเขียว (ชาที่ไม่ผ่านกระบวนการหมัก) และชาอู่หลง (ชาที่หมักเพียงบางส่วน) ที่ได้จากพันธุ์ชาอัสสัม และพันธ
ส้มโอพันธุ์ขาวทองดี หรือชาวสวนเรียกกันสั้นๆ ว่า “ส้มโอทองดี” แต่ก่อนมีผู้เรียกส้มโอพันธุ์นี้ว่าส้มสีปูน เนื่องจากลักษณะสีของเปลือกในและเนื้อที่มีสีแดงคล้ายสีปูน ส้มโอทองดี เป็นส้มโอพันธุ์ที่สามารถรักษารสชาติไว้ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะปลูกที่ไหน ในสภาพพื้นที่อย่างไร คุณภาพของรสชาติไม่เปลี่ยน จึงเป็นที่นิยมทั้งภายในและต่างประเทศ ใบจะมีลักษณะค่อนข้างมนหรือกลม สีเขียวเข้ม บริเวณริมใบเป็นจักเล็กๆ และมีจักใหญ่ 1 จัก ตรงส่วนปลายใบ เส้นใบจะหยาบและหนา ผิวผลเรียบสีเขียว มีลักษณะผลที่เป็นเอกลักษณ์ชัดเจน คือทรงผลกลมแป้น ไม่มีจุก มีจีบเล็กน้อยที่ขั้วผล ขนาดผลปานกลาง ผลมีน้ำหนักประมาณ 950-1,200 กรัม เปลือกผลมีขนอ่อนนุ่มเล็กน้อย เปลือกบางเพียง 1-2 เซนติเมตรเท่านั้น เนื้อหรือกุ้งมีสีชมพูอ่อน เนื้อนิ่มฉ่ำน้ำ รสชาติหวาน มีความหวานสูง ไม่มีรสขม กลิ่นหอม รับประทานอร่อย ชาวจีนนิยมซื้อเพราะสีเนื้อคล้ายสีทับทิมไหว้เจ้า เป็นมงคลนั่นเอง ซึ่งตลาดส้มโอทองดีส่งออกตอนนี้ส่งออกไปที่จีนและฮ่องกงเป็นจำนวนมาก ซึ่งจากข้อมูลพบว่าส้มโอพันธุ์ทองดีมีตัวเลขส่งออกมากที่สุด คุณพงษ์พัน เมืองทอง เจ้าของสวน “เมืองทอง” อยู่บ้านเลข
มะพร้าว เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญชนิดหนึ่งของไทย ส่วนใหญ่นิยมบริโภคน้ำมะพร้าวเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เนื้อมะพร้าวแปรรูปเป็นอาหารคาวหวาน มะพร้าวทั้งต้นสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลายรูปแบบในชีวิตประจำวัน ก้านใบหรือทางมะพร้าว ใช้ทำไม้กวาด ใบมะพร้าวนําไปจักสานเป็นหมวก ฯลฯ นอกจากนี้ สามารถนำส่วนต่างๆ ของต้นมะพร้าวไปใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมน้ำมันมะพร้าว ผลิตน้ำกะทิเข้มข้น น้ำตาลมะพร้าว ที่นอนใยมะพร้าว การเผาถ่าน ฯลฯ สำนักงานสถิติแห่งชาติได้เคยสำรวจพบว่า ประชากรไทย 1 คน จะบริโภคเนื้อมะพร้าวประมาณปีละ 8,273.2 กรัม หรือประมาณ 18 ผล ต่อคน ต่อปี ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีพลเมืองประมาณ 55 ล้านคน จะใช้ผลมะพร้าวประมาณ 990 ล้านผล หรือประมาณ 65% ของผลผลิตทั้งหมด ส่วนที่เหลือประมาณ 35% ของผลผลิตทั้งหมด หรือ 489 ล้านผล ใช้ในรูปของอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น เครื่องดื่ม อาหาร ฯลฯ สำหรับใช้ในประเทศและส่งออก วิธีการปลูกมะพร้าวให้ได้ผลดี ศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพร กรมวิชาการเกษตร แนะวิธีการปลูกมะพร้าวให้ได้ผลดีต้องประกอบด้วย การเลือกพื้นที่ปลูกดี ใช้พันธุ์ดี ปลูกถูกวิธี ดูแลรักษาต้นมะพร้าวให้สมบูรณ์
เกือบจะสิ้นปีแล้ว วิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมาในบ้านเราทำให้เศรษฐกิจการค้าหายหลายชนิดค่อนข้างชะลอตัว เพราะผู้ที่ต้องเผชิญกับวิกฤตครั้งนี้ต้องประหยัดเงินในหลายเรื่อง ภาคเกษตรเองมีการซื้อขายที่ชะลอตัวด้วยเช่นกัน เมื่อสินค้าหรือผลผลิตบางอย่างไม่สามารถส่งออกได้ จึงทำให้ผลผลิตการซื้อขายชะลอตัว เพราะผู้บริโภคมีการซื้อแต่พอใช้สอย โดยมองถึงเรื่องความประหยัดเป็นหลัก ช่วงที่ผ่านมา แม้ว่าวิกฤตโควิด-19 จะอยู่ในช่วงชะลอตัวแล้ว แต่ผลกระทบในแต่ละด้านของภาคการเกษตรยังคงฟื้นตัวได้มาก แม้จะยังไม่ดีเท่าที่ควร ยอดซื้อไม้ดอกไม้ประดับพุ่ง โควิด-19 ทำคนสั่งออนไลน์เพิ่ม แต่ในแวดวงของไม้ดอกไม้ประดับที่ผ่านมา พันธุ์ไม้บางชนิดกลับมียอดการซื้อขายที่ดีกว่าปกติ เพราะช่วงที่หลายๆ คนต้องอยู่บ้านเพื่อหยุดเชื้อนั้น ทำให้มีเวลาดูแลบ้านของตนเองมากขึ้น จึงทำให้เกิดการซื้อต้นไม้ออนไลน์ส่งตรงถึงหน้าบ้านด้วยระบบขนส่งในปัจจุบันที่ตอบรับกับการซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น คุณสมพงษ์ ชื่นบาน ประธานกลุ่มไม้ดอกไม้ประดับและทำไม้ขุดล้อม อยู่หมู่ที่ 10 ตำบลโนนห้อม อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี บอกว่า ช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา แม้เศรษฐกิ
การปลูกอ้อยโดยทั่วไปของเกษตรกรพืชไร่ ยังคงดำเนินไปตามกระบวนการและขั้นตอนการปลูก เก็บเกี่ยว และซื้อขาย หากไม่ทำการเกษตรให้ต่าง ก็ยังคงดำรงอาชีพเกษตรกรรมอยู่ได้ แต่เมื่อเกิดความคิดทำเกษตรที่แตกต่าง โอกาสที่จะพบเทคนิค กลยุทธ์ และต่อยอดการเกษตรที่ดำรงอยู่ให้ได้รับการพัฒนาก็จะดีขึ้นอย่างแน่นอน คุณวงศกร ชนะภัย เช่น คุณวงศกร ชนะภัย เกษตรกรหนุ่มไฟแรง ชาวหนองม่วง จังหวัดลพบุรี ที่บ่มเพาะการเป็นเกษตรกรมาตั้งแต่เล็ก ด้วยพื้นเพเดิมของครอบครัวทำไร่อ้อย เมื่อว่างเว้นจากการเรียน คุณวงศกร ก็โดดเข้าไร่ เรียนรู้ทุกขั้นตอนและกระบวนการมาด้วยตนเอง หลังจบการศึกษาจึงเปิดกิจการเล็กๆ และทำไร่อ้อยกับครอบครัวพ่วงกันไปด้วย การทำไร่อ้อย ของครอบครัวชนะภัย ยังคงดำเนินมาลักษณะเดียวกับเกษตรกรชาวไร่อ้อยทั่วไป กระทั่ง 5 ปีก่อน คุณวงศกร มีแนวคิดการทำไร่อ้อยอินทรีย์ เขาเริ่มศึกษาแนวทาง และเริ่มทดลองในไร่อ้อยเดิมที่มีอยู่ 60 ไร่ “ผมชอบเกษตรอินทรีย์มานานแล้ว เมื่อตัวเองทำไร่อ้อยก็อยากทำไร่อ้อยอินทรีย์บ้าง ตอนที่เริ่มทำ ก็ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมจากการอ่านหนังสือ ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต เริ่มสะสมมาเรื่อยๆ จะคิดจะทำจริงจัง ครอบค
การเพาะเมล็ดอินทผลัมกินผล นอกจากได้ต้นที่ไม่ทราบเพศชัดเจนแล้ว ยังพบว่า หลังปลูกมีการกลายพันธุ์ เช่น การเพาะเมล็ดพันธุ์บาฮี ลูกที่ออกมาจะไม่เหมือนบาฮี พบลักษณะที่ด้อยกว่า โอกาสที่จะพบต้นเหมือนหรือเด่นกว่าแทบไม่มี การปลูกอินทผลัมกินผลเป็นการค้า โดยใช้ต้นจากเพาะเมล็ดในช่วงหลังจึงไม่มี แต่ที่นำข้อมูลมาเผยแพร่ เพื่อเป็นแนวทางในการศึกษา อินทผลัม พืชตระกูลปาล์ม ถือได้ว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่กำลังมาแรง โดยเฉพาะอินทผลัมกินผลสด เกษตรกรให้ความสนใจเพาะปลูกกันมากขึ้นเนื่องจากเป็นพืชที่ปลูกง่าย เก็บผลผลิตได้ในระยะเวลานาน ให้ผลตอบแทนสูง และสามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศร้อนและแห้งแล้ง ต้นอินทผลัม มีลำต้นมีความสูงประมาณ 30 เมตร ขนาดของลำต้น 30-50 เซนติเมตร ลักษณะของใบเป็นแบบขนนกยาวแหลมติดอยู่บนต้นประมาณ 40-60 ก้าน แต่ละใบมีทางยาวประมาณ 3-4 เมตร ใบย่อยจะพุ่งออกแบบหลากหลายทิศทาง และดอกจะออกเป็นช่อ ออกดอกบริเวณโคนกาบใบ และขยายพันธุ์ด้วยวิธีการใช้เมล็ดและการแยกหน่อจากต้นใหญ่ตัวเมีย ผลของอินทผลัม จะมีลักษณะเป็นผลทรงกลมรี ออกเป็นช่อ มีความยาวประมาณ 2-4 เซนติเมตร มีรสหวานฉ่ำ สามารถรับประทานได้ทั้งผลดิบและผลส
ช่วงไม่กี่ปีมานี้ เกษตรกรหน้าใหม่-หน้าเก่า จำนวนไม่น้อยในบ้านเราหันมาปลูกเมล่อนกัน สาเหตุส่วนหนึ่งเพราะได้ราคาดี เฉลี่ยแล้วขายกิโลกรัมละ 100 บาท บางแห่งที่ปลูกแบบอินทรีย์สามารถทำราคาได้มากกว่านั้นอีก คุณจันทร์จีรา บุญศิริ อายุ 43 ปี ก็เป็นอดีตมนุษย์เงินเดือนอีกคนที่หันมาทำอาชีพเกษตรกรรม และเลือกปลูกเมล่อนที่บ้านเกิด ในตำบลตองโขบ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร เนื้อที่ 30 ไร่ โดยปลูกในโรงเรือน ชื่อสวนเมตตา หรือฟาร์มสดใส 2 ซึ่งได้รับเครื่องหมายมาตรฐานเกษตรปลอดภัย (GAP) ด้วย คุณจันทร์จีรา บุญศิริ เล่าว่า หลังเรียนจบปริญญาตรี สาขาโทรคมนาคม คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ก็ทำงานเป็นวิศวกร ทำงานด้านโทรคมนาคมมานาน 20 กว่าปี ผ่านงานวางแผนงานโครงข่ายและดูแลปรับปรุงสัญญาณ 3G 4G ให้คงคุณภาพเสียง สัญญาณ และความเร็ว ให้แก่ 2 บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคม จากเงินเดือนหลักหมื่นจนมาเป็นหลักแสน สุดท้าย ตัดสินใจมาเป็นเกษตรกรเต็มตัว เมื่อปี2562 โดยทำเป็นสวนเมล่อน พร้อมเสริมด้วยการเลี้ยงปลาดุก ปลานิล วัว แพะ เพื่อจะได้มีเวลาอยู่กับคุณแม่ที่อายุมากถึง 78 ปีแล้ว เน้น 3 สายพ
แนวคิด ที่จะยืดเวลาการผลิตขนุนให้ยาวนานขึ้น ด้วยวิธีบังคับให้ออกนอกฤดูนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องระวังเป็นอย่างยิ่งในการใช้สารแพคโคลบิวทราโซลกับขนุนนั้น เคยเกิดความเสียหายมาแล้ว ขอเล่าย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน ผมมีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมเกษตรกรชาวสวนมะม่วง ที่อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ได้พบเห็นสิ่งที่แปลกน่าฉงน มีเกษตรกรท่านหนึ่ง ใช้สารแพคโคลบิวทราโซล ราดให้กับต้นมะม่วงเพื่อบังคับให้ออกนอกฤดู แต่ในสวนดังกล่าวเกษตรกรปลูกแซมด้วยต้นขนุน ซึ่งมีผลกระทบเมื่อขนุนแตกใบอ่อนออกมาใหม่ ใบเกิดมีรูปร่างและขนาดใกล้เคียงกับมือของมนุษย์ที่แบคว่ำลง ที่ใต้ใบมีผลขนุนขนาดเล็กเท่าหัวแม่มือติดอยู่ตามแฉกของใบเต็มไปหมด ในที่สุดเกษตรกรต้องตัดต้นขนุนทิ้งไปหลายต้น แพคโคลบิวทราโซล เป็นสารที่มีความสามารถในการยับยั้ง การผลิตฮอร์โมนจิบเบอร์เรลลิน ที่ทำหน้าที่ยืดความยาวของต้นไม้ ทำให้ต้นไม้ชะงักการเจริญเติบโตทางลำต้น รวมทั้งกิ่งและใบ แต่กลับไปกระตุ้นให้ต้นไม้ออกดอกได้ในชั่วระยะหนึ่งกับต้นไม้บางชนิด ที่เห็นได้ชัดเจนคือ ต้นมะม่วง ปัจจุบัน มีการนำมาใช้กับมะนาวกันบ้างแล้ว แต่สำหรับขนุนเป็นสารต้องห้ามอย่างยิ่งยวด เกษตรกรบางท่า
