พืชทำเงิน
มะพร้าว เป็นพืชที่มีประโยชน์ทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นราก ลำต้น กะลา ใบ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะนำมาใช้ประโยชน์อะไร แต่ส่วนที่สำคัญของมะพร้าว ที่ใช้ประโยชน์และขายดีนั้นก็คือ เนื้อ กับน้ำมะพร้าว ซึ่งวันนี้เราจะเล่าถึงมะพร้าวน้ำหอม มะพร้าวที่นิยมปลูกเพื่อขายผลอ่อน คุณอนันต์ กอเจริญ อยู่ที่ 94 หมู่ที่ 3 ตำบลประสาทสิทธิ์ อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี เจ้าของสวนมะพร้าวน้ำหอม พื้นที่กว่า 20 ไร่ เดิมทำสวนละมุด แล้วทยอยแบ่งแปลงหันมาทำสวนมะพร้าว เพื่อที่จะได้มีผลผลิตผลัดกันในช่วงที่ละมุดยังไม่ออกผล สาเหตุที่เลือกทำสวนมะพร้าวน้ำหอม ก็เพราะว่ามะพร้าวน้ำหอมเป็นพืชที่ปลูกง่าย และมีพันธุ์ดั้งเดิมของจังหวัดอยู่ คือมะพร้าวน้ำหอมดำเนิน บวกกับชาวบ้านบริเวณนั้นได้หันมาทำสวนมะพร้าวกันเยอะ เพราะทางการเกษตรเข้ามาสนับสนุนให้ชาวบ้านมีการปลูกมะพร้าว และการทำสวนตามมาตราฐาน GAP เป็นแนวทางในการทำการเกษตร เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดีตรงตามมาตรฐานที่กำหนด ได้ผลผลิตสูงคุ้มค่าการลงทุนและกระบวนการผลิตจะต้องปลอดภัยต่อเกษตรกรและผู้บริโภค วิธีการดูแลสวนมะพร้าว มีการดูแลรักษา ใส่ปุ๋ยรดน้ำ ยิ่งในช่วงหน้าร้อนก็จะรดน้ำบ่อยหน่อย เพื
ข้าวอินทรีย์เป็นการผลิตข้าวที่หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี ตลอดจนสารสังเคราะห์ต่างๆ ทุกชนิด อีกทั้งยังต้องปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ และเทคนิคอื่นๆ ตามมาตรฐานอินทรีย์อีกมากมาย จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมแหล่งปลูกข้าวอินทรีย์ที่ได้มาตรฐานในประเทศจึงมีน้อย ขณะเดียวกัน ก็มีเกษตรกรรายใหม่สมัครใจเข้ามาปลูกข้าวอินทรีย์กันเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีแรงจูงใจจากราคาขายและความต้องการของตลาดที่ยังเปิดกว้าง คุณประมวล ขันธ์เพชร ประธานกลุ่ม “วิสาหกิจชุมชนร่วมใจโนนค้อทุ่ง” ตั้งอยู่เลขที่ 157 หมู่ที่ 5 ตำบลโพนเมืองน้อย อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ บอกว่า ในอดีตชาวบ้านในพื้นที่ประสบปัญหาการปลูกข้าวมายาวนานจนมีรายได้ลดลงหรือบางรายมีหนี้สินจึงตัดสินเปลี่ยนมาปลูกข้าวอินทรีย์ตามมาตรฐานภายใต้ความอดทนต่อระเบียบ เงื่อนไขทั้งในเรื่องขั้นตอนการปลูก รวมถึงความซื่อสัตย์ เพราะเล็งเห็นว่ากำลังได้รับความนิยมจากผู้บริโภคซึ่งมีตลาดรับซื้อแน่นอนในราคาที่ดี ประธานกลุ่มกล่าวยอมรับว่าการปลูกข้าวอินทรีย์ในยุคแรกของการปรับเปลี่ยนในสังคมคนทำนาด้วยกันยังไม่มีใครยอมรับ หรือแม้แต่ในจังหวัดอำนาจเจริญยังไม่ใช่กลุ่มใหญ่ที่เข้มแข็ง ด้วยเ
วันก่อนได้ไปชิมน้ำอ้อยสดอินทรีย์ ที่ตลาดสุขใจ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ซึ่งเจ้าของไร่อ้อยคือ คุณยุทธพงษ์ กอบกาญจนา วัย 51 ปี มาคั้นเองขายเอง จุดเด่นนอกจากจะเป็นน้ำอ้อยอินทรีย์แล้ว ยังให้ลูกค้าได้เลือกด้วยว่าจะใส่น้ำมะกรูด น้ำมะนาว หรือเป็นน้ำอ้อยล้วนๆ ลูกค้าหลายรายเลือกใส่มะกรูด พอดื่มแล้วต่างติดใจ เพราะมีรสเปรี้ยวผสมไปด้วย อีกทั้งมีกลิ่นหอมของมะกรูด ดื่มแล้วชื่นใจดี ปลูกแบบเคมี ค่าใช้จ่ายสูง ว่าไปแล้ว เจ้าของไร่อ้อยอินทรีย์รายนี้มีความน่าสนใจหลายอย่าง โดยเฉพาะการนำน้ำอ้อยมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า โดยทำน้ำอ้อยคั้นน้ำเป็นหลัก และยังทำน้ำตาลทั้งแบบน้ำตาลปี๊บ และแบบน้ำตาลทราย รวมทั้งไซรัปด้วย ซึ่งคงมีชาวสวนน้อยรายที่สามารถทำแบบนี้ได้ คุณยุทธพงษ์ กอบกาญจนา ผู้เป็นเจ้าของไร่จอมยุทธ์ ในวัยหนุ่มหลังจบปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สาขาวิชาพืชไร่นา เขาเคยทำงานกับ บริษัท คาร์กิลล์เมล็ดพันธุ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทของ นักธุรกิจชาวอเมริกัน ทำหน้าที่ส่งเสริมการขายเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดลูกผสม ที่จังหวัดสระแก้ว และที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ทำอยู่ 3 ปีกว่า จากนั้นมาช่วยกิจการโต๊ะจีนของครอบค
คุณสมชาย เหลี่ยมศร ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนไม้ผลวังซับเปิบ เลขที่ 32 หมู่ที่ 9 ตำบลซับเปิบ อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ โทร. (087) 660-1152 เกษตรกรที่ปลูกมะขามหวานมานานกว่า 25 ปี อธิบายว่า พันธุ์มะขามหวาน หากแบ่งตามอายุการเก็บเกี่ยวนั้น เบื้องต้นพอจะแบ่งได้ 3 แบบคือ มะขามหวาน พันธุ์เบา คือ เป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตก่อนพันธุ์อื่นๆ มีช่วงการเก็บเกี่ยวในเดือนธันวาคม-มกราคม ได้แก่ พันธุ์น้ำผึ้ง พันธุ์สีชมพู พันธุ์ประกายทอง (ตาแป๊ะ) พันธุ์กลาง เป็นพันธุ์ที่แก่ และให้ผลผลิตช้ากว่าพันธุ์เบา ประมาณ 7-15 วัน ได้แก่ พันธุ์อินทผลัม พันธุ์ขันตี และ พันธุ์หนัก เป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตช้ากว่าพันธุ์อื่นๆ เพราะมีระยะเจริญของผลนาน โดยจะเก็บผลได้ประมาณปลายเดือนมกราคม ได้แก่ พันธุ์สีทอง (นายหยัด) พันธุ์หมื่นจง พันธุ์เพชรเกษตร เป็นต้น ลักษณะของฝักมะขามหวาน คุณสมชาย อธิบายว่า แบ่งคร่าวๆ ได้ 3 แบบ ฝักดิ่งหรือฝักตรง ฝักประเภทนี้มีรูปร่างเหยียดตรง ฝักไม่โค้งงอ เช่น พันธุ์ขันตี ฝักดาบ ฝักประเภทนี้มีรูปร่างคล้ายฝักดิ่ง แต่ฝักจะเอนโค้งเล็กน้อยคล้ายรูปดาบ ฝักอาจกลมหรือแบน เช่น พันธุ์อินทผลัม และ ฝักฆ้องหรือโค้ง ฝักปร
“เก๊กฮวย” หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อเบญจมาศสวน หรือเบญจมาศหนูนั้น เป็นชื่อของไม้พุ่มขนาดเล็กที่มีถิ่นกำเนิดจากประเทศจีนและญี่ปุ่น แต่ภายหลังได้แพร่กระจายไปทั่วในประเทศกัมพูชา ลาว รวมถึงบ้านเราด้วย โดยจะเพาะปลูกได้ดีในพื้นที่สูงของประเทศ ซึ่งคุณสมบัติเด่นของเก๊กฮวยคือ กลิ่นที่ฉุน รสชาติที่หวานปนขมเล็กน้อย ทั้งยังมีสรรพคุณเป็นยาอีกด้วย ซึ่งพันธุ์ที่นิยมปลูกกันคือ เก๊กฮวยดอกขาว และเก๊กฮวยดอกเหลือง “แปลงเก๊กฮวยอินทรีย์” ที่ตำบลหนองหาร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ อีกหนึ่งโครงการเกษตรอินทรีย์และแลนด์มาร์คสำคัญของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ แต่ก่อนจะเล่าถึงการทำแปลงเก๊กฮวยอินทรีย์ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ คงต้องเกริ่นก่อนว่าการทำเกษตรอินทรีย์ คือ การทำเกษตรด้วยหลักธรรมชาติ บนพื้นที่ที่ไม่มีการปนเปื้อนของสารเคมี ทั้งทางดิน น้ำ และทางอากาศ หรือการทำเกษตรโดยปราศจากการใช้สารเคมีทุกประเภท เพื่อสร้างและฟื้นฟูระบบนิเวศให้กลับคืนสู่สมดุลทางธรรมชาตินั่นเอง จากโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมฯ สู่แปลงเก๊กฮวยอินทรีย์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ผศ. พาวิน มะโนชัย รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เล่าถึงโครงการแปลงเก๊กฮวยอินทรีย์ว่า
ฟิลิปปินส์ ที่ไม่ไกลจากเรา เหมือนจะเป็นประเทศชายหาดท้องฟ้าแสนสวย ดนตรีบรรเลงยั่วเย้าให้ครึกครื้นตลอดเวลา แต่ที่จริงฟิลิปปินส์จมอยู่กับความขัดแย้งและสงครามยาวนาน มีกองกำลังติดอาวุธของชนกลุ่มน้อยกระจายอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ บางพื้นที่กลุ่มแบ่งแยกดินแดนเคลื่อนไหวเปิดเผยและยึดครองพื้นที่โดยที่รัฐบาลไม่อาจต้านทานได้ ข่าวการสู้รบ การจับตัวประกันเรียกค่าไถ่เป็นเรื่องปกติ บางพื้นที่จะเป็นพื้นที่ปิดสำหรับคนต่างชาติ เพราะเสี่ยงเกินไป Kauswagan เมืองทางตอนเหนือของเกาะมินดาเนาก็เช่นกัน เมืองที่มีประชากรไม่ถึงสามหมื่นคน พื้นที่ 63 ตารางกิโลเมตร เท่ากับเขตมีนบุรีของกรุงเทพฯ จมอยู่ในสงครามกลางเมืองยาวนานหลายทศวรรษ และร้อนแรงถึงขีดสุดเมื่อราวคริสต์ทศวรรษ 1970 หรือเมื่อ 30 ปีก่อน ความขัดแย้งปะทุระหว่างชาวคริสเตียน มุสลิม และกองกำลังของรัฐ กองกำลังโมโรที่เราเคยได้ยินชื่อเสียงบ่อยก็มีฐานกำลังที่นี่ยาวนานและมีประวัติในการต่อสู้อย่างแข็งกร้าวกับรัฐ การปฏิบัติอย่างเหี้ยมโหดต่อตัวประกัน Kauswagan ก็เหมือนอีกมากมายหลายเมืองของฟิลิปปินส์ คือเป็นแหล่งผลิตมะพร้าว ข้าว และปลา แต่ล้วนดำเนินไปแบบดั้งเดิม ราคาสินค
โดรน (Drone) หรืออากาศยานไร้คนขับ เป็นหุ่นยนต์ชนิดหนึ่งที่สามารถบินได้ ได้มีผู้นำโดรนไปใช้ในกิจกรรมหลายอย่าง เช่น ในวงการข่าว ภาพยนตร์ และโทรทัศน์ ที่ต้องการถ่ายภาพในมุมสูง ใช้ในกิจกรรมสำรวจป่าและทรัพยากรป่าไม้ สำรวจต้นน้ำลำธาร ซึ่งเป็นความยากลำบากในการที่จะเดินเข้าไปในป่าลึก โดรนจะช่วยในการสำรวจและบันทึกภาพได้เป็นอย่างดี โดรน (Drone) เพื่อเกษตรอินทรีย์ ปัญหาสารเคมีตกค้างในผลผลิตการเกษตร และในสิ่งแวดล้อม นอกจากจะทำให้ผู้บริโภคเกิดความไม่ปลอดภัยในการบริโภคแล้ว ยังรวมไปถึงความไม่ปลอดภัยในตัวเกษตรกรผู้ใช้สารเคมีอีกด้วย โดยเฉพาะการผสมสารเคมีอย่างไม่ถูกต้อง การพ่นสารเคมีโดยไม่ป้องกันความปลอดภัยในการพ่นสาร ทำให้เกษตรกรได้รับสารเข้าไปทั้งทางระบบหายใจและทางผิวหนัง เป็นเหตุให้สารซึมซับเข้าสู่กระแสเลือด เมื่อนานวันเข้าสารจะสะสมในร่างกายซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งในการทำให้เกิดโรคร้าย เช่น มะเร็ง เป็นต้น จากรายงานของสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร ระหว่าง ปี 2553-2558 ประเทศไทยนำสารเคมีเข้ามาใช้ในการทำการเกษตรอย่างต่อเนื่อง ในปี 2558 นำเข้าถึง 119,971 ตัน คิดเป็นมูลค่า 19,326 ล้านบาท และใน
ปัญหาหนึ่งของเกษตรกรบ้านเรา โดยเฉพาะในภาคอีสานคือ ผืนดินบางแห่งแห้งแล้ง ปลูกอะไรก็ไม่ได้ผล เพราะขาดน้ำ แต่สำหรับ คุณวัชรพล สรแสง อายุ 25 ปี เกษตรกรปลูกมะขามป้อมยักษ์ เจ้าของ “สวนหนุ่มวัชรพล” บ้านโคกหินช้าง ตำบลสาหร่าย อำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา เขาพลิกวิกฤติเป็นโอกาส โดยนำพื้นที่ทั้งหมด 12 ไร่ ปลูกมะขามป้อมยักษ์ เพราะสังเกตเห็นตั้งแต่เด็กๆ ว่า มีต้นมะขามป้อมป่าขึ้นเต็มไปหมด ในขณะที่ปลูกมันสำปะหลังไม่ได้ผล และขาดทุน ซื้อกิ่งพันธุ์ รวม 4 แสนกว่าบาท จนวันหนึ่งหนุ่มรายนี้ไปที่จังหวัดราชบุรี เห็นไร่มะขามป้อมลูกใหญ่ จึงหันกลับมาคิดถึงพื้นที่ของตัวเองเห็นว่ามะขามป้อม เป็นพืชประจำถิ่นเป็นสมุนไพร และมีสรรพคุณทางยามากมาย (อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด) ซึ่งชาวอินเดียรู้จักกันดีว่าเป็นยาอายุวัฒนะ โดยเรียกผลไม้ชนิดนี้ว่า Amalaka แปลว่า “พยาบาล” บ่งบอกถึงสรรพคุณมากมายของมะขามป้อม เขาเลยซื้อต้นพันธุ์มา ในราคากิ่งละ 1,500 บาท จำนวน 300 ต้น มาปลูก การลงทุนซื้อกิ่งมะขามป้อมยักษ์เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ในวงเงินกว่า 400,000 บาท (4 แสนบาท) ทำให้ครอบครัวของเขาถูกเพื่อนบ้านมองว่าเพี้ยน มองว่าบ้า เพราะไม่
การเพาะถั่วงอกปลอดสารพิษ ศูนย์วิจัยพืชไร่ชัยนาท สถาบันวิจัยพืชไร่ กรมวิชาการเกษตร การเพาะถั่วงอกคอนโดฯ ปลอดสารพิษในถังพลาสติกสีดำ อุปกรณ์ เมล็ดถั่วเขียวคุณภาพดี 2. ถังพลาสติกสีดำ เส้นผ่าศูนย์กลาง 12 นิ้ว เจาะรูระบายน้ำที่ก้นภาชนะ 1 รู (ขนาด 5 นิ้ว) ตะแกรงลวดวงกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 10 นิ้ว ขาสูงประมาณ 1.5 นิ้ว ตะแกรงพลาสติกสีดำ ตัดเป็นวงกลม ขนาดเท่าภาชนะเพาะ จำนวน 4 ชิ้น กระสอบป่านตัดเป็นวงกลม ขนาดเท่าภาชนะเพาะ จำนวน 5 ชิ้น อุปกรณ์อื่นๆ เช่น ถังแช่เมล็ด สายยาง น้ำสะอาด กะละมัง ตะแกรงล้างถั่วงอก วิธีการเพาะ ใช้เมล็ดถั่วเขียว ประมาณ 500 กรัม แช่เมล็ดในน้ำธรรมดาหรือน้ำอุ่น ประมาณ 6 ชั่วโมง 2. ล้างเมล็ดถั่วเขียวที่แช่น้ำให้สะอาด โดยล้างเอาสิ่งเจือปนและเมล็ดที่พองตัวออกทิ้ง นำเมล็ดถั่วเขียวที่ล้างสะอาดแล้ว ใส่ในภาชนะที่เตรียมเพาะ โดยโรยและเกลี่ยเมล็ดให้เสมอกันบนตะแกรงพลาสติกชั้นแรกล่างสุด (ความหนาของเมล็ดที่เพาะ ประมาณ 1 เซนติเมตร) ปิดทับด้วยกระสอบ จากนั้นชั้นที่ 2-4 ทำเหมือนกับชั้นแรก รวม 4-5 ชั้น แต่ไม่เกิน 5 ชั้น นำไปวางไว้ในที่ร่มและเย็น รดน้ำทุกวัน วันละ 3-4 ครั้ง เมื่อเพาะถึงวันที่ 3 นำ
โดย เดชา วิวัฒน์วิทยา คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ E:mail [email protected] การเลี้ยงมดแดง ฉบับย่อ แนวทางการเลี้ยงมดแดงทั่วไป มีหลักสำคัญอยู่ 6 ขั้นตอน ดังนี้ 1. การเตรียมพื้นที่ 1.1 พื้นที่ต้องเปิดโล่ง แสงแดดส่องถึงพื้นดินทั่วพื้นที่เลี้ยงมดแดง 1.2 สภาพพื้นที่ทั่วไปต้องไม่ร่มทึบเด็ดขาด รวมถึงพื้นล่างต้องไม่รกทึบด้วยเช่นกัน 1.3 ต้องทำลายศัตรูธรรมชาติของมดแดง เช่น มดชนิดอื่นๆ พร้อมทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยของมด โดยเฉพาะกิ่งไม้แห้งต่างๆ ต้องตัดออก ต้นไม้ 2.1 เป็นไม้ยืนต้น ไม่ผลัดใบ สูงไม่เกิน 5-6 เมตร 2.2 ใบไม่เล็กหรือใหญ่มากไป 2.3 เนื้อใบเรียบและอ่อน ง่ายแก่การดึงและสร้างรัง ไม่หยาบ ไม่มีขนปกคลุม หรือไม่แข็งกระด้าง 2.4 ภายในเรือนยอดโล่ง โปร่ง แสงแดดส่องทะลุถึงพื้นดิน 2.5 ระหว่างเรือนยอดต้องแยกห่างกัน 50 เซนติเมตร 2.6 ต้นไม้ที่เหมาะ เช่น มะม่วง ชมพู่ เงาะ ลำไย ลิ้นจี่ หว้า จำปี เป็นต้น การตรวจสอบครอบครัวมดแดง 3.1 นำมดแดง 5-10 ตัว จากต้นไม้หนึ่งไปปล่อยอีกต้นไม้หนึ่งที่มีมดแดงอาศัย 3.2 ถ้ามดแดงกัดกัน แสดงว่าต่างครอบครัวกัน ต้องแยกกันพร้อมทำเครื่องหมายให้ชัดเจน เรือนยอดห้ามติดกัน 3.3 ถ้าม
