พืชทำเงิน
เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่อีกคนที่มีวิสัยทัศน์ก้าวไกล และถือว่าประสบความสำเร็จในอาชีพเพียงระยะเวลาไม่กี่ปี คุณกิตตินันท์ นุ้ยเด็น บัณฑิตจากคณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ซึ่งตั้งแต่เรียนจบมาเมื่อปี 2549 ยึดอาชีพเกษตรกรรมมาโดยตลอด เริ่มเมื่อปี 2549 จนถึงปัจจุบัน มีแปลงเกษตรทั้งหมด 60 ไร่ ปลูกพืชหลายชนิด แต่ที่ทำเป็นหลักคือ มะละกอฮอลแลนด์ มะละกอแขกดำ กล้วยไข่ และกล้วยหอมทอง หนุ่มรายนี้ เป็นเกษตรกรคนรุ่นใหม่ในโครงการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเป็นเจ้าของไร่ “อ.การเกษตร.” อยู่ที่ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล ซึ่งเริ่มต้นด้วยการปรับเปลี่ยนพื้นที่จากสวนยางพาราที่มีอายุกว่า 30 ปี มาปลูกปาล์มน้ำมัน และพืชผักผลไม้แทน เพราะมองว่าทำเงินได้ดีกว่า อีกส่วนหนึ่งมาจากสาเหตุราคายางตกต่ำ มีรายได้ทุกวัน วันนี้เขามีรายได้เฉลี่ย เดือนละ 30,000-50,000 บาท โดยไม่ต้องไปเป็นมนุษย์เงินเดือน มีความสุขอยู่กับเรือกสวน ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ และใช้เวลาศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมจากอินเตอร์เน็ตและแหล่งต่างๆ พร้อมทั้งสอบถามผู้รู้ คุณกิตตินันท์ เล่าว่า ในพื้นที่ 60 ไร่ แบ่งเป็น 2 แปลง แปลงแรกอยู
“อ้อย” เป็นพืชเศรษฐกิจที่ปลูกและเก็บเกี่ยวได้ปีละครั้ง เพื่อให้การปลูกอ้อยในแต่ละรอบได้ผลผลิตสูงสุด และมีต้นทุนต่ำ ล้วนแต่ต้องการเอาใจใส่และดูแลอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมดิน เพาะปลูกได้ทันช่วงฤดู มีการดูแลรักษาจนถึงการเก็บเกี่ยวอย่างเหมาะสมตามหลักวิชาการ ก็มีชัยไปกว่าครึ่ง “คุณปัญญา เรืองศรี” เป็นหนึ่งในชาวไร่อ้อยต้นแบบ ที่สืบสานอาชีพการทำไร่อ้อยจากรุ่นพ่อแม่จนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลา 37 ปี ไร่อ้อยของคุณปัญญา เนื้อที่ 142 ไร่ ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ปลูกอ้อยตอ สายพันธุ์ขอนแก่น 3 ได้ผลผลิตกว่า 10 ตันต่อไร่ ที่เหลืออีก 50 กว่าไร่เป็นพื้นที่ปลูกอ้อยใหม่ เช่น อ้อยพันธุ์108 และ อ้อยพันธุ์ภูเขียว ได้ผลผลิตประมาณ 20 ตันต่อไร่ คุณปัญญาเป็นเกษตรกรหัวก้าวหน้าที่ใช้ความรู้เดิม ผสมผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น เครื่องปลูกอ้อย การใช้โดรนการเกษตรฉีดพ่นปุ๋ยและยากำจัดวัชพืช รถตัดอ้อย และเลือกใช้ปัจจัยการผลิตที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งการเปลี่ยนพฤติกรรมลดการเผาอ้อย หันมาตัดอ้อยสดในช่วงฤดูการเก็บเกี่ยว สามารถแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานแล้ว ยังช่วยลดต้นทุน
GeoAg หรือ จีโอแอ็ค เป็นแอปพลิชันที่วิเคราะห์ข้อมูลระบบภูมิสารสนเทศ และจัดเก็บข้อมูลเชิงแผนที่ด้วยใช้เทคโนโลยี GIS ที่ถูกพัฒนาและให้บริการโดยบริษัท Esri Thailand ผู้เชี่ยวชาญด้าน Location Intelligence จุดเด่นของแอปพลิเคชัน GeoAg คือ การวิเคราะห์และคาดการณ์เหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นผ่านการประมวลผลข้อมูลเชิงพื้นที่ ซึ่งสามารถแสดงผลได้ตั้งแต่ผลผลิตไปจนถึงการคาดเดาภัยพิบัติทางธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นและส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการเกษตร ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถวางแผนการจัดการผลผลิตได้อย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ GeoAg ยังเสริมการทำงานของซอฟต์แวร์ต่างๆ ที่เปิดให้บริการโดย Esri Thailand อีกด้วย วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านชวนมาดูความสามารถของ GeoAg ที่สามารถเข้ามาช่วยเหลือให้ภาคอุตสาหกรรมการเกษตรมีประสิทธิภาพและความแม่นยำมากยิ่งขึ้น GeoAg เป็นการบูรณาการระหว่างข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมและข้อมูลเชิงพื้นที่ เพื่อวิเคราะห์ออกมาเป็นข้อมูลที่สามารถคาดการณ์ถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งด้วยเทคโนโลยีดังกล่าวนี้เองที่จะเข้ามาทำให้ภาคอุตสาหกรรมการเกษตรนั้นมีความแม่นยำในการคาดเดาการผลิตและการ
ในวันนี้ กล้วยไข่ กลายเป็นผลไม้ขายดี ติดตลาด ไม่แพ้ กล้วยชนิดต่างๆ ความจริง กล้วยไข่ เป็นไม้ผลที่ปลูกง่าย หากใครมีพื้นที่ว่างในสวนหลังบ้าน ก็สามารถหาพันธุ์กล้วยไข่มาปลูกและบำรุงรักษาให้เจริญเติบโตได้ไม่ยาก แค่ใช้เวลาปลูกดูแลไม่นานก็จะได้ผลผลิตให้เก็บกินและเก็บขายได้ การปลูก-ดูแล กล้วยไข่ เป็นไม้ผลที่นิยมปลูกกันโดยทั่วไปในพื้นที่ราบ ต้นกล้วยไข่เติบโตได้ดี ในสภาพดินร่วนซุยค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ “ฤดูฝน” เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของการปลูกกล้วยไข่ เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน ไปจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม ทั้งนี้ ไม่แนะนำให้ปลูกต้นกล้วยไข่ในพื้นที่โล่งมากเกินไป เพราะหากเจอปัญหาลมพัดแรง จะเสี่ยงทำให้ต้นกล้วยไข่หักโค่นล้ม หรือหักครึ่งต้นได้ในระยะตกเครือ หากเป็นไปได้ ควรปลูกไม้กันลมไว้ด้วยจะยิ่งดี ก่อนปลูก ควรไถดะไถแปรทั้งแปลง ตากดินไว้ 5-7 วัน ขุดหลุมลึกและกว้าง 50 เซนติเมตร คลุกดินที่ขุดขึ้นจากหลุมกับปุ๋ยคอกเก่า รองก้นหลุมด้วยใบไม้หรือฟางข้าวแห้ง เกลี่ยดินที่ผสมไว้กลับลงหลุมวางหน่อกล้วยลงหากต้องการให้ต้นกล้วยตกเครือในทิศทางเดียวกัน ให้หันรอยแผลที่ตัดแยกจากต้นแม่ไปทิศทางเดียวกัน กลบหน่อกล้วยให้ลึกประมาณ
ปีนี้ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศที่แปรปรวน ช่วงฤดูร้อนก็ร้อนมาก ส่งผลกระทบหลายด้านรวมไปถึงการเกษตร ทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้นจนน่าตกใจ หลายคนอาจจะสงสัยว่าสาเหตุที่ทำให้สินค้าการเกษตรหลายๆ ชนิดทำไมจึงมีราคาที่สูงขึ้น วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจะพามาหาคำตอบ “กล้วย” ถือเป็นผลไม้ที่หลายๆ คนทานเกือบทุกวัน อีกทั้งยังมีการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิด จากเดิมราคาต่ำสุดที่หวีละ 10 บาท แต่ปัจจุบันราคาสูงสุดตอนนี้อยู่ที่หวีละ 60 บาท สาเหตุที่กล้วยราคาแพง ผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศ โลกที่ร้อนขึ้นส่งผลกระทบกับ “กล้วย” เนื่องจากมีโรคระบาดเกิดขึ้นที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว อีกทั้งกล้วยยังอ่อนไหวต่ออุณหภูมิที่สูงขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้บางพื้นที่ที่เคยปลูกได้ ก็ปลูกไม่ได้อีก ผลผลิตลดลง โรคระบาดที่น่ากังวลมากที่สุดของการปลูกกล้วย คือ โรคเหี่ยวกล้วย หรือ โรคตายพราย ที่มักเกิดขึ้นในช่วงฤดูฝน เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อรา เมื่อเกิดการติดเชื้อนี้ที่สวน เชื้อราชนิดนี้จะทำให้ต้นกล้วยตาย และกำจัดยากอีกด้วย ซึ่งเชื้อราชนิดนี้ยังกลายพันธุ์และคุกคามกล้วยหอม อีกทั้งเกษตรกรยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะ
เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ผมเดินทางไปต่างจังหวัดหลายแห่ง พบมีเกษตรกรเผาถ่านไม้เป็นอาชีพเสริม ทั้งที่จังหวัดชัยนาทและภาคอีสาน โดยเฉพาะจังหวัดเลย ที่มีการโค่นต้นมะขามหวาน แล้วนำมาเผาถ่าน ผมสอบถามชาวบ้านได้รับคำตอบว่าเป็นที่ต้องการของตลาด และสงสัยว่า เพราะเหตุใดเกษตรกรจึงนิยมตัดโค่นต้นมะขามหวานนำมาเผาถ่าน ขอคำแนะนำด้วยครับ ขอแสดงความนับถืออย่างสูง ประสพสุข ค้านิยม ลพบุรี ตอบ คุณประสพสุข ค้านิยม จังหวัดชัยนาท เป็นแหล่งผลิตถ่านไม้ไผ่เป็นอาชีพเสริม หลายอำเภอ โดยเฉพาะอำเภอวัดสิงห์ ด้วยที่นี่มีป่าไผ่ธรรมชาติเป็นจำนวนมาก ข้อดีของถ่านไม้ไผ่ เป็นถ่านไม้ที่ให้ความร้อนสูงและไม่มีควัน เหมาะสำหรับไปใช้ในกระบวนการตีเหล็กทำมีดพร้า หรือจอบ เสียม ส่วนที่ จังหวัดเลย ซึ่งเคยเป็นแหล่งปลูกมะขามหวานเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ โดยครอบคลุมพื้นที่มากถึง 49,881 ไร่ แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน เกษตรกรชาวสวนมะขามหวานมีการตัดฟันโค่นต้นมะขามหวานที่ปลูกไว้ในสวน แม้ให้ผลผลิตแล้วก็ตาม เนื่องจากมีปัญหาหลายประการ คือมะขามหวานเป็นพืชที่ดูแลรักษายาก ต้องฉีดสารเคมีป้องกันโรคและแมลงศัตรูหลายครั้ง การเก็บเกี่ยวผลผลิตสิ้นเปลื
ชื่อตำบลสรรพยา และอำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาทนั้น มีความเกี่ยวข้องกับวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ ตอนกุมภกรรณพุ่งหอกโมกขศักดิ์ถูกพระลักษมณ์ พระรามมีพระบัญชาให้หนุมานไปเก็บสังกรณีตรีชวา ซึ่งอยู่ที่เขาสรรพยามารักษาพระลักษมณ์ ปัจจุบันพบว่า บนเขาสรรพยา มีต้นสังกรณีตรีชวาอยู่จริง และพบสมุนไพรที่หายากอื่นๆ เป็นจำนวนมาก จึงเชื่อกันว่าเขาสรรพยาในวรรณคดีดังกล่าว คือ เขาสรรพยาที่ตำบลสรรพยา โดยมีการเล่าขานเป็นตำนานเขาสาปยา (เขาสรรพยา) สืบทอดต่อมาจนถึงปัจจุบัน ดังนั้น กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จึงยกย่อง ตำนานเขาสาปยา (เขาสรรพยา) เป็นหนึ่งในมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียงของจังหวัดชัยนาท พร้อมขึ้นทะเบียน “ตำนานเขาสาปยา (เขาสรรพยา)” ใน บัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม มาตั้งแต่ปี 2562 เพื่อเผยแพร่ให้สาธารณะได้มีส่วนร่วมสืบสาน ตำนานเขาสาปยา (เขาสรรพยา) ในระยะยาว ศสกร.อำเภอสรรพยา ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ตำบล(ศสกร.ตำบลสรรพยา) และศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอสรรพยา( ศสกร.อำเภอสรรพยา ) มีส่วนร่วมในการสืบสานตำนานเขาสรรพยาแล้ว ยังส่งเสริมให้ความรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช การปลูกสมุนไพรพื้นบ้าน สังกรณี
คุณสมศักดิ์ เจียรสมบูรณ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท สุขทุกคำ จำกัด อดีตเขาทำงานบริษัทเอกชน ทำหน้าที่เกี่ยวกับศูนย์กระจายสินค้า เขาเห็นความสำคัญของสุขภาพ ชอบเลือกสินค้าที่มีประโยชน์มารับประทาน ต้องการให้ครอบครัวรับประทานอาหารที่ปลอดภัย ต่อมาเมื่อคนไทยเห็นความสำคัญของสุขภาพ จึงค้นหาสินค้าเกษตรอินทรีย์ จนพบกับ “ตะกร้าปันผัก” ของร้าน HealthMe ซึ่งจัดจำหน่ายผักผลไม้อินทรีย์ จึงตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิก รับผักผลไม้และวัตถุดิบประกอบอาหารที่จัดส่งถึงบ้าน สินค้าเกษตรอินทรีย์ได้รับความนิยมมากขึ้น ขณะนั้น คุณสมศักดิ์เป็นพนักงานบริษัทเอกชน ทำหน้าที่เกี่ยวกับศูนย์กระจายสินค้า มองเห็นโอกาสทางธุรกิจ จึงตัดสินใจเข้าถือหุ้นธุรกิจ HealthMe จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท สุขทุกคำ จำกัด หลังจากนั้นซื้อกิจการ HealthMe เพื่อบริหารธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ ธุรกิจของบริษัท สุขทุกคำ จำกัด คือการจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ทางเว็บไซต์ https://www.healthmedelivery.com เช่น ผักผลไม้ เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อวัว อาหารทะเล ไข่ไก่ ไข่เป็ด และสินค้าเกษตรอินทรีย์อื่นๆ นอกจากนั้น ยังผลิตและจำหน่ายอาหารพร้อมปรุงพร้อมรับประทานจากวัตถุดิบเกษตร
จากปัญหาในภาคการเกษตรที่เกษตรกรต้องเผชิญ ทั้งเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีผลต่อการทำการเกษตร รวมถึงการขาดแคลนแรงงาน และปัญหาประสิทธิภาพการผลิตต่ำจากปัญหาดินเสื่อมสภาพ นอกจากนี้ ความต้องการสินค้าที่มีคุณภาพทำให้มาตรฐานสินค้าเกษตรทั้งในและต่างประเทศสูงขึ้น ทำความรู้จัก Agritech คืออะไร เรื่องเทคโนโลยีการเกษตรถือว่าเป็นทิศทางของโลกเลยก็ว่าได้ในปัจจุบัน อย่างที่เห็นว่าหลายๆ อุตสาหกรรมเริ่มมีการใช้เทคโนโลยีเกือบทุกวงการ รวมถึงเข้าไปอยู่ในทุกกระบวนการของการทำงานนั่นเอง หนึ่งในนั้นก็มีภาคการเกษตรที่มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ ก่อนอื่นจะพาทุกคนไปทำความรู้จัก Agritech กันก่อนที่มาจากคำว่า Agriculture + Technology หมายถึง การเกษตรสมัยใหม่ที่มีการใช้เทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อน ซึ่ง Agritech ที่สามารถเข้ามาช่วยเกษตรกรให้การทำการเกษตรสามารถทำได้ง่ายขึ้น จะเป็นคำตอบของการเกษตรไทยในอนาคต ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการผลิตทั้งเรื่องปริมาณและคุณภาพของผลผลิต เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันเพื่อรองรับจำนวนประชากรที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งปัจจุบันจะเห็นว่า กิจกรรมด้านการเกษตรถูกยกระดับการเพาะปลูกโดยพึ่งพาเ
คุณปฎิพัทธ์ เมืองสุวรรณ์ เกษตรกรรุ่นใหม่จังหวัดพัทลุง ซึ่งเลี้ยงสัตว์น้ำแบบผสมผสาน เปิดเผยว่า เดิมตนเองเป็นนักกีฬา Head เทนนิสทีม และเป็นอาจารย์พิเศษด้านการกีฬา ที่กรุงเทพฯ แต่ด้วยความรักอาชีพการเกษตร จึงตัดสินใจเดินทางกลับบ้าน เพื่อมาทำการเกษตรในผืนดินที่ได้รับจากบรรพบุรุษ เพื่อสานฝันของตัวเองให้เป็นจริง โดยครั้งแรกที่กลับมาอยู่บ้านได้ปลูกข้าว ปลูกดอกดาวเรือง ปรากฏว่าได้ผลคุ้มค่า แต่ต่อมาชาวบ้านสนใจปลูกดาวเรืองมากขึ้น ทำให้ตลาดขาดเสถียรภาพ จึงเปลี่ยนแนวคิดหันมาเลี้ยงสัตว์น้ำแบบผสมผสานตามแนวทางเกษตรอินทรีย์ และได้เข้าร่วมโครงการยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ (Young Smart Farmer) กับสำนักงานเกษตรจังหวัดพัทลุง เพื่อรับความรู้ และแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างสมาชิกด้วยกัน คุณปฎิพัทธ์ กล่าวว่า การเลี้ยงสัตว์น้ำแบบผสมผสาน จะเน้นเลี้ยงกุ้งในนาข้าว โดยใช้พื้นที่นา 2.5 ไร่ ขุดคูรอบแปลงนาทั้ง 4 ด้าน ขนาด กว้าง 3 เมตร ลึก 2 เมตร พร้อมทำคันยกสูง 50 เซนติเมตร กักเก็บน้ำ จากนั้นสูบน้ำเข้าแปลงนา ใส่ปูนขาวเพื่อปรับค่า pH (พีเอช) ของดิน ทิ้งไว้ 10 วัน จากนั้นใส่เชื้อจุลินทรีย์สังเคราะห์ เพื่อให้เกิดแพลงก์ตอนเป็นอาหาร
