พืชทำเงิน
ทางเดินชีวิต…สู่แนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คุณสมศักดิ์ เครือวัลย์ เกษตรกรทำสวนผลไม้ จังหวัดระยอง เดิมทีเขาทำการเกษตรแบบปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่พึ่งพาสารเคมีเป็นหลัก และได้กู้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อมาลงทุน แต่ประสบกับภาวะขาดทุนจากสภาพพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมและมีปัญหาโรคพืช จากการผลิตแบบเดิมๆ ที่มีต้นทุนสูง จึงไม่สามารถใช้หนี้ที่กู้ยืมมาได้ จุดเปลี่ยนของการทำการเกษตรโดยไม่พึ่งสารเคมี เริ่มจากได้ไปศึกษาดูงานกับ ธ.ก.ส. ในโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ การทำเกษตรอินทรีย์ตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และศึกษาฟาร์มตัวอย่างเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จ ประกอบกับมีปัญหาสุขภาพจากการใช้สารเคมีติดต่อกันเป็นเวลานาน และจากการได้รับคัดเลือกเป็นหมอดินอาสาของกรมพัฒนาที่ดิน จึงได้มีโอกาสเดินทางไปอบรมสัมมนาในพื้นที่ต่างๆ หลายแห่ง โดยใช้เวลาศึกษาเรียนรู้และตัดสินใจนาน 2-3 ปี จึงตัดสินใจทำการเกษตรอินทรีย์ตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงโดยไม่พึ่งพาสารเคมีทุกประเภท จนสามารถปลดหนี้ทั้งหมดได้ มีรายได้ตลอดทั้งปี รูปแบบกิจกรรมทางการเกษตร คุณสมศักดิ์ได้ดำเนินกิจกรรมการเกษตรแบบผสมผสานโดยมี
นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 3 จังหวัดขอนแก่น (สวพ.3) ซึ่งเป็นหน่วยงานในส่วนภูมิภาคของกรมวิชาการเกษตร ได้รับแจ้งปัญหาจากเกษตรกรในพื้นที่ซึ่งเป็นแปลงของ นางสาวพัสวี หาบุตรดี เกษตรกรผู้ปลูกผักอินทรีย์ ตำบลน้ำหนาว อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ ประสบปัญหาผักสลัดที่ปลูกในแปลงไม่เจริญเติบโต ลำต้นแคระแกร็น ใบเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เมื่อถอนดูระบบรากพบรากเป็นปม มีลักษณะคล้ายกับอาการโรครากปม ซึ่ง ดร.รัติกาล ยุทธศิลป์ นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ กลุ่มวิชาการ สวพ.3 ได้วินิจฉัยแล้วว่าเป็นโรครากปมที่เกิดจากไส้เดือนฝอยรากปม Meloidogyne sp. จึงได้สนับสนุนชีวภัณฑ์เห็ดเรืองแสงสิรินรัศมีพร้อมใช้ ซึ่งเป็นชีวภัณฑ์ของสำนักวิจัยและพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร ที่ใช้ป้องกันกำจัดโรครากปม จำนวน 30 ก้อน ให้เกษตรกรนำไปใช้แก้ปัญหาเบื้องต้น พร้อมทั้งประสานมายังศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเพชรบูรณ์ (ศวพ.เพชรบูรณ์) ให้เข้าไปดูแลแก้ไขปัญหาดังกล่าว นางสาวเพชรลดา นวลตาล นักวิชาการเกษตรชํานาญการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเพชรบูรณ์ ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบปั
พืชที่เรียกได้ว่าปลูกได้ทุกฤดูกาล ก็น่าจะเป็นพืชผักสวนครัว ที่ควรจะมีปลูกในทุกฤดูกาล แม้ว่าผักสวนครัวบางชนิดอาจไม่เหมาะกับฤดู แต่วิธีการปลูกก็น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยให้ผลผลิตมีได้ในทุกฤดูได้เช่นกัน ที่หมู่ 7 บ้านช่างแก้ว ตำบลคลองหลา อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา พื้นที่ส่วนหนึ่งมีความเป็นชุมชนเมือง เพราะความเจริญที่เข้าถึง แต่ยังคงมีพื้นที่ส่วนที่เป็นสวนอยู่ ดังนั้น เกษตรกรที่นี่จึงต้องอยู่อย่างปรับตัว เช่น ทำสวนควบคู่ไปกับการประกอบอาชีพเสริมอื่น หากการทำสวนไม่ได้มีรายได้หลักจุนเจือครอบครัว คุณธนพร คงบุญ หรือ พี่แตง ผู้หญิงที่มีความแคล่วคล่องว่องไวในการจัดการหลายๆ เรื่อง ภายในระยะเวลาจำกัดได้อย่างลงตัว เธอเป็นผู้หญิงที่มองเห็นประโยชน์เพื่อส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว เพราะที่ผ่านมาเมื่อเธอสำเร็จการศึกษามีครอบครัว ก็มุ่งมั่นทำงานเลี้ยงครอบครัว แต่ในที่สุดความห่างไกลกับสามีทำให้เธอพยายามมองหาอาชีพ เพื่อกลับมาอยู่ในถิ่นกำเนิดและอยู่กับครอบครัวอันเป็นที่รัก เมื่อคุณธนพร กลับมาที่บ้านช่างแก้ว อาชีพแรกที่มองเห็น เพราะไม่มีความถนัดในการเกษตร จึงเป็นการเปิดร้านซัก อบ รีด เพราะมีความเป็นชุมชน แต่
“น้ำมะพร้าว” หนึ่งในเครื่องดื่มที่สร้างมูลค่าการส่งออกมหาศาลให้กับประเทศไทย ด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่น.และแตกต่างจากน้ำมะพร้าวของชาติอื่นๆ ทำให้ต่อปีมียอดขายหลักหลายหมื่นล้านบาท ทั้งในตลาดเอเชียและยุโรป โดยเฉพาะตลาดหลักจีน ขายได้มูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาทต่อปี ซึ่งเบื้องหลังบริษัทส่งออกยักษ์ใหญ่อันดับต้นๆ ของประเทศซื้อวัตถุดิบจาก “บริษัท โชคเก่งสกุลมะพร้าวอ่อน จำกัด” ของ 2 สามี-ภรรยา “นายณรงค์ศักดิ์ เก่งสกุล และ นางสาวผกามาศ อุปดิษฐ์” ซึ่งเปิดโรงงานผลิต รับซื้อ และจำหน่ายมะพร้าวทั้งผล น้ำมะพร้าว และเนื้อมะพร้าว อยู่ในพื้นที่ ตำบลบางช้าง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม “ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์ถึงประวัติความเป็นมา ผลิตภัณฑ์ การทำตลาด และแผนการลงทุนในอนาคต เด็กปอกมะพร้าวสู่เจ้าของโรงงาน ณรงค์ศักดิ์ เล่าว่า ชีวิตในวัยเด็กค่อนข้างลำบาก ฐานะทางบ้านยากจน ใช้ชีวิตอยู่กับการทำมะพร้าวมาตั้งแต่รุ่นแม่ ไม่มีแม้แต่สวนมะพร้าวเป็นของตัวเอง เรียนจบแค่ชั้น ป.2 อ่านหนังสือไม่ออก เขียนไม่ได้ พออายุประมาณ 6 ขวบก็ออกมาช่วยแม่ปอกมะพร้าว จนอายุประมาณ 22 ปี แม่ให้เงินทุน 27,000 บาท ให้แยกกิจการออกมาทำเองกับภร
“มะม่วงมีความหลากหลายทางสายพันธุ์ มะม่วงในเมืองไทยมีหลายร้อยสายพันธุ์ มีรสชาติดีมากๆ ก็เยอะ ผมจะแบ่งมะม่วงออกเป็น 3 กลุ่มหลักๆ 1. มะม่วงผิวอ่อน 2. มะม่วงมัน 3. มะม่วงสุก ครับ” คุณสุรศักดิ์ ศรีอำนวย เกษตรกรผู้ปลูกมะม่วง และเจ้าของ สวนบ้านล้วนไม้ดี ในพื้นที่ หมู่ที่ 7 ตำบลแก่งเสี้ยน อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี หนุ่มใหญ่จากแดนใต้ ที่นำความชอบด้านการเกษตรมาสานต่อในพื้นที่ของภรรยา ด้วยการทดลองปลูกพืชชนิดต่างๆ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ต้องพบกับความผิดหวัง ผ่านการทดลองมาหลายครั้งหลายครา สุดท้ายก็เจอพืชที่ตอบโจทย์สภาพดิน ฟ้า อากาศ นั่นก็คือการปลูกมะม่วง จนกลายเป็นธุรกิจของครอบครัว และสร้างรายได้ได้ตลอดปีจากการขายผลผลิตและกิ่งพันธุ์ของมะม่วง คุณสุรศักดิ์ เล่าว่า ตนเองเป็นคนภาคใต้ เคยมีอาชีพวาดรูป หลังจากแต่งงานจึงย้ายมาอยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรี ครอบครัวทางฝั่งภรรยามีพื้นที่สำหรับทำสวน จึงเห็นช่องทางการสร้างอาชีพจากการทำเกษตร จึงทดลองปลูกพืชกว่า 100 ชนิด แต่ผลลัพธ์ไม่ได้เป็นอย่างที่คาดหวัง เพราะด้วยพื้นที่ สภาพอากาศต่างๆ ของพื้นที่นั้นแล้งจัด ไม่ตอบโจทย์ชนิดของพืชที่ปลูก จากนั้
ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดเชียงราย (พืชสวน) นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการปลูกผักไร้ดิน โดยไม่ต้องใช้สารละลายธาตุอาหารพร้อมกับเลี้ยงปลา ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ว่าที่ร้อยตรี ดร.สมสวย ปัญญาสิทธิ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 6 จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดเชียงราย (พืชสวน) ได้ดำเนินการศึกษาทดลองการปลูกผักไร้ดินโดยไม่ต้องใช้สารละลายธาตุอาหารร่วมกับการเลี้ยงปลา เพื่อลดต้นทุนและได้ผลสำเร็จ เกษตรกรสามารถทำได้ไม่ยุ่งยาก โดย นายสมถวิล ขัดสาร ผู้อำนวยการศูนย์ ให้รายละเอียดว่า การปลูกผักแบบไฮโดรโปนิกส์นั้นหลายคนคิดว่าได้ผักออร์แกนิกส์/ปลอดสาร ซึ่งในความจริงแล้ว ไม่ได้ปลอดสาร เนื่องจากสารละลายธาตุอาหารที่ใช้ในการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์นั้นเป็นปุ๋ยเคมี ที่ถูกนำมาผสมดัดแปลงเพื่อให้เหมาะสมในการปลูกโดยไม่ต้องใช้ดิน และไม่ทำอันตรายกับระบบรากของพืช ปัจจุบันได้มีระบบใหม่ในการผลิตอาหารปลูกผักอย่างยั่งยืน เรียกว่า ระบบอควาโพนิกส์ (Aquaponics) แนวคิดของระบบนี้ก็คล้ายกับการปลูกผักแบบไฮโดรโปนิกส์โดยทั่วไป เพียงแต่สารอาหารที่ส่งให้พืชนั้น นำ
ในช่วงนี้ กระแสรักสุขภาพที่มาแรง หลายคนหันมาบริโภคพืชผักกันมากขึ้น และผักสุขภาพอย่างต้นอ่อนข้าวสาลีก็ได้รับความนิยมไม่น้อยไปกว่าต้นอ่อนทานตะวันเลย ซึ่งเราจะไปดู วิธีการเพาะปลูก และการดูแลกัน ต้นอ่อนข้าวสาลี หรือเรียกอีกอย่างว่า วีท กราส (Wheat grass) เป็นต้นอ่อนหรือต้นกล้าที่เจริญเติบโตมาจากเมล็ดข้าวสาลี โดยในระยะต้นกล้าจะมีสีเขียวเข้มที่อุดมไปด้วยสารอาหาร แร่ธาตุ และโปรตีนที่หลากหลาย สำหรับฟาร์มเพาะต้นอ่อนข้าวสาลี ที่จะพาไปชมในวันนี้ ตั้งอยู่ที่ ซอยจรัญสนินวงศ์ 35 โดยมี คุณนพดล กิจพิทักษ์ เป็นเจ้าของฟาร์ม คุณนพดลพูดถึงจุดเริ่มต้นการเริ่มเพาะต้นอ่อนข้าวสาลีว่า ช่วงประมาณ 4-5 ปีที่แล้ว เทรนด์สุขภาพมาแรง ก็มองหาว่า ตัวไหนที่ลูกค้ากินซ้ำๆ แล้วเราพอจะปลูกเองได้ จากนั้นก็หาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตจนเจอ ต้นอ่อนข้าวสาลี ก็คือเอาเมล็ดข้าวสาลีมาเพาะให้อยู่ในระยะต้นอ่อน ไม่เกิน 7 วัน ซึ่งระยะนี้ จะเป็นระยะที่มีสารอาหารดีที่สุด สำหรับ อุปกรณ์ประกอบด้วย ถาดเพาะกล้าพลาสติกขนาดความกว้าง 30 เซนติเมตร ยาว 60 เซนติเมตร และสูง 3.5 เซนติเมตร กระสอบพลาสติกสาน เมล็ดพันธุ์ข้าวสาลี และวัสดุปลูกจะใช้ขุยมะพร้าวผสม
คุณมนูญ ทนะวัง เจ้าของสวนโกโก้ ตั้งอยู่ เลขที่ 141 หมู่ที่ 4 ตำบลสถาน อำเภอปัว จังหวัดน่าน ได้นำโกโก้ 3 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ไอเอ็ม 1 พันธุ์เอิร์ทเซฟ เนวี 1 และพันธุ์ชุมพร มาทดลองปลูกภายในสวนจนประสบผลสำเร็จ สามารถเก็บผลผลิตนำมาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม คุณมนูญ เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนทำงานบริษัทเอกชน แต่รู้สึกว่าการทำงานยังไม่มีความสุขตรงกับที่ใจชอบ จึงได้ย้ายกลับมาอยู่บ้านเกิดที่จังหวัดน่าน ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ของคุณมนูญมีสวนไม้ผลที่ทำเป็นอาชีพสร้างรายได้มานานแล้ว เมื่อมีโอกาสได้กลับมาอยู่บ้าน จึงมองหางานที่สามารถทำควบคู่ไปกับสวนไม้ผลของครอบครัว จึงได้เริ่มลงมือทำสวนโกโก้ ซึ่งเป็นพันธุ์ไม้ที่เขาชื่นชอบ “พอคิดว่าต้องกลับมาอยู่บ้าน ก็มองเลยว่าเรารักเราชอบอะไร เพราะสิ่งที่เราชอบมันจะส่งผลให้ทำสิ่งนั้นออกมาได้ดี ก็เลยมองว่าเราชอบทานช็อกโกแลต หากได้ทำสวนโกโก้ สิ่งนี้ก็น่าจะอยู่กับเราไปได้นานเพราะงานสวนที่บ้านก็มีความชำนาญ ส่วนต้นโกโก้ก็มีความชอบส่วนตัว ดังนั้น ถ้านำมาปลูกและสามารถมีผลผลิตได้ ก็น่าจะเป็นสิ่งที่น่าจะทำออกมาได้ดี เพื่อเป็นอาชีพในระยะยาว” การทำสวนโกโก้ในครั้งนี้ คุณมนูญ บอกว่า ได้เลื
ระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ คือ การส่งเสริมให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มการผลิตข้าวและมีการบริหารจัดการร่วมกัน เพื่อให้เกิดการรวมกันผลิตและรวมกันจำหน่ายโดยมีตลาดรองรับ เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิต และมีผลผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้น รวมทั้งยกระดับผลผลิตมีคุณภาพมาตรฐาน เพื่อเพิ่มศักยภาพเกษตรกรปลูกข้าวที่มีคุณภาพให้เหมาะสมกับระบบนิเวศและพื้นที่ของการปลูกข้าวตามชนิดพันธุ์ที่เหมาะสม โดยมีระบบการจัดการบริหารการวางแผนการผลิต หาปัจจัยการผลิต และการใช้เทคโนโลยีการเกษตรที่เหมาะสมเพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ตลอดจนการจัดการด้านการตลาด เพิ่มโอกาสในการแข่งขัน โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในลักษณะประชารัฐ นาแปลงใหญ่ นับเป็นโครงการสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมการข้าวรับผิดชอบดูแลในส่วนของแปลงใหญ่ข้าว ซึ่งได้มีวิธีการดำเนินงาน ดังนี้ 1. ด้านการลดต้นทุนการผลิตข้าว 2. ด้านการเพิ่มผลผลิตและคุณภาพข้าวผลผลิต 3. การบริหารจัดการกลุ่มและเสริมสร้างสมรรถนะกลุ่มนาแปลงใหญ่ 4. ด้านส่งเสริมการตลาดข้าว และยกระดับมาตรฐาน กรมการข้าวได้ดำเนินโครงการยกระดับแปลงใหญ่
ชาวบ้านชนบทที่ทำไร่ไถนา ในแต่ละปีจะมีแผนการปลูกพืช อยู่ในใจแล้วว่า ช่วงไหนจะปลูกอะไรได้ความรู้มาจากพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย บรรพบุรุษสอนให้จำทำให้ดู ลูกหลานก็เรียนรู้ตามต่อ เป็นวิถีชีวิตสืบกันมา อยากจะย้อนรอยถอยหลังไปถึงอดีตที่เคยได้สัมผัส เช่นเดียวกับเขาชาวบ้านเหล่านั้น ถึงสมัยนี้จะมีคำประณามหยามเหยียดส่อเสียดทิ่มแทง ของคนทั่วไปว่าเป็น “ชาวไร่เลื่อนลอย” ก็ตามที แต่อยากเล่าถึงองค์ความรู้ที่เป็นภูมิปัญญาในการเพาะปลูกพืชของคนสมัยนั้น จนมาเกี่ยวพันกับพืชชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “แตงลาย” แตงของไทยแท้ ที่เป็นมรดกภูมิปัญญาไทยเรา “แตงลาย หรือ แตงไทย” เป็นไม้ประเภทเถาล้มลุก ลำต้นหรือเถาแตง มีลายเป็นสันร่องตามความยาวของเถา มีข้อ แตกกิ่งแขนง มีมือเกาะ มีขนขึ้นปกคลุมทั่วต้น ใบแตงลาย เป็นใบเดี่ยวขนาดใหญ่พอประมาณ มีลักษณะรูปทรงกลมเป็นเหลี่ยม มีเว้าเล็กน้อย ขอบใบหยัก ก้านใบยาว มีขนขึ้นปกคลุมทั่วใบ ดอกแตงลาย เป็นดอกสมบูรณ์เพศ ดอกตัวผู้เป็นดอกเดี่ยวสีเหลืองออกที่ง่ามใบ กลีบดอกรูปทรงกระบอก โคนกลีบดอกเชื่อมติดกัน มีเกสรตัวผู้ 3 อัน บริเวณอับเรณูจะมีติ่งยาวยื่นออกมา ส่วนดอกตัวเมียเป็นดอกเดี่ยวเหมือนดอกตัวผู้ มีรั
