ของดีทั่วไทย
ปลาส้ม เป็นผลิตภัณฑ์จากปลา ซึ่งมีมากมายหลายสูตร หลายกรรมวิธี แต่ฉบับนี้จะขอนำท่านไปรู้จักกับปลาส้มสายเดี่ยว ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้บริโภค จากทั่วประเทศ ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปปลาบ้านห้วยบง 2 บ้านห้วยบง หมู่ที่ 5 ตำบลโนนเมือง อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งเป็นกลุ่มที่อยู่ติดกับเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ที่สำคัญคือปันผลคืนสมาชิกทุกวันที่ 1 และ 16 ของเดือน เฉลี่ยเดือนละ 10,000 บาท เลยทีเดียว ความเป็นมาและแรงบันดาลใจ คุณหนูเรียน เมฆวัน ประธานกลุ่ม โทร. (087) 862-8613 และ คุณแพงตา ไชยศรี เหรัญญิก โทร. (085) 256-1763 ร่วมกันให้ข้อมูลว่า เมื่อปี 2549 ได้รับแจ้งจากองค์การบริหารส่วนตำบลโนนเมือง ว่า ใครอยากทำงานอะไรให้ไปลงทะเบียน จึงชวนเพื่อนบ้านจำนวน 5 คน ไปลงทะเบียนและเข้ารับการอบรมเรื่องการทำปลาส้ม (ห่อใบตอง) องค์การบริหารส่วนตำบลโนนเมือง หลักสูตร 2 วัน ฝึกอบรมการทำปลาส้มห่อด้วยใบตองและทำปลาส้มตัว โดยวิทยากรจากกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรจากอำเภออุบลรัตน์ คุณหนูเรียน เมฆวัน (ซ้าย) ประธานกลุ่ม พร้อมโล่รางวัลชนะเลิศระดับประเทศ และ คุณแพงตา ไชยศรี (ขวา) เหรัญญิก ต่อมาจึงมาตั้งกลุ่มมีผู้สน
ใครไปเที่ยวหัวเมืองปักษ์ใต้สักสองสามวัน เป็นต้องได้กินใบเหมียงผัดไข่แน่ๆ ครับ ถ้าอยู่หลายวันขึ้นไปอีก ก็อาจได้กินต้มกะทิ หรือไม่ก็แกงเลียงใบเหมียง เพราะอันว่า ใบเหมียง (Gnetum gnemon) หรือใบเหลียงก็เรียกนี้ เป็นผักยอดนิยมของคนใต้อีกชนิดหนึ่ง คือที่จริงต้นเหมียงก็ขึ้นอยู่ทั่วไปทุกภาคที่มีเขตป่าชุ่มชื้นนะครับ แต่คนใต้ดูจะเอามากินมากที่สุด จนแทบนึกไปว่ามีแต่เฉพาะพื้นที่ภาคใต้เอาเลย ถ้าใครเกิดติดอกติดใจรสชาติฝาดมัน กรอบ เคี้ยวสนุกของใบเหมียง ทั้งที่กินสดเป็นผักน้ำพริก หรือใส่ผัดใส่ต้ม ก็ซื้อต้นอ่อนที่มีขายตามริมทางเป็นระยะๆ ตั้งแต่แถบชุมพรลงไปมาปลูกได้ ลงไว้ตรงมุมไหนของบ้านที่ชื้นๆ หน่อย ไม่นานนักก็เด็ดยอดมากินได้อย่างอร่อย ไม่ต้องกลัวว่าจะเสี่ยงกับสารพิษตกค้างในผัก แบบผักตลาดทั่วไป และผมควรต้องบอกด้วยครับว่า ผลการตรวจสารพิษตกค้างในผักผลไม้ ของ Thai-PAN (เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช) ในปี พ.ศ.2560 พบว่าตัวอย่างใบเหมียงที่สุ่มตรวจไม่พบสารพิษตกค้างเลย ดังนั้น ถึงจะไม่ได้ปลูกกินเอง มันก็นับเป็นผักพื้นบ้านที่ซื้อกินได้สะดวกปาก สบายใจที่สุดอย่างหนึ่งในเวลานี้เลยแหละครับ ร้านรวงในหัวเมื
เมื่อเอ่ยถึง “คั่วกลิ้ง” คนที่ชอบทำ ชอบกินอาหารย่อมคุ้นหูรู้จัก ว่าคือผัดเผ็ดแห้งๆ แบบสำรับปักษ์ใต้ ที่ทั้งเผ็ด ฉุนร้อน และแห้ง กินกับข้าวสวยและผักเหนาะสดๆ สารพัดชนิด ในร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ปัจจุบันนี้ มีให้เลือกสั่งกินทั้งคั่วกลิ้งเนื้อวัว หมู และไก่นะครับ แล้วก็มักหน้าตาคล้ายคลึงกัน คือแห้งมาก รสเผ็ดเค็มนำ บางร้านใส่ข่าแก่หั่นบางตามขวางลงไปด้วย นั่นยิ่งทำให้หอมอร่อยไปใหญ่ นอกจากใบมะกรูดแก่ฉีกหรือซอย ที่มักใส่เป็นปกติอยู่แล้วในกระทะคั่วกลิ้ง และเมื่อเราเอ่ยย้ำถึงคำว่า “คั่วกลิ้ง” อีกครั้ง คงมีไม่กี่คนที่สงสัยว่า คำคำนี้แปลว่าอะไรแน่ ส่วนใหญ่อาจคิดว่ามันก็คือกับข้าวที่ทำโดยการคั่วในกระทะ แถมต้องคั่วจน “กลิ้ง” (คือจนกระทั่งแห้ง) ไปมาในกระทะเลยทีเดียว นั่นก็ดูจะเป็นคำอธิบายที่เพียงพอแล้ว อย่างไรก็ดี ผมเคยเขียนไว้ในที่อื่นๆ บ้างแล้วถึงความสงสัยเรื่องนี้ เอาเป็นว่าโดยสรุป ผมคิดว่า “คั่วกลิ้ง”เป็นชื่อสำรับอาหารที่คนปักษ์ใต้เรียกเลื่อนเสียงมาจาก “เรนดัง ดากิง” เนื้อคั่วพริกแกงแบบหมู่เกาะ เช่นแถบปาดัง ในเกาะชวาของอินโดนีเซีย ซึ่งมีลักษณะหน้าตาเมื่อปรุงเสร็จแล้ว จุดมุ่งหมาย ตลอดจนวิธีการทำคล้ายค
เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ที่ตลาดใต้ ตลาดเทศบาล 1 อ.เมืองพิษณุโลก ตลาดเช้าที่คึกคักแห่งหนึ่งของคนเมืองพิษณุโลก มีอาหารการกินพื้นบ้านหลากหลาย เช้าวันนี้ที่แผงขายของพื้นเมืองของนายนกเล็ก คงมา ชาวบ้าน ต.อรัญญิก อ.เมืองพิษณุโลก ที่เก็บพืชผักชนิดต่างๆ จากท้องทุ่งมาวางขายประจำ ได้นำไข่มดดินมาวางขายเป็นวันแรก หลังจากออกขุดหาตามชายป่า ท้องทุ่ง ได้ไข่มดดินมาวันแรกประมาณ 1.3 กิโลกรัม และนำไปล้าง กรองด้วยผ้าขาวบาง วางขายขีดละ 100 บาท หรือ กก.ละ 1,000 บาท ได้รับความสนใจจากชาวพิษณุโลกจำนวนมากซื้อนำไปประกอบอาหาร โดยเฉพาะยำไข่มด ใส่พริก น้ำปลา มะนาว ให้รดชาติที่กลมกล่อม ทานกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยมาก นายนกเล็กเปิดเผยว่า ไข่มดดินมีฤดูการขุดหาในช่วงหน้าหนาวย่างเข้าสู่หน้าแล้ง ระยะเวลาประมาณ 2-3 เดือน ตั้งแต่เดือนธันวาคมเป็นต้นมา ตนจะออกไปหาตามชายป่าติดลำคลอง ต้องใช้ความชำนาญในการสังเกตตามพื้นดิน ดูการทำรังของมด และลงมือขุดหา บางรังก็ตื้นหน่อยประมาณ 1 ฟุต บางรังก็อยู่ใต้ดินลึกกว่า 1 เมตร โดยตัวมดจะเป็นตัวสีแดงๆ ขนาดเล็กมาก เมื่อหามาได้ก็นำกลับมาล้างน้ำสะอาดก่อนมาวางขายที่ตลาด เมื่อตัวมดถูกน้ำก็จะตาย ไข่มดดินพว
ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนที่่ผ่านมา “พล.อ.ดนัย มีชูเวท” ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (ปธ.กมธ.กษ.สนช.) นำคณะลงพื้นที่ จังหวัดชุมพร หนึ่งในโปรแกรมการเดินทาง คือ การเข้าเยี่ยมชมกิจการของ “วิสาหกิจชุมชนกลุ่มกาแฟถ้ำสิงห์” ที่ ตำบลถ้ำสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร โดยมี “พล.ต. กลชัย สุวรรณบูรณ์” สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) “เลิศพรไชย ไชยฤทธิ์” รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร และหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้การต้อนรับ และ “ณปพน พรหมมณี” ผู้จัดการวิสาหกิจชุมชนกลุ่มกาแฟถ้ำสิงห์ กล่าวบรรยายสรุป ก่อนนำคณะเข้าชมขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่สวนกาแฟ โรงคั่วบดกาแฟ และโรงอบเมล็ดกาแฟด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มกาแฟถ้ำสิงห์ พล.อ. ดนัย กล่าวว่า นำคณะ กมธ.กษ.สนช.มาศึกษาดูงานการผลิตกาแฟชุมพรที่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มกาแฟถ้ำสิงห์ ทำให้ทราบว่ากาแฟพันธุ์โรบัสต้าของชุมพรถือเป็นสมบัติล้ำค่าและเป็นเสน่ห์ของท้องถิ่น ซึ่งนอกจากปลูกกาแฟแล้วยังมีการปลูกผลไม้ชนิดอื่นๆ เช่น ทุเรียน รวมอยู่ในสวนกาแฟในลักษณะของสวนผสมด้วย ส่วนรสชาติของกาแฟชุมพรถือว่ามีรสชาติที่สามารถพั
สมัยสามทศวรรษที่แล้ว ตอนที่ผมเรียนจบโบราณคดีใหม่ๆ และยังมีภารกิจตระเวนไปตามแหล่งโบราณสถานต่างๆ อยู่บ้างนั้น แห่งหนึ่งที่ไปบ่อย คือเมืองเก่าพระนครศรีอยุธยา แต่ถ้าว่าถึงเรื่องเก่าๆ ซากอะไรผุๆ พังๆ นั้น มาป่านนี้ก็แทบลืมเสียสิ้นแล้ว ที่ยังจำได้ดี ดูจะมีเพียงก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยา ทั้งบนบก ตรงศาลาโถงเชิงสะพานข้ามแม่น้ำลพบุรี ทางเข้าวัดหน้าพระเมรุ และทั้งที่พายเรือมาขายให้เราตะโกนเรียกกินตรงชายน้ำวัดไชยวัฒนาราม ซึ่งในช่วงปลายปี พ.ศ.2529 นั้น ยังไม่ได้ทำเขื่อน เป็นตลิ่งโคลนเลน แถมที่เห็นกับตาว่าอยู่ไม่ไกลนั้น กว่าเจ๊กจะพายผ่านกระเพาะชาวบ้านริมน้ำหลายหลังมาลวกเส้นให้พวกเรากินได้ ก็เล่นเอาหิวไส้กิ่วไปตามๆ กันทีเดียว อีกแห่งที่จำได้แม่น เพราะมักเป็นที่ฝังตัวกินข้าวเย็นกันจนมืดค่ำ แถมบางครั้งกินติดลมจนรถไฟขาล่องหมดขบวน ไม่มีนั่งกลับ ต้องตีตั๋วขาขึ้นต่อไปขอนอนกลางดึกที่หน่วยศิลปากรลพบุรี (ซึ่งเพิ่งบูรณะอาคารไม้เก่าให้เป็นสำนักงานใหม่) ก็เคยมีมาแล้ว คือร้าน “หายห่วง” ริมบึงพระราม ที่คนท้องถิ่นเขาเรียกกันว่า “บาร์หายห่วง” นั่นแหละครับ คนอยุธยาอายุเกินครึ่งศตวรรษขึ้นไปคงจำได้ดีกว่าผม ผู้ไปเยือนเป็นครั
อิ่มอร่อยสัปดาห์นี้ จะเชิญชวนไปชิมก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย เจ้าอร่อยๆ ที่ร้านก๋วยเตี๋ยว “ป้าแอ๋ว” สูตรต้นตำรับของชาวสุโขทัยแท้ๆ โดยเฉพาะ ช่วงเทศกาลปีใหม่ ถึง สงกรานต์ หากนักท่องเที่ยวเดินทางไปท่องเที่ยว จังหวัดสุโขทัย เพื่อไปชื่นชมความสวยงามของ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย และ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ระหว่างการเดินทางรู้สึกหิว และมีโอกาสเดินทางผ่าน อำเภอศรีสำโรง ขอแนะนำต้องแวะไปรองลิ้มชิงรสก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย แบบต้นฉบับดั้งเดิม บริหารความอร่อยโดย “ป้าแอ๋ว” หรือ นางฉิม อโนดาต อายุ 67 ปี “ป้าแอ๋ว” เปิดเผยว่า เป็นชาวสุโขทัยโดยกำเนิน ได้รับรู้สัมผัสรสชาติก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยตั้งแต่เล็กๆ จนเติบโต จึงมีโอกาสได้จดจำสูตรก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยแท้ๆ และดั้งเดิมมาจากครอบครัว แต่ก่อนที่จะมาเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งนี้ เดิมมีอาชีพรับจ้างทั่วไป ก่อนตัดสินใจกลับมาสร้างอาชีพที่บ้านเกิด โดยนำเอาความรู้การทำก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยสูตรทางบ้านที่ติดตัวมาประกอบอาชีพ และอยากให้ทุกคนได้ชิมก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยอร่อยๆ แท้ๆ สำหรับการเตรี่ยมก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยของทางร้าน ต้องตื่นแต่ตีสี่ ตั้งแต่ไปตลาด เลือกวัตถุดิบที่สด และสะอาด จากต
สมุทรสาครขึ้นแท่นแหล่งปลูกมะนาวอันดับ 3 ของประเทศ เกษตรกรแห่ปลูกเพิ่มกว่า 2,500 ไร่ กระทรวงเกษตรฯ พาณิชย์ หนุนจดทะเบียน GI ด้านสหกรณ์ปลูกมะนาวบ้านแพ้วฯไอเดียเจ๋ง แปรรูปมะนาว พร้อมปั้นแบรนด์ “มีนาว” เจาะกลุ่มรักสุขภาพ ร้านอาหาร วอนรัฐสนับสนุนโรงงานใหม่ช่วยเพิ่มกำลังการผลิต นายเศรณี อนิลบล เกษตรจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จังหวัดสมุทรสาครมีพื้นที่ปลูกมะนาวประมาณ 8,000 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ประมาณ 2,500 ไร่ แต่ยังเป็นอันดับ 3 รองจากเพชรบุรี และราชบุรี เนื่องจากในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาราคามะนาวสูงขึ้นจึงจูงใจเกษตรกรหันมาปลูกมะนาวเพิ่มมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ปลูกมากที่ อ.บ้านแพ้ว ประมาณ 80% ส่วนที่เหลือกระจายใน อ.เมือง และกระทุ่มแบน โดยพันธุ์มะนาวที่นิยมปลูก ได้แก่ พันธุ์แป้นพวงบ้านแพ้ว และพันธุ์แป้นรำไพ จุดเด่นคือ เปลือกบาง น้ำเยอะ และมีกลิ่นหอม จึงเป็นที่ต้องการของตลาด ขณะที่ตลาดส่วนใหญ่เกือบ 100% เป็นการบริโภคในประเทศ แหล่งจำหน่ายหลักอยู่ที่ตลาดไท ซึ่งจะมีทั้งเกษตรกรรมกลุ่มไปจำหน่ายเอง และอีกส่วนมีพ่อค้ารวบรวมและกระจายอยู่ตามจุดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีพ่อค้าจากทางภาคใต้มารับซื้
เฝอ หรือก๋วยเตี๋ยว ที่หลายคนรู้จักเป็นอย่างดี วันนี้ “ประชาชาติธุรกิจออนไลน์” จะพาไปชิมก๋วยเตี๋ยวรสเด็ด ยายเสบี่ยง ที่อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย ซึ่งเป็นสูตรเด็ด ขายมานานกว่า 30 ปี ยังคงความอร่อยมาจนถึงทุกวันนี้ คำว่า “เฝอ” มาจากเวียดนาม โดยมีรากศัพท์จากภาษาฝรั่งเศส หมายถึงอาหารที่ทำจากเส้น ซึ่งได้แผ่อิทธิพลมายังประเทศลาว และแถบแม่น้ำโขงในฝั่งไทยด้วย ชาวหนองคาย ชาวลาว และชาวเวียดนาม ส่วนใหญ่จะเรียก ก๋วยเตี๋ยว ว่า “เฝอ” ร้านเฝอ หรือว่าก๋วยเตี๋ยวยายเสบี่ยง ที่เห็นอยู่นี้เป็นร้านเฝอเก่าแก่ ดั้งเดิม ซึ่งยายเสบี่ยง ศรีละวงษา เปิดขายมานานกว่า 30 ปี โดยความอร่อยของเฝอ หรือก๋วยเตี๋ยวที่ร้านนี้จะอยู่ที่น้ำซุปกลมกล่อม เพราะต้มจากกระดูกวัวทั้งชิ้นจนเปื่อย ปรุงรสด้วยสูตรเฉพาะของทางร้าน มีทั้งเฝอน้ำใส เฝอน้ำตก เฝอเนื้อ เฝอหมู มีขนาดปกติ พิเศษ และจัมโบ้ ราคาตั้งแต่ 40-50 บาท เฝอต้องรับประทานกับผักสด ซึ่งที่ร้านบุฟเฟ่ต์ผักไม่อั้น และพิเศษสุดด้วยกระดูกเปื่อยที่ทางร้านตักมาเสิร์ฟทั้งกระดูก นำมาแทะเนื้อเปื่อย เอ็นเปื่อย เนื้อติดซี่โครง อร่อยได้อีกแบบ หรือจะสั่งเนื้อลวก ลูกชิ้นลวก จิ้มกับแจ่วเพี้ยส
ในพื้นที่บ้านท่าเตียน ตำบลแหลม อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช มีหลากหลายอาชีพที่เกิดขึ้นมาหลังจากโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เกิดขึ้น ซึ่งรวมถึงอาชีพการเพาะเลี้ยงปลาดุก ผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ตกต่ำในช่วงปี 45 ส่งผลทำให้ราคาปลาเริ่มตกลงตามไปด้วย อีกทั้งยังถูกผูกมัดเรื่องราคารับซื้อจากพ่อค้าแม่ค้า ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงต้องเผชิญกับปัญหาขาดทุนกันทั่วหน้า ปัญหาดังกล่าวเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาดุกในหมู่บ้านจึงได้รวมกลุ่มระดมความคิดเห็น หาทางแก้ไขปัญหา โดยการนำมาแปรรูปทำเป็นปลาดุกร้าส่งจำหน่ายภายในชุมชนและต่างจังหวัด ภายใต้ชื่อกลุ่ม “ปลาดุกร้า 2 รส บ้านท่าเตียน” คุณลุงช่วง ชูเมือง รวมกลุ่มแปรรูปเพิ่มมูลค่า ติดตลาด ขยายการผลิต กลุ่มปลาดุกร้า 2 รส บ้านท่าเตียน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2547 โดยมีคุณลุงช่วง ชูเมือง เป็นประธานกลุ่ม คุณลุงช่วง เล่าให้ฟังว่า กลุ่มเกิดจากความร่วมมือของคนในชุมชน ที่ประสบปัญหาราคาปลาตกต่ำ โดยเริ่มมีสมาชิกเข้าร่วมกลุ่ม 12 คน “การนำปลาดุกมาแปรรูปเป็นปลาดุกร้า ทำกันมานานกว่า 20 ปี โดยแต่ละบ้านที่เลี้ยงปลาดุกจะนิยมนำมาแปรรูปเก็บไว้บริโภคภายในคร
