ของดีทั่วไทย
ตั้งแต่ข้าพเจ้าได้รับหน้าที่ดูแลคอลัมน์พืชใกล้ตัว ก็ได้พยายามหาข้อมูลงานวิจัยสมุนไพรใหม่ๆ เพียงอย่างเดียว แต่บางครั้งก็อาจจะยังไม่ได้นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยมิได้นึกถึงสมุนไพรที่มีข้อมูลงานวิจัยมาก มีการใช้จริงและบรรจุอยู่ในบัญชียาในโรงพยาบาลหลายแห่งทั่วประเทศ พญายอ หรือ สเลดพังพอนตัวเมีย คือ สมุนไพรชนิดเดียวกัน จากข้อมูลการใช้ตามภูมิปัญญา สามารถรักษาได้หลายอาการ เช่น ผิวหนัง ผื่น คัน ด้วยการใช้ใบสดตำผสมกับเหล้าใช้ทา ยาแก้เจ็บคอ ด้วยการนำใบสดมาเคี้ยวเอาแต่น้ำแล้วคายกากออก ปัจจุบัน พญายอ ถูกบรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติ กลุ่มยาพัฒนาจากสมุนไพร เป็นยาสำหรับรักษากลุ่มอาการทางระบบผิวหนัง บรรเทาอาการของเริมและงูสวัด รักษาแผลในปาก บรรเทาอาการผด ผื่น คัน ลมพิษ บรรเทาอาการปวดบวมจากแมลงกัดต่อย โดยมีการพัฒนายาหลายรูปแบบ เช่น ครีม กลีเซอรีน โล่ชั่น ยาหม่อง งานวิจัยที่เปรียบเทียบครีมพญายอกับยาแผนปัจจุบัน ได้ถูกนำมาศึกษาในรูปแบบของ Systematic review และ meta-analysis เป็นการรวบรวมงานวิจัยทางคลินิก ทั้งหมด 4 การศึกษา เพื่อวิเคราะห์ผลด้านประสิทธิภาพในการรักษาโรคเริมที่อวัยวะสืบพันธุ์และโรคงูสวัด ด้วยก
ข้าวเม่า มีลักษณะเฉพาะตัวที่มีความหอม มีสีเขียวธรรมชาติของเมล็ดข้าว คุณค่าทางอาหารคล้ายกับข้าวกล้อง เป็นข้าวที่ยังไม่สีเอารำออก จึงมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายอยู่ครบถ้วน เป็นอาหารพื้นบ้าน ชนิดที่สามารถนำมาผสมนมสด รับประทานเช่นเดียวกับอาหารเช้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ มีกลิ่นหอมรสชาติอร่อย และคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะวิตามินบี ธาตุเหล็ก และฟอสฟอรัส ส่งผลดีต่อสุขภาพทำให้สุขภาพจิตดี มีความตื่นตัว มีสมาธิสูง ช่วยปรับระดับกลูโคสและสารอาหารรองในสมอง ช่วยให้ระบบการทำงานของสมองดี ก่อนที่ขนมโบราณชิ้นนี้จะถูกลืม ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่คงสืบทอดภูมิปัญญานี้ไว้เรื่อยมา หนึ่งในนั้นคือ “กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านห้วยไม้ซอด” อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ ที่ยังคงผลิตข้าวเม่าอย่างต่อเนื่องหลายทศวรรษ ซึ่งนับเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่การแปรรูปจากข้าวเมนูนี้ยังคงอยู่ บ้านห้วยไม้ซอด เป็นหมู่บ้านเล็กๆ กลางท้องทุ่งในอำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ ที่ขึ้นชื่อในการผลิต”ข้าวเม่า”มานาน เรียกได้ว่าเป็นชุมชนผลิตข้าวเม่ารายใหญ่แห่งดินแดนอีสาน กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านห้วยไม้ซอด ตั้งอยู่เลขที่ 57 หมู่ที่ 9 ตำบลปากคาด อำเภอ
ผมทนดูดอกราชพฤกษ์ (ดอกคูน) บานสะพรั่งให้สองข้างทางท้องถนนเสมือนมีม่านสีเหลืองสดใสคลี่ขยายเป็นฉากหลังมาได้นานหลายสัปดาห์นะครับ และก่อนที่มันจะวายไปหมดในหน้าแล้งปีนี้ ก็เพิ่งได้โอกาสปรุงกับข้าวสำรับที่ชอบมากที่สุดอีกสำรับหนึ่งในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้เอง ช่วงนี้ของปี ดอกไม้นานาพันธุ์จะแข่งกันเบ่งบาน แต้มแต่งให้ริมสองข้างถนนหนทาง ท้องไร่ท้องนา และสวนของเราเต็มไปด้วยสีสันสดใส โดยเฉพาะมันเป็นสีสันที่กินได้ และกินอร่อยเสียด้วย นี่จึงเป็นห้วงยามของการ “กินดอกไม้” ที่น่าประทับใจยิ่งช่วงหนึ่งของปีทีเดียว เริ่มด้วยการออกตระเวนซื้อ ตระเวนเก็บดอกไม้กินได้มาเตรียมไว้ให้ได้หลายๆ อย่างก่อน เราสามารถหาซื้อ ดอกขจร (ดอกสลิด) ดอกแคขาว ดอกโสน ดอกกวางตุ้ง ได้ตามร้านขายผักที่ค่อนข้างใหญ่หน่อย ส่วน ดอกบวบ ดอกฟักทอง ดอกข้าวสาร จะมีขายตามแผงเล็กๆ เช่น แผงผักพื้นบ้านลาว เป็นต้น สำหรับ ดอกราชพฤกษ์ นั้น เราต้องทำเป็นใจกล้า เลือกเก็บจากข้างถนน เฉพาะช่อที่ยังมีดอกตูมๆ อยู่มากหน่อยนะครับ เช่นเดียวกับ ดอกเฟื่องฟ้า ดอกชงโค ดอกพวงชมพู หรือ ดอกกาหลง ที่ยังพอมีคนปลูกไว้ตามริมทางให้เก็บได้อยู่ ครั้นได้มาพอควรแก่การ จัดแจงล
“ปลาเต๋าเต้ย” หรือ “ปลาฮ่องเต้” คล้ายปลาจะละเม็ดขาว ต่างกันตรงสีผิวจะออกเทาๆ กว่า ขนาดใหญ่และ เนื้อแน่นกว่า เป็นปลาชอบน้ำลึก แต่ก็อยู่ในน้ำกร่อยได้ มีมากในทะเลแถบพม่า อินโดนีเซีย และไทย โดยเฉพาะฝั่งอันดามัน รสชาติมัน อร่อย และหวานตามธรรมชาติ ราคาจึงแพง ตัวนึงไม่ต่ำกว่าพันบาท ปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู อาทิ นึ่งซีอิ๊ว ผัดเปรี้ยวหวาน ผัด 3 รส ทอดกระเทียม ต้มบ๊วย หรือลวกหม้อไฟ ฯลฯ จานเด็ดวันนี้เสนอ “ปลาเต๋าเต้ยนึ่งบ๊วย” โดย เมธี เมืองแก้ว ข่าวสดตรัง ไปขอสูตรจากร้านอาหารทะเลชื่อดัง “โกเกี้ย” (กันตรัง) ที่ขายมากว่า 50 ปี คุณเอ-สันทัด ตรีศลยุทธ วัย 30 ปี สืบทอดกิจการแทนคุณปู่และคุณพ่อ ไม่ขัดข้อง จัดให้ทันที ปลาต้องสด ขนาดไม่ต่ำกว่า 1 ก.ก. ตัวยิ่งโตยิ่งดี นำมาล้าง ขูดสิ่งสกปรกข้างลำตัวออก ใช้มีดบั้งปลาเป็นแนวเฉียงทั้ง 2 ด้าน เครื่องปรุงราดลงบนตัวปลา ประกอบด้วย บ๊วย ขิง เห็ดหอม และหมูสับ นำไปนึ่ง 20 นาที ดูเวลาอย่าให้ขาดเกิน นึ่งน้อยไปเนื้อปลาจะไม่สุกทั่ว แต่ถ้านึ่งมากไปเนื้อปลาจะเละ โรยด้วยผักชีและขึ้นฉ่าย ก็รับประทานได้ทันทีโดยไม่ต้องใส่เครื่องปรุงใดๆ อีก ยกเว้นรสเปรี้ยว ถ้าชอบก็ให้เติมน้ำมะนา
ข้าวโพด อยู่คู่กับคนไทยมาแสนนาน หากมองไปในประเทศเพื่อนบ้าน ลาว เรียกว่า ข้าวโพดสาลี กัมพูชา เรียกว่า โปด คนไทยในประเทศไทยเรียกว่าข้าวโพด เราปลูกข้าวโพดได้ทุกภาค ข้าวโพดเป็นพืชอายุสั้น เพียงแค่ได้น้ำให้เมล็ดงอกออกมา และได้น้ำพอเลี้ยงต้นบ้าง ไม่เกิน 3 เดือน เราก็เก็บฝักแก่ได้ ถ้าเราต้องการฝักอ่อนก็เก็บผลผลิตได้เร็วกว่านั้น อย่างข้าวโพดอ่อนหรือแอ้ข้าวโพด ปลูกไปประมาณ 50 วัน ก็เก็บผลผลิตได้ การเก็บข้าวโพดของชาวบ้านมีอยู่ 3 รูปแบบ คือ เก็บฝักอ่อน ปลูกประมาณ 50 วัน ก็เก็บผลผลิตได้ ข้าวโพดอ่อนเหมาะสำหรับนำไปประกอบอาหาร ร้านอาหารต่างๆ มักสั่งซื้อข้าวโพดอ่อนไว้เป็นวัสดุประกอบอาหารให้ลูกค้า เก็บฝักกิน ใช้เวลาปลูกประมาณ 2 เดือนเศษๆ ก็เก็บผลผลิตได้ และ เก็บฝักแก่ ใช้เวลาปลูกประมาณ 3 เดือน จึงเก็บผลผลิตได้ อายุข้าวโพดแต่ละพันธุ์ไม่เท่ากัน ทำให้เวลาเก็บผลผลิตต่างกันออกไป แต่โดยทั่วไปแล้ว ถ้าเก็บฝักแก่เราชาวบ้านใช้เวลาปลูกประมาณ 3 เดือน การแบ่งชนิดข้าวโพดของเราชาวบ้าน มีวิธีง่ายๆ คือ แบ่งโดยใช้สี เราจะได้ข้าวโพด 2 ชนิด คือสีขาวกับสีเหลือง แบ่งโดยใช้เวลาเก็บเกี่ยวผลผลิต ก็ได้ข้าวโพด 2 ชนิด เหมือนกัน ค
สมัยผมเด็กๆ เมื่อราวสี่สิบปีก่อน เวลานั่งรถประจำทางจากราชบุรีเข้ากรุงเทพฯ ตามถนนเพชรเกษม รถจะต้องผ่านสวนสามพราน (Rose garden) ที่อำเภอสามพราน นครปฐม ซึ่งตอนนั้นก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวไม่กี่แห่งที่ผมเคยไปนะครับ มาช่วงหลังๆ สวนสามพรานสำหรับคนวัยผมดูจะเงียบๆ ซบเซาไปบ้าง ค่าที่ว่ามีที่เที่ยวใหม่ๆ ที่คึกคักกว่า อย่างเช่น ตลาดน้ำดอนหวาย พระราหูที่วัดศีรษะทอง หรือแม้กระทั่งวัดไร่ขิงมาแทนที่ แต่อย่างไรก็ดี สถานที่หนึ่งๆ ย่อมอาจพลิกฟื้นคืนมามีชีวิตแบบใหม่ๆ ได้เสมอ…กรณีสวนสามพรานนี้ก็เช่นเดียวกัน ตั้งแต่ราวหกปีก่อน ที่ผู้บริหารสวนสามพรานและเครือข่ายได้ริเริ่ม โครงการ “สามพรานโมเดล” ซึ่งเป็นการร่วมมือกันของสถาบันวิชาการสหกรณ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สสส./สกว. และโรงแรมโรสการ์เดน สวนสามพราน กิจกรรมสำคัญส่วนหนึ่งคือสนับสนุนให้เกษตรกรในอำเภอสามพรานและพื้นที่เครือข่ายลงมือทำเกษตรอินทรีย์อย่างจริงจัง จนกระทั่งผลผลิตของเครือข่ายมีมากพอ จึงมีการเปิดตลาดรองรับเพื่อจำหน่ายแก่ผู้บริโภค อันเป็นที่มาของ “ตลาดสุขใจ” ตั้งแต่เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2553 จนถึงปัจจุบัน ตลาดแห่งนี้เป็นที่รู้จัก และเป็นแหล่งจับ
ย่านาง เป็นผักพื้นบ้านที่ชาวบ้านอย่างเราๆ รู้จักมักคุ้นกันดี แต่สำหรับผู้ที่เคยแต่ได้ลิ้มรส เคยได้ยินแต่ชื่อ อาจจะไม่ค่อยได้รู้ว่า รูปลักษณ์เป็นอย่างไร กำลังนินทาถึง “ย่านาง” หรือผักย่านาง เถาย่านาง เคยฟังเพลงลูกทุ่งเพลงหนึ่งที่เพราะมากและเก่ามาก ชื่อเพลงมนต์รักลูกทุ่ง รำพันวรรคหนึ่งว่า เห็ดตับเต่าขึ้นอยู่ริมเถาย่านาง มองเห็นบัวสล้างลอยอยู่ริมบึง…ย่านาง เป็นไม้เลื้อยชนิดหนึ่ง มีสรรพคุณที่เป็นประโยชน์แก่คนเรามาก ประโยชน์ทางยา ประโยชน์ทางอาหาร และประโยชน์ทางเครื่องใช้ไม้สอย อาหารหลายอย่าง ที่จะอร่อยได้รสชาติสมจริงของพื้นถิ่นและทางภาคอีสานและภาคเหนือ แกงหน่อไม้ สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ น้ำคั้นจากใบ เถาย่านาง โดยนำเอาใบย่านาง หรือเถาย่านางมาโขลกให้แตก แล้วคั้นน้ำเย็นสะอาดธรรมดา ได้น้ำคั้นที่ข้นเหนียว สีเขียวคล้ำ มีคนทดลองใช้เครื่องปั่น น้ำที่ได้ข้นเหนียวก็จริงแต่สีขุ่นเหมือนขี้โคลน สู้คั้นด้วยมือไม่ได้ น้ำคั้นนี้ใช้ผสมต้มกับหน่อไม้สดที่ซอย หั่น ทุบแล้ว แต่ถ้าจะทำซุบหน่อไม้ มักจะต้มทั้งหน่อไม้แล้วเอาออกมาปรุงซุบหน่อไม้ จริงๆ แล้วน่าจะเรียกว่าลาบ หรือยำหน่อไม้มากกว่า เพราะซุบทำให้มองเห็นน้ำต้มจืด
จากที่เคยเป็นข่าวและเผยภาพให้เห็นไปแล้วว่า รถไฟฟ้าใต้ดินสถานีสนามไชย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในสถานีเส้นทางโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายบางซื่อ-ท่าพระ และหัวลำโพง-บางแค เป็นสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินที่ออกแบบตกแต่งอย่างสวยงาม โดยออกแบบภายในมีรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นที่ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นท้องพระโรงในพระบรมมหาราชวัง สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสนามไชยเป็นสถานีเดียวที่มีตัวสถานีอยู่ในใจกลางพื้นที่ชั้นในของเกาะรัตนโกสินทร์ภายในขอบเขตระหว่างแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองคูเมืองเดิม ด้วยความสวยงามและแหล่งทำเลที่ตั้งของสถานีทำให้สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสนามไชยถูกหมายมั่นปั้นมือว่าจะเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่และจะเป็นจุดเชื่อมต่อการท่องเที่ยวในย่านพระนคร หรือเกาะรัตนโกสินทร์ สำหรับความคืบหน้าการก่อสร้าง ขณะนี้ นายกิตติกร ตันเปาว์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมและสถาปัตย์ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า ในส่วนตัวสถานีสนามไชยแล้วเสร็จไปเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว แต่ต้องรอการก่อสร้างในส่วนรถไฟฟ้าทั้งสาย คาดว่ารถไฟฟ้าใต้ดินสายนี้จะสามารถเร่งรัดเปิดให้บริการได้ในปี 2562 หลังจากที่รถไฟฟ้าใต้ดินสายนี้เปิ
แม้สวน “ผลอำไพ” ของ คุณชัยวัฒน์ ปริ่มผล เกษตรกรดีเด่นสาขาทำสวนระดับจังหวัดของตราด และระดับภาคตะวันออก จะไม่ได้มีขนาดใหญ่โตมากนัก เพราะมีพื้นที่ 26 ไร่ อยู่ที่ตำบลทุ่งนนทรี อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด แต่เป็นสวนผลไม้ที่ผู้คนจากทั่วประเทศมักไปเที่ยวชมและไปศึกษาดูงานกันเป็นประจำ เพราะเขาผู้นี้ใช่จะเป็นเกษตรกรตัวอย่างในเรื่องการปลูกพืชผักผลไม้แบบอินทรีย์เท่านั้น แต่ยังแปรรูปผลผลิตเพื่อเพิ่มมูลค่าด้วย โดยเจ้าตัวยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาใช้ในการดำเนินชีวิตและในอาชีพการทำเกษตรมาหลายปีแล้ว เต็มอิ่มกับผลไม้ปลอดสาร ปัจจุบันเขาผู้นี้ต่อยอดนำผลไม้สดจากสวนมาแปรรูป เป็นผลไม้อบแห้ง แบรนด์ “พีเอฟที” (PFT) ไม่ว่าจะเป็น ทุเรียนอบแห้ง สับปะรดอบแห้ง กล้วยอบแห้ง เพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออกไปต่างประเทศด้วย และยังแปรรูปเป็นน้ำพริกแกงป่าอบแห้ง และแกงส้มสับปะรดกุ้ง ที่เป็นแกงส้มกึ่งสำเร็จรูป ก่อนหน้านี้คุณชัยวัฒน์ก็ได้รับเลือกให้เป็นสมาร์ตฟาร์มเมอร์ (Smart Farmer) ของจังหวัดตราด ต้นแบบ สาขามังคุด เนื่องจากเป็นผู้พัฒนาและผลิตมังคุดแบบครบวงจร โดยแปรรูปมังคุดสดเป็นน้ำมังคุ
ที่มา : คอลัมน์ เครื่องแนม มติชนรายวัน ผลกลมสีเหลืองอ่อนทรงแป้น มองผาดๆ นึกว่าเป็นลูกจัน แต่ถ้ามีสีส้มเข้ม-ลูกพลับแน่นอน แต่ที่เป็นจุดเด่นจริงๆ คือ กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่เอิ่ม…สดชื่น เหมือน…บาธโฟม? บางคนก็ว่าเหมือนกลิ่นดอกนมแมว ส่วนรสชาติน่ะรึ หวานกว่าชมพู่ทั่วไป เนื้อมีความคล้ายชมพู่มะเหมี่ยว “ชมพู่น้ำดอกไม้” เป็นไม้ผลโบราณมาก หายาก แต่ตอนนี้กระแสเริ่มมา ราคาจึงไม่เบา ด้วยสรรพคุณที่ดีงามร้อยแปดพันประการ เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ต้องระมัดระวังเรื่องอาหารการกิน ไม่หวาน ไม่มัน ไม่เค็ม สรรพคุณใช้เป็นยาชูกำลัง แก้ลมปลายไข้ บำรุงหัวใจ เป็นยาหอม ที่สำคัญคือลดคอเลสเตอรอล อุดมด้วยวิตามินมากมาย ตั้งแต่วิตามินเอ บี1 บี2 บี3 วิตามินซี มีแคลเซียม ธาตุเหล็ก แมกนีเซียม แมงกานีส ฟอสฟอรัส และสังกะสี …ยังไม่หมด… ไม่ใช่แค่ผลเท่านั้น ประโยชน์ทางยาจาก “ชมพู่น้ำดอกไม้” ยังใช้ได้ยันเปลือก ต้น และเมล็ด เป็นยาแก้เบาหวานและท้องเสีย บรรยายกันมาซะขนาดนี้ อยากรู้ต้องลอง…
