สุขภาพ
อภัยภูเบศร แจกสูตร โดนัทขมิ้นชัน ทานคู่กันกับ แยมกระเจี๊ยบ รสหวานเปรี้ยว ช่วยบำรุงร่างกาย ขมิ้นชัน มีฤทธิ์ขับลม ช่วยย่อย รักษาโรคกระเพาะ กรดไหลย้อน ท้องอืดท้องเฟ้อ ต้านมะเร็ง นอกจากนี้ ยังช่วยบรรเทาอาการของระบบทางเดินหายใจด้วย โดยเฉพาะภูมิแพ้ อีกทั้ง กระเจี๊ยบ มีสารแอนโทไซยานิน ช่วยสร้างความแข็งแรงให้กับหลอดเลือด ช่วยลดความดันโลหิต ขับปัสสาวะ ขับยูริก สารสกัดจากกลีบดอกช่วยทำให้อุจจาระนุ่มขึ้น เพจ สมุนไพรอภัยภูเบศร ได้แจกสูตรการประยุกต์เอา ขมิ้นชันและกระเจี๊ยบ มาทำ โดนัทและแยม ไว้ทานเป็นของว่างบำรุงร่างกาย โดยสูตรและวิธีทำ ดังนี้ ส่วนประกอบ (เสิร์ฟได้ 30 ชิ้น) แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 1/2 ถ้วยตวง ผงฟู 4 ช้อนชา เกลือ 1/4 ช้อนชา น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง นมสด 1/2 ถ้วยตวง ไข่ไก่เบอร์ 1 3 ฟอง น้ำมันพืช 1/4 ถ้วยตวง กลิ่นนมเนย 1 ช้อนชา ผงขมิ้นชัน 1/4 ช้อนชา กล้วยหอม วิธีทำ 1. ร่อนแป้ง ผงฟู เกลือ และผงขมิ้นชันเข้าด้วยกัน 2. เคล้าน้ำตาลทรายและแป้งให้เข้ากันในชามผสมขนาดกลาง 3. เติมนม ไข่ และน้ำมัน คนจนส่วนผสมเนียน 4. หั่นกล้วยหอมเป็นลูกเต๋าใส่ลงไป 5. หยอดส่วนผสมลงอบในเครื่องทำโดนัท นำโดนัทออกจากเตา ว
กรมอนามัย เปิดโพล พฤติกรรมที่ ปชช. ปฏิบัติได้น้อยที่สุด ในการลดความเสี่ยงติดโควิด เว็บไซต์ กรมอนามัย เผยข่าว นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังขยายเป็นวงกว้างและมีความต่อเนื่องในช่วงนี้ การป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล (Universal Prevention) เป็นมาตรการที่ขอให้ปฏิบัติอย่างจริงจังและต่อเนื่อง จากผลสำรวจอนามัยโพล ประเด็น “คิดเห็นอย่างไร กับมาตรการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล (Universal Prevention for COVID-19)” โดยได้แบ่งการสอบถามเป็น 2 กลุ่ม คือ เจ้าของหรือผู้ประกอบการ พนักงาน และอีกกลุ่มเป็นประชาชนทั่วไป ระหว่างวันที่ 24 สิงหาคม – 1 กันยายน 2564 พบว่า พฤติกรรมที่กลุ่มเจ้าของหรือผู้ประกอบการ พนักงาน ส่วนใหญ่ทำได้มากที่สุดคือ 1. ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ทุกครั้ง ร้อยละ 89.2 2. แยกของใช้ส่วนตัวทุกชนิด ไม่ใช้ของร่วมกับผู้อื่น ร้อยละ 83.5 ส่วนพฤติกรรมที่ทำได้น้อยที่สุด คือ งดกินข้าวร่วมกัน ร้อยละ 66.9 สำหรับกลุ่มประชาชนทั่วไปพบว่า พฤติกรรมที่ทำได้มากที่สุดคือ 1. ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ทุกค
อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย! มาทำเครื่องดื่ม แก้หวัด-ไอ จาก กระเจี๊ยบ-ขิง กันเถอะ! เพจ สมุนไพรอภัยภูเบศร ได้แจกสูตร น้ำกระเจี๊ยบขิง ให้ประชาชนได้นำไปทำทานแก้หวัด-ไอ ขับเสมหะในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย อีกทั้งยังช่วยแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ได้อีกด้วย โดยวัตถุดิบ วิธีทำ ดังนี้ วัตถุดิบ – ขิงแก่ 30 กรัม – กระเจี๊ยบแดง 15 กรัม – น้ำตาลกรวด (หากไม่มีใช้น้ำตาลทรายแดง หรือน้ำผึ้ง) ตามชอบ – น้ำเปล่า 1 ลิตร วิธีทำ – นำสมุนไพรมาต้มเดือดนาน 15 นาที หรืออาจให้นาน 30 นาทีก็ได้ตามสะดวก จากนั้นเติมน้ำตาลหรือน้ำผึ้งตามชอบ เทคนิค : การต้มของนาน 30 นาที จะช่วยให้กระตุ้นภูมิคุ้มกันดีขึ้น (กระตุ้นเม็ดเลือดขาวในการจับกินเชื้อ) รับประทานวันละ 1-3 แก้ว (หรือครั้งละ 200 ml) วันละ 3 ครั้ง หมายเหตุ : กระเจี๊ยบมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ลดความดัน หากมีความดันต่ำอยู่แล้วควรระวังในการกินขนาดสูง ไม่ควรกินต่างน้ำ
ใช้วัตถุดิบเพียง 5 อย่าง ก็ทำ ตำรับ ยาสดต้านหวัด ได้ง่ายๆ เพจ สมุนไพรอภัยภูเบศร ได้แจกสูตร ยาสดต้านหวัด ตำรับยาที่ช่วยบรรเทาอาการไอ ขับเสมหะ แก้เจ็บคอ รวมถึงต้านหวัดได้ โดยมีวัตถุดิบและวิธีการทำ ดังนี้ วัตถุดิบ ใบกะเพรา 1 กำมือ ขิงแก่ 100 กรัม น้ำมะนาว 1 ถ้วย เกลือ 1 ช้อนชา แบะแซ 100 กรัม วิธีทำ นำขิงแก่มาซอยเป็นชิ้นเล็กๆ และนำไปปั่นรวมกับใบกะเพรา จากนั้นกรองเอาแต่น้ำ เคี่ยวน้ำขิงแก่ ใบกะเพราที่ได้กับแบะแซ น้ำมะนาว และเกลือ เคี่ยวไปเรื่อยๆ จนน้ำข้น มีลักษณะคล้ายน้ำเชื่อม นำใส่ภาชนะ ปิดฝาให้สนิท เก็บใส่ตู้เย็นจะสามารถเก็บได้นาน 1-2 สัปดาห์ วิธีการรับประทาน : ให้จิบบ่อยๆ เมื่อมีอาการไอ เจ็บคอ เผยแพร่เมื่อ วันอังคารที่ 8 มิถุนายน พ.ศ.2564
เปลี่ยน บอระเพ็ดรสขม มาเป็นยาอายุวัฒนะ บำรุงร่างกาย ด้วยการ ดองน้ำผึ้ง กันเถอะ! ในช่วงเปลี่ยนผ่านของฤดู มักทำให้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย บางวันร้อน บางวันฝน เจอสลับกันบ่อยๆ ก็ส่งผลต่อสุขภาพ ทำให้ไม่สบายได้ง่ายๆ เพจ สมุนไพรอภัยภูเบศร ได้แจกสูตร บอระเพ็ดดองน้ำผึ้ง ไว้ทานบำรุงร่างกายในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย หรือจะทานเป็นยาอายุวัฒนะก็ได้เหมือนกัน โดยสูตรและวิธีการทำ ดังนี้ ส่วนประกอบ 1. บอระเพ็ด 2. น้ำผึ้งแท้ วิธีทำ 1. นำบอระเพ็ดล้างทำความสะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็กขนาดประมาณ 1 องคุลี (ความยาว 1 ข้อแรกของนิ้วกลาง) แล้วผึ่งให้แห้ง 2. นำน้ำผึ้งเคี่ยวจนงวดข้นดี เพื่อไล่น้ำออก ทิ้งไว้ให้เย็น 3. นำบอระเพ็ดที่เตรียมไว้ใส่ลงในโหลประมาณครึ่งโหล จากนั้นเทน้ำผึ้งที่เคี่ยวแล้วลงไป ให้เหลือที่ว่างจากน้ำผึ้งถึงขอบโหลประมาณ 3 นิ้ว ปิดฝาให้สนิททิ้งไว้ 3 เดือน ระวังอย่าให้ยาตากแดด วิธีรับประทาน นำยาดอง 1 ช้อนโต๊ะผสมกับน้ำ 1 แก้ว ดื่มวันละ 2-3 ครั้ง ก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ และสามารถรับประทานผสมน้ำแข็งเป็นเครื่องดื่มได้ เมื่อดองครบ 3 เดือนสามารถเทน้ำผึ้งออก และเติมน้ำผึ้งเพื่อดองใหม่ สามารถทำได้ 3 ครั้ง
หยิบสมุนไพรในครัว มาทำ ขนมเทียนขิงไส้ขิงงาดำ อร่อย ได้ประโยชน์ ทำไม่ยากอย่างที่คิด ขิง จัดเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่นิยมนำมาใช้กันมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะทางการแพทย์ ปรุงอาหาร หรือทำเป็นเครื่องดื่มร้อน-เย็น ขิงจัดเป็นสมุนไพรรสเผ็ดอุ่น มีฤทธิ์แก้หวัด ขับเหงื่อ บำรุงกระเพาะ แก้อาการคลื่นไส้อาเจียน อีกทั้งยังสามารถลดระดับไขมันในเลือดได้ คุณครูนิด-นิสาภ์รัชฏ์ เหล่าก้อนคำ เจ้าของเพจ ห้องขนมครูนิด ได้แบ่งปันสูตรการทำ ขนมเทียนขิงไส้ขิงงาดำ ให้กับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ นำมาให้เพื่อนๆ ทำทานเสริมสร้างและบำรุงสุขภาพในช่วงนี้กัน โดยวัตถุดิบและวิธีการทำ ดังนี้ ส่วนผสมไส้ขิงงาดำ วิธีทำ 1. นำน้ำผึ้งเทลงในขิงใส่เกลือคนให้เข้ากัน แล้วนำไปเทลงในงาดำบดละเอียดคนให้เป็นเนื้อเดียวกัน 2. แบ่งเป็นก้อนขนาดตามต้องการ พักไว้ ส่วนผสมตัวแป้ง วิธีทำ 1. ร่อนแป้งพักไว้ 2. นำกะทิ น้ำตาลทรายแดง ขิงผง เทลงในชามผสมคนให้เข้ากัน 3. นำส่วนผสมในข้อ 2 ไปเทใส่แป้งที่ร่อนแล้วคนให้เข้ากัน นวดจนแป้งเนียนเข้ากันดี พักแป้งไว้ 30 นาที 4. นำแป้งที่ได้ไปแบ่งเป็นก้อนขนาดตามต้องการ แล้วนำไปห่อไส้ที่เตรียมไว้ด้วยใบตอง 5. นำไปนึ่งในน้ำเดือด 25
รู้หรือไม่! ยาแก้ไอ ต้านหวัด เสริมภูมิคุ้มกัน สู้ไวรัส ทำเองได้ง่ายๆ ด้วย หัวหอม หอม ผักสมุนไพรที่คนไทยมีการใช้รักษาหวัดมายาวนาน ใช้ได้ทั้งหอมใหญ่และหอมแดง โดยในหอมมีสารเคอร์ซิติน (Quercetin) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ ฤทธิ์เพิ่มภูมิคุ้มกัน ฤทธิ์ต้านฮิสตามีน (ต้านการแพ้) รวมถึงช่วยขยายหลอดลม ซึ่งเป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่ชาวบ้านมักนำมาใช้แก้หวัด แก้ไอ กันประจำ เพจ สมุนไพรอภัยภูเบศร ได้แจกสูตร ยาแก้ไอหัวหอม ที่สามารถทำทานเองง่ายๆ โดยวัตถุดิบและวิธีการทำมีดังนี้ วัตถุดิบ 1. หัวหอม สูตรนี้ใช้เป็นหอมหัวใหญ่ 6 หัว 2. น้ำผึ้ง 12 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ 1. ล้างหอมหัวใหญ่ให้สะอาด จากนั้นนำไปปอกเปลือก 2. สับหรือหั่นเป็นลูกเต๋า แล้วนำไปตุ๋นไฟอ่อน 2 ชั่วโมง 3. เมื่อตุ๋นจนครบ ให้กรองเอาแต่น้ำหอมหัวใหญ่ จากนั้นทิ้งไว้ให้เย็น แล้วเติมน้ำผึ้งผสมลงไป เท่านี้ก็ได้ยาแก้ไอสูตรพื้นบ้านทานแก้ไอ ขยายหลอดลมแล้ว เผยแพร่เมื่อ วันเสาร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ.2564
เปิดวิธีสังเกต ยาฟ้าทะลายโจร ดูยังไงว่าเสื่อมสภาพ-หมดอายุ? กระแสสมุนไพรอย่าง ฟ้าทะลายโจร ถือว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ในการนำมาทานเพื่อดูแลสุขภาพร่างกายกันในยามนี้ มีการนำมาแปรรูปเป็นส่วนประกอบในการปรุงอาหาร เพื่อง่ายต่อการรับประทาน แต่การนำมาแปรรูปเป็น ยา ก็ยังคงได้รับความนิยมกว่า เพจ สถาบันการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร ได้ตอบคำถามเกี่ยวกับ ฟ้าทะลายโจร ว่าด้วยเรื่อง การสังเกตยาฟ้าทะลายโจรที่เสื่อมสภาพหรือหมดอายุ ว่าดูอย่างไร โดยวิธีการสังเกตและตรวจสอบคุณภาพอย่างง่าย สามารถพิจารณาได้จาก รูป รส และกลิ่น หากมีลักษณะหรือกลิ่นที่แปลกไป ถือเป็นสัญญาณเตือนเบื้องต้น ที่บ่งบอกว่า ยาเริ่มเสื่อมสภาพ ซึ่ง ยาแต่ละรูปแบบ แยกสังเกตได้ดังนี้ 1. ยาเม็ดลูกกลอน : จะมีการเปลี่ยนสี มีเม็ดหรือจุดหรือเส้นใยที่เกิดจากเชื้อราขึ้นที่เม็ดยาลูกกลอน หรือจะเห็นได้ว่ายาเกาะติดกันเป็นก้อน และอีกลักษณะหนึ่งคือ ยาแตกล่อนไม่เป็นเม็ด 2. ยาแคปซูลแข็ง : หากยาเสื่อมสภาพ จะสังเกตได้ว่าเปลือกแคปซูลจะบวม ผงยาข้างในจะเปลี่ยนสีหรือมีกลิ่นผิดปกติ 3. ยาผง : สามารถสังเกตจากสีหรือกลิ่นของยาที่เปลี่ยนไป ผงยามีการเกาะกันเป็นก้อนแข็ง อ
สงสัยกันไหม? สวมหน้ากากอนามัย แต่ทำไมยังติดเชื้อโควิด-19 อยู่ เว็บไซต์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เผยอินโฟกราฟิกให้ความรู้ เกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 หัวข้อ สวมหน้ากากอนามัยแต่ทำไมติดเชื้อโควิด-19 โดย อ.ดร.พญ.วรรษมน จันทรเบญจกุล ระบุว่า จากการศึกษาผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 พบว่า ผู้ป่วยบางรายป้องกันตนเองด้วยการสวมหน้ากากอนามัยเป็นประจำ แต่ยังสามารถติดเชื้อโรคโควิด-19 ได้ เนื่องจากการสวมหน้ากากอนามัยผิดวิธี รวมถึงอาจมีพฤติกรรมหละหลวมในมาตรการบางอย่าง ซึ่ง โรคโควิด-19 ติดต่อผ่านทางละอองฝอยขนาดใหญ่ และการสัมผัสสารคัดหลั่ง ดังนั้น นอกจากการสวมหน้ากากอนามัยให้ถูกวิธีแล้ว ต้องหมั่นล้างมือและเช็ดทำความสะอาดจุดที่สัมผัสบ่อยๆ เป็นประจำ โดยสาเหตุที่ทำให้ติดเชื้อโควิด-19 แม้สวมหน้ากากอนามัย มีดังนี้ การนำมือที่เปื้อนสารคัดหลั่งไปสัมผัสบริเวณใบหน้า ดวงตา รวมถึงจมูก สวมหน้ากากอนามัยผิดวิธี โดยขอบของหน้ากากไม่แนบสนิทกับใบหน้า หรือปิดบริเวณปากและจมูกไม่มิดชิด เก็บหน้ากากอนามัยไว้ในที่เสี่ยงต่อการสะสมของเชื้อโรค เช่น กระเป๋ากางเกง กระเป๋าสะพายหรือวางบนโต๊ะระหว่างรับประทานอาหารซึ่งมีโอกาสเสี่ยงต่อการ
เปิดสูตร ยำกระเจี๊ยบแดง เมนูลดความดัน-ไขมัน บำรุงโลหิต สร้างความแข็งแรงให้หลอดเลือด เพจ สมุนไพรอภัยภูเบศร แจกสูตร ยำกระเจี๊ยบแดง ไว้ทานบำรุง-ดูแลร่างกาย โดย กระเจี๊ยบแดง มีสารแอนโธไซยานิน (anthocyanin) มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยสร้างความแข็งแรงให้หลอดเลือด ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ ขับยูริก บำรุงโลหิต ลดความดันโลหิต ลดไขมันในเลือด กลีบเลี้ยง กลีบดอกมีแคลเซียม ช่วยบำรุงกระดูกและฟันอีกด้วย โดยส่วนประกอบในการทำ ยำกระเจี๊ยบแดง มีดังนี้ 1. กลีบเลี้ยงกระเจี๊ยบแดงสด 1 ถ้วย 2. กุ้ง 3 ตัว 3. หมูสับ 3 ช้อนโต๊ะ 4. หอมแดงซอย 1/2 ลูก 5. แคร์รอตหั่นเป็นเส้นเล็กน้อย 6. ผักชีฝรั่งซอย 1 ช้อนโต๊ะ 7. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ 8. น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา 9. น้ำมะนาว 2 ช้อนชา วิธีทำ 1. ล้างกระเจี๊ยบแดงให้สะอาด แกะออกเป็นกลีบๆ ใส่ตะแกรงให้สะเด็ดน้ำ จากนั้นหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ นำไปลวกน้ำร้อนให้พอสุก 2. นำกุ้งและหมูสับไปลวกจนสุก พักไว้ จากนั้นเตรียมหอมแดงและผักชีฝรั่ง 3. เตรียมชามผสม นำน้ำปลา น้ำตาลทราย น้ำมะนาวคนให้เข้ากันจนน้ำตาลทรายละลายดี จากนั้นใส่กระเจี๊ยบแดง หอมแดง แคร์รอต หมูสับ และกุ้งลงไป เคล้าให้เข้ากันเบาๆ ตักเสิ
