Featured
กว่าจะมาเป็น 1 คน 8 คาแร็กเตอร์! ทำยังไง “ครอบครัวท่านเปา” สร้างสรรค์คลิปกระตุ้นอารมณ์ร่วม เข้าถึงคนทุกวัย ในงานเติมเทรนด์ 2025 มีเซกชันน่าสนใจมากมาย หนึ่งในนั้นคือ ‘เทรนด์การเป็นครีเอเตอร์ที่เริ่ดในปี 2025’ ซึ่งมีการพูดคุยกับคุณเปา เจ้าของช่อง “ท่านเปา” ที่กำลังมาแรงมากในขณะนี้ มีผู้ติดตามในติ๊กต็อก 2.6 ล้านคน ด้วยคอนเทนต์แนวครอบครัวที่นำเสนอเรื่องราวหลากหลาย ผ่านการแสดงเพียงคนเดียว แต่สามารถถ่ายทอดได้ถึง 8 บทบาทที่สมจริงและเข้าถึงอารมณ์ผู้ชม ครอบครัว ‘ท่านเปา’ 8 คาแร็กเตอร์ในคนเดียว ช่อง “ท่านเปา” เน้นนำเสนอเรื่องราวครอบครัวที่อาจเกิดขึ้นจริงในหลายๆ บ้าน ซึ่งครอบครัวของท่านเปาจะมีสมาชิกทั้งหมด 8 คน ได้แก่ พ่อ (ชยเดช), แม่ (นิภา), ลูกชายคนเล็ก (เป้ ชยางกุล), ลูกชายคนโต (เปา ชยพล), ภรรยาของเปา (พลอย นฤมล), ลูกสาวคนเล็ก (ปริม ปริมนภา), สะใภ้รอง (ปลายฟ้า) และล่าสุด แม่ของพ่อเดช (ย่าเอียด) โดยทั้งหมดนี้แสดงโดย คุณเปา เพียงคนเดียว กว่าจะมาเป็นคลิปที่สมบูรณ์ คุณเปา เล่าว่า แม้ตนนั้นจะไม่ได้เรียนด้านการตัดต่อมาโดยตรง แต่สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองจากแหล่งความรู้ต่างๆ และนำมาปรับใช้กับคอนเทนต
จากความสำเร็จของโปรโมชัน “คุ้ม คุ้ม อิ่มไม่อั้น 299 บาท” ตั้งแต่เดือนมิถุนายน–สิงหาคม 2568 ต่อเนื่องกว่า 3 เดือน ส่งผลให้ยอดขายของ MK Restaurants เติบโต 5% และเฉพาะสาขาที่ร่วมโปรโมชันนี้เติบโต 33% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ รวมกว่า 1.7 ล้านคน ทั้งกลุ่มลูกค้าที่ไม่ได้มา MK นานกว่า 6 เดือน กลุ่มลูกค้าปัจจุบันมาบ่อยขึ้น รวมถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ที่มีอายุน้อยลงก็ให้ความสนใจจำนวนมาก อีกทั้งการขยายสาขาเพิ่มจาก 254 สาขา เป็น 299 สาขา ในช่วงเดือนกรกฎาคม ยังช่วยต่อยอดศักยภาพการเติบโตให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น กลยุทธ์การตลาดครั้งนี้จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสำเร็จจากเสียงตอบรับอย่างกว้างขวาง และสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันอย่างแท้จริง วันนี้ MK Restaurants ประกาศเดินเกมต่อ ลุยโปรโมชัน อัปเลเวลเป็น “คุ้มเกินคุ้ม 299 บาท” ต่อ ปรับให้คุ้มกว่าเดิมทุกมิติ! เมนูมากขึ้น! ฟินยาว ถึงสิ้นปี! พร้อมเมนูพิเศษทุกเดือน โดยยังอร่อยคุณภาพตามแบบฉบับของ MK เหมือนเดิม แถมฟินจุใจถึง 90 นาที “299 คุ้มเกินคุ้ม ดีขึ้นทุกมิติ” เมนูเพิ่มขึ้นเป็น 29 เมนู เน้นความคุ้มค่
“มีฤทธิ์ ฟู้ด ฮับ” เป็นร้านอาหารเล็กๆ ตั้งอยู่ในซอยแจ้งวัฒนะ 14 ถนนแจ้งวัฒนะ มีรูปแบบการบริการทั้งทานได้ที่ร้าน และ Ready to Go ส่วนเมนูประจำนั้นหลากหลาย ทั้ง เครื่องดื่ม อาหารคาว-หวาน มี เชฟนาย-มนัชญา กุลพงษ์วดี เป็นเจ้าของกิจการ ซึ่งเธอมีแนวคิดที่ว่า อาหารดีต้อง “มีฤทธิ์” ดีต่อใจและดีต่อกายไม่ต่างกัน และไม่กี่วันก่อน เชฟนาย เปิดบ้านพักซึ่งอยู่ละแวกเดียวกันกับร้านอาหารของเธอ เชิญสื่อจำนวนหนึ่ง รวมถึง “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ให้ได้มีโอกาสเปิดประสบการณ์ รับประทานมื้อกลางวัน ในแบบของ “Immune Table” หรือ “อาหารกระตุ้นภูมิ” “อาหารกระตุ้นภูมิ ไม่ใช่เพียงการเลือกวัตถุดิบที่มีคุณค่าเท่านั้น แต่คือการผสมผสานศาสตร์การปรุงอาหารแบบไทยกับความเข้าใจร่างกายในเชิงโภชนาการและสมดุลธรรมชาติ อาหารเซตนี้ เป็นการสนทนาแห่งสุขภาพ ที่เริ่มต้นตั้งแต่คำแรกไปจนถึงคำสุดท้าย โดยคัดสรรวัตถุดิบพื้นบ้าน สมุนไพร เครื่องเทศ และกระบวนการหมักดองที่อุดมด้วยจุลินทรีย์ที่ดี มีฤทธิ์ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันจากภายใน” เชฟนาย บรรยายมาอย่างนั้น สำหรับ “เมนูเสิร์ฟ” กระตุ้นภูมิ โดยเชฟนาย ครั้งนี้ เริ่มต้นด้วย เครื่องดื่มเปิดต่อมร
“ไม่เน้นเอากำไร ขอแค่ลูกค้าอิ่ม” ร้านข้าวมันไก่เปิด 24 ชม. ให้เยอะล้นจาน ขวัญใจคนกินดึก “ไม่ต้องไปเน้นเอากำไรเยอะขายของทุกวันนี้ เพราะว่าเงินหายาก ไม่ต้องไปรวยไปสร้างตึกสร้างอะไรขนาดนั้นหรอกนะ” เจ๊เก้า กล่าว คำพูดที่ตรงๆ ของแม่ค้าข้าวมันไก่ที่ชื่อว่า เจ๊เก้า-จุฑาภรณ์ ธัญญาหาร อายุ 48 ปี ที่กระแทกใจคนฟังไม่น้อย ด้วยยุคข้าวยากหมากแพงนี้ หากขายของหวังจะเอากำไรอย่างเดียว นี่ไม่ใช่แนวคิดของเธอเลย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้มีโอกาสไปนั่งคุยกับเจ๊เก้า เจ้าของร้านเจ๊เก้าข้าวมันไก่ หน้าวัดสะพานสูง บางซื่อ ตั้งแต่ครั้งแรกที่คุยก็สัมผัสได้ถึงความจริงใจที่เธอมีต่อครอบครัว ลูกน้อง และที่สำคัญเลยคือ ลูกค้า เรื่องราวก่อนขายข้าวมันไก่ ย้อนไปเมื่อตอนที่เธอเรียนจบ ม.6 มาใหม่ๆ ได้มาทำงานออฟฟิศอยู่ประมาณเกือบ 7 ปี และมีความรักกับคนคนหนึ่ง ซึ่งดูเหมือนจะเป็นลูกเจ้าของ แต่ก็เกิดเหตุนอกใจ จนทำให้เธอตัดสินใจลาขาดจากจุดจุดนั้น ความรักที่เป็นรักครั้งแรก ก็ผิดหวัง เธอจึงตัดสินใจโทรหาพี่สาว ซึ่งตอนนั้นพี่สาวของเธอก็ขายข้าวมันไก่อยู่ที่จุฬาฯ “คราวนี้เจ๊ก็เลยโทรไปหาพี่สาวว่า เนี่ยจะไปอยู่กับพี่สาว พี่สาวก็เลยว่าเออ
ในยุคที่การใช้จ่ายเพียงปลายนิ้วสามารถเปลี่ยนยอดเงินในบัญชีให้ลดลงได้อย่างรวดเร็ว ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยกำลังเผชิญกับสถานการณ์ “ซื้อก่อน คิดทีหลัง” ซึ่งอาจเป็นผลมาจากความสะดวกสบายของเทคโนโลยีและการตลาดในยุคดิจิทัล แม้ผู้บริโภคยุคใหม่จะให้ความสำคัญกับการออมแต่การซื้อสินค้าโดยไม่ไตร่ตรองอย่างละเอียดก็ยังเป็นจุดอ่อนสำคัญที่ทำให้เกิดการใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น จากการสำรวจของ Deloitte พบว่า กลุ่ม Millennials หรือ Gen Y ไปจนถึง Gen Z มีแนวโน้มใช้จ่ายแบบอิงอารมณ์สูงขึ้น ในขณะที่รายงานจาก McKinsey & Company ระบุว่า พฤติกรรมการซื้อสินค้าออนไลน์ของผู้บริโภคในกลุ่มนี้มีความเปราะบางต่อแรงกระตุ้นจากการจัดโปรโมชันลดราคา การรีวิวจากอินฟลูเอนเซอร์ และการเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่นในโซเชียล ซึ่งมักนำไปสู่การตัดสินใจซื้ออย่างรวดเร็ว ลองมาดู 3 คำถามที่ควรหยิบมาใช้ก่อนกดซื้อทุกครั้ง จาก เคทีซี เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจใช้จ่ายได้อย่างมีสติ 1. เราจะใช้สิ่งนี้ภายใน 7 วันหรือไม่ ผู้ประกอบการนิยมใช้เทคนิคเพื่อเพิ่มยอดขาย อาทิ การจัดโปรโมชันลดราคาแบบจำกัดเวลา การวางสินค้าใกล้จุดชำระเงิน หรือการวางส
การเติบโตของ SMEs ไทย ยุคใหม่ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากการฟังเสียงของลูกค้า การมองเห็นปัญหา เข้าใจความต้องการของผู้บริโภคอย่างตรงจุด และมีพันธมิตรทางธุรกิจที่พร้อมจะเติบโตไปด้วยกัน ดังเช่นเรื่องราวความสำเร็จของแบรนด์ FULL FISH ที่เริ่มต้นจากกิจการครอบครัวในท้องถิ่น แต่ต้องสร้างสินค้าให้แมสเข้าถึงผู้บริโภคทุกวัย จนในวันนี้ได้ก้าวขึ้นเป็นสินค้าขายดีบนเชลฟ์ เซเว่น อีเลฟเว่น SMEs ไทย สายสแน็ก FULL FISH (ฟูฟิช) เกิดจากธุรกิจครอบครัวที่ขายปลาเส้นในรูปแบบของฝากท้องถิ่นมาตั้งแต่ปี 2547 การเปลี่ยนผ่านสำคัญคือการพัฒนาบรรจุภัณฑ์และสร้างแบรนด์ใหม่ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ให้สินค้ามีอายุเก็บรักษานานขึ้น และจดจำง่าย โดย คุณอำพูล เอื้อจงมานี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดาสมุทร จำกัด ผู้บริหารรุ่นใหม่ที่กลับมาช่วยต่อยอดธุรกิจครอบครัว ด้วยการพลิกวิธีคิด เพียงต้องการสร้างแบรนด์จริงจัง มีแพ็กเกจจิ้งที่ได้มาตรฐาน FULL FISH จึงเป็นแบรนด์ปลาเส้นแบรนด์แรกของโรงงานที่มีบรรจุภัณฑ์ทันสมัย เก็บรักษาได้นาน และสร้างความจดจำให้ลูกค้าได้อย่างง่ายดาย FULL FISH โดดเด่นในฐานะขนมขบเคี้ยวที่ใช้การอบแทนการทอด ปริมาณคุ
ดร.ยศพิชา คชาชีวะ ในฐานะกูรูวงการอาหาร เผยถึง “ตัวอย่างไม่น่าทำตาม” เกี่ยวกับการลงทุนทำร้านอาหารในยุคปัจจุบัน กับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ไว้น่าสนใจว่า “ผมมีเพื่อนคนหนึ่ง เขาจะทำเมนูอาหาร ลงทุนจ้างช่างภาพมืออาชีพมาถ่ายรูปอาหารหมดไป 50,000 บาท แต่ลืมคิดไปว่าร้านตัวเองไม่ได้ใหญ่และทุนหนาอย่างนั้น ถึงเสร็จแล้วรูปที่ได้ก็สวยอยู่สมราคา แต่เอาไปใช้แค่ในเฟซบุ๊ก ส่วนเมนูออนไลน์ ทำไม่เสร็จสักที จนร้านเปิดไป 3-4 เดือนแล้ว เมนูเล่มยังไม่ได้ทำ ทำแค่กระดาษพรินต์ตัวอักษรในปกหนัง “งบประมาณถ่ายรูปนั้นจึงค่อนข้างสูญเปล่า ทั้งที่ยังมีวิธีที่จะหาเจ้าที่ถูกกว่า หรือไหว้วานเพื่อนฝูงให้ช่วยทำให้ หรือถ่ายเองซะเลย กล้องมือถือเดี๋ยวนี้คุณภาพล้นเครื่อง ไปสั่งซื้อตู้ไฟถ่ายภาพมาใช้ได้ภาพอาหารใสปิ๊งแล้ว ลงทุนแค่ไม่กี่พัน” กูรูวงการอาหาร กล่าว ก่อนเผยถึง เรื่อสำคัญในการทำร้านอาหาร นั่นคือ “การวางแผนธุรกิจ” “ก่อนเปิดร้านต้องลงทุนอะไรบ้าง มีตั้งแต่ ค่าเช่า ค่าทดลองอาหาร พนักงานทดลองทำงาน ค่าถ่ายรูป อุปกรณ์ จานชาม โต๊ะ เก้าอี้ ค่าพาหนะ ฯลฯ เหล่านี้จดลงบัญชีไว้อย่างละเอียด ซื้ออะไรมาเท่าไหร่ วันท
วิทยาลัยดุสิตธานี สถาบันการศึกษาด้านธุรกิจบริการชั้นแนวหน้าในเครือโรงแรมดุสิตธานี นับเป็นต้นทางในการผลิตผู้เชี่ยวชาญทั้งทางด้านการโรงแรมและการประกอบอาหารเข้าสู่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและอาหารของไทยมายาวนานกว่า 3 ทศวรรษ จึงไม่น่าแปลกใจที่จะพบศิษย์เก่าของวิทยาลัยดุสิตธานีจำนวนมากที่มีชื่อเสียงและสร้างคุณประโยชน์ให้แก่วงการท่องเที่ยวและอาหารทั้งของไทยและในระดับสากล ด้วยเหตุนี้ สมาคมศิษย์เก่าวิทยาลัยดุสิตธานี จึงเกิดแนวคิดริเริ่ม ชักชวนศิษย์เก่าผู้มีชื่อเสียงในวงการ ประกอบด้วย 12 เซเลบริตี้เชฟและ 1 ซอมเมอลิเยร์ มารวมตัวกันทำกิจกรรมเพื่อสังคม โดยรายได้สุทธิจากการจัดงานครั้งนี้ จะนำไปสมทบทุนเพื่อการศึกษาสำหรับนักศึกษาวิทยาลัยดุสิตธานี และมอบให้แก่องค์กรสาธารณกุศล ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดงาน คือส่งเสริมความมุ่งมั่นในสายงานอุตสาหกรรมการบริการ สร้างสายสัมพันธ์รุ่นพี่-รุ่นน้อง และช่วยแบ่งเบาภาระสังคม สำหรับการรังสรรค์ดินเนอร์สุดพิเศษ ในงาน JOURNEY OF FLAVOR “A TWIST FOR THE BETTER TOGETHER” ครั้งนี้ มาพร้อมกับแนวคิด 5 Regions with a Modern Thai Twist หรือ อาหารไทย 5 ภูมิภาคกับกลิ่นอายร
คุณตั้ม–จิตติศักดิ์ ศิลป์ทอง วัย 35 ปี เจ้าของเพจ “ไปกับเรารูปสวยนะ” คุยกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ด้วยรอยยิ้มถึงเส้นทางชีวิตที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่เต็มไปด้วยการลองผิดลองถูก จากเด็กช่างดีไซน์กราฟิกที่ถูกกรอบร้านไวนิลจำกัดความคิด สู่วิถีช่างภาพอิสระที่วันนี้ มีงานเข้าตลอดๆ ชายหนุ่มเจ้าของเรื่องราว ย้อนให้ฟังว่า หลังเรียนจบ ปวส. สาขาดีไซน์กราฟิก ที่เทคโนโลยีชลบุรี ก็เริ่มต้นทำงานออกแบบป้ายไวนิล แต่ทำได้เพียง 2 เดือนรู้สึกอึดอัดกับข้อจำกัดของงาน จึงตัดสินใจลาออกมาใช้ชีวิตอิสระในฐานะ “ไบเกอร์” แต่โชคชะตาพลิกผัน เมื่อแม่ของเขา ไม่อยากให้ลูกเสี่ยงอันตรายบนท้องถนน เขาจึงขายมอเตอร์ไซค์ แล้วขอกู้เงินจากแม่ มาก้อนหนึ่งเพื่อซื้อกล้องถ่ายรูป หวังมาใช้ในงานอดิเรกที่ชอบ คือ การถ่ายรูป แต่สุดท้าย กล้องตัวนั้น ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางช่างภาพ อาชีพเลี้ยงตัวมาถึงทุกวันนี้ โดยราวปี 2559 คุณตั้ม ได้ส่งผลงานภาพของเขาเข้าประกวดในเวทีของ “แคนนอน” มีเป้าหมายแค่หวังกระเป๋ากล้องเป็นรางวัลเล็กๆ แต่สุดท้ายกลับได้ รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 พร้อมทริปบินไปรับรางวัลที่อิตาลี นับเป็นก้าวแรกทำให้ครอบคร
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผย ธุรกิจตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ (Vending Machine) มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง สอดรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวกสบาย เข้าถึงสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง และรองรับการชำระเงินที่หลากหลาย โดยในปี 2567 สามารถสร้างรายได้ถึง 10,156 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.74% จากปี 2566 นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้จัดทำบทวิเคราะห์ประจำเดือนกรกฎาคม 2568 พบว่า ธุรกิจตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ (Vending Machine) เป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบาย สามารถเลือกซื้อสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง และมีช่องทางการชำระเงินได้หลากหลาย ปัจจุบันมีนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจดังกล่าวจำนวน 760 ราย ทุนจดทะเบียน 5,962 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดเล็ก (S) จำนวน 724 ราย คิดเป็น 95% ทุนจดทะเบียน 1,800 ล้านบาท รองลงมาคือ ธุรกิจขนาดกลาง (M) จำนวน 30 ราย คิดเป็น 3.95% ทุนจดทะเบียน 2,303 ล้านบาท และธุรกิจขนาดใหญ่ (L) จำนวน 6 ราย คิดเป็น 0.79% ทุนจดทะเบียน 1,860 ล้านบาท ในปี 25
