Featured
ในยุคที่ธุรกิจอาหารและขนมแข่งกันดุเดือด ทำให้ผู้ประกอบการต้องหาจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ เพื่อสร้างความต่าง ดึงดูดลูกค้าเข้ามาที่ร้าน ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเมนูใหม่ๆ ที่ดูเป็นไปได้ยาก หรือการนำรสชาติที่ต่างกันสุดขั้วมาสร้างคอนเซ็ปต์ที่หลุดออกจากกรอบเดิมๆ ดังนั้น ใครที่สามารถสร้างความต่างได้ก่อน ย่อมมีโอกาสคว้าใจผู้บริโภคได้ รสชาติที่ท้าทาย แต่กลายเป็นจุดขาย ล่าสุด SOURI (ซูรี) แบรนด์มาการองที่มีเจ้าของคือ วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร พร้อมด้วยพี่สาวอีก 2 คน หมิง มินตรา และ ไอซ์-กษนันท์ โอภาสเอี่ยมขจร ได้เปิดตัวเมนูใหม่ที่หาที่ไหนไม่ได้ นั่นคือ “Hat Yai Fried Chicken Fatcaron” เป็นเมนูที่สะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่น ผ่าน Local Exclusive Menu หากพูดถึงหาดใหญ่ สิ่งแรกที่นึกถึงคือ “ไก่ทอดหาดใหญ่” ซึ่งการที่จะนำมาผสมกับแฟตการองนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะความท้าทายในครั้งนี้เป็นสิ่งที่ดูเหมือนจะไม่เข้ากัน แต่ทว่ารสหวานนุ่มของบัตเตอร์ครีมรสไก่ทอดที่มีความหอมของเนยและพริกไทย กับความมันและเค็มเล็กน้อยจากหนังไก่กรอบและหอมเจียว ทำให้ได้รสสัมผัสคล้ายไก่ทอดหาดใหญ่แท้ๆ เป็นมิติใหม่ๆ ผสมผสานรสชาติได้อย่างลงตัว สำหรั
ช้อปปี้ อีคอมเมิร์ซเบอร์ 1 ที่ครองใจผู้ใช้งานชาวไทย เดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในปีที่ 10 ของการเป็นผู้ริเริ่มแคมเปญดับเบิ้ลเดท “9.9” ซิกเนเจอร์แคมเปญที่นักช้อปไทยเฝ้ารอคอย ภายใต้แนวคิด “ครบ คุ้ม ไว การันตีที่ช้อปปี้” ตอกย้ำความมุ่งมั่นของช้อปปี้ในการยกระดับประสบการณ์อีคอมเมิร์ซที่ดีที่สุด ทั้งด้านความสะดวกสบาย ความคุ้มค่า และความไว้วางใจ พร้อมผลักดันให้อุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน คงกฤช ล้อเลิศรัตนะ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจการตลาด ช้อปปี้ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ความสำเร็จของแคมเปญ 9.9 ในปีนี้ แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจจากผู้ใช้งานและพาร์ตเนอร์ธุรกิจที่เติบโตเคียงข้างเราอย่างต่อเนื่อง ช้อปปี้ยังคงมุ่งมั่นสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ผู้ใช้งาน ผ่านดีลสุดคุ้มที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย, การจัดส่งที่ไวขึ้นตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักช้อปยุคใหม่, และเครื่องมือการตลาดที่ทรงพลังบนแพลตฟอร์ม เราภูมิใจที่ได้เป็นแรงผลักดันสำคัญในการช่วยผู้ขายเพิ่มยอดขาย และช่วยผู้บริโภคเข้าถึงประสบการณ์ช้อปปิ้งที่ดีที่สุด” Shopee 9.9 เติมเต็มประสบการณ์ทั้งนักช้อป ผู้ขาย และครีเอเตอร์ ช้อปปี้ ยืนหยัดในฐานะแพล
บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก “แม็คโคร–โลตัส” เดินหน้าตอกย้ำความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน ผ่านโครงการ “ลดทิ้ง สร้างค่า AXTRA Zero Waste” ตั้งเป้าลดขยะอาหารสู่หลุมฝังกลบเป็นศูนย์ (Zero Food Waste to Landfill) ภายในปี 2573 โดยร่วมมือกับพันธมิตร นำนวัตกรรมสีเขียวมาจัดการขยะอาหาร เปลี่ยนสิ่งที่เคยถูกทิ้ง นำมาสร้างประโยชน์ ต่อสังคม เกษตรกร และสิ่งแวดล้อม ซึ่งวิสัยทัศน์นี้ได้ถูกถ่ายทอดบนเวที “TNN Forum 2025 – TRANSFORMING THAILAND : ปรับโฉมไทย สู่อนาคตและความยั่งยืน” โดย ซีพี แอ็กซ์ตร้า ได้สะท้อนบทบาทผู้นำค้าปลีก ที่ขับเคลื่อนการเติบโต ควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าที่ยั่งยืน ตอกย้ำความมุ่งมั่น “ความยั่งยืนเป็นรากแก้วขององค์กร”ภายใต้โครงการหลัก “ลดทิ้ง สร้างค่า AXTRA Zero Waste” ประกอบด้วยแนวทางสำคัญ 2 ด้าน ได้แก่ “กินได้ไม่ทิ้งกัน” : สนับสนุนอาหารส่วนเกินที่ยังมีคุณภาพดี และไม่หมดอายุ ส่งต่อไปยังผู้ที่ต้องการ เช่น ครอบครัวรายได้น้อยในชุมชน ผ่านความร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร โดยโครงการ BKK FOOD BANK รวมทั้งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และ SOS เพื่อสร้า
หลายๆ คนอาจจะมองภาพนักการเมืองว่าต้องแต่งตัวเนี้ยบ ทานอาหารในโรงแรมหรู หรือดูเข้าถึงยาก แต่สำหรับ “อนุทิน ชาญวีรกูล” หรือที่หลายคนเรียกติดปากกันในชื่อ “เสี่ยหนู” นายกรัฐมนตรีคนล่าสุด กลับมีสไตล์การกินที่เข้าถึงง่าย ไม่ต่างจากคนทั่วไป ไม่ติดหรูหรา แต่ติดใจในความ “หรอย” (อร่อย) มากกว่า โดยเขามักจะแชร์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวที่ชื่อว่า Anutin Charnvirakul และโพสต์คอนเทนต์ร้านอาหารที่ชอบไปทาน ทั้งร้านดัง ร้านท้องถิ่น ร้านเก่าแก่ในตำนาน หรือแม้แต่ร้านเล็กๆ ข้างทาง เสี่ยหนูก็แวะลิ้มรสมาแล้ว และสิ่งที่ทำให้เป็นซิกเนเจอร์ คือทุกครั้งที่โพสต์รูปอาหารบนเฟซบุ๊ก เขามักจะปิดท้ายด้วยแฮชแท็กประจำตัว #เสี่ยหนูเมนูอร่อย จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของเขาไปแล้ว วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปตามรอยร้านเด็ดที่การันตีความอร่อยโดยเสี่ยหนู เริ่มกันที่ ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา ร้านเฮียตง หน้าวัดไตรมิตรฯ หนึ่งในร้านโปรดของเสี่ยหนู เป็นบรรยากาศร้านอาหารสตรีตฟู้ด ขึ้นชื่อเรื่องลูกชิ้นปลาเหนียวนุ่ม น้ำซุปรสชาติกลมกล่อม โดยเสี่ยหนูได้มีการพาหวานใจกับเหล่าข้าราชการที่สนิทไปนั่งทานกันอย่างเอร็ดอร่อย ที่ต
บาร์บีคิวพลาซ่า เดินเกมต่อยอดโมเดลร้าน “Solo Dining” ครั้งแรกที่สาขาเซ็นทรัล พาร์ค ภายใต้คอนเซ็ปต์ Tasty – Easy – For Me #อร่อยง่ายเลือกเองได้ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ชื่นชอบประสบการณ์ปิ้งย่างส่วนตัว แต่ยังคงได้รสชาติและความสนุกแบบครบครัน โดยเฉพาะกลุ่มพนักงานออฟฟิศ Young Urban และคนเมืองที่ต้องการความรวดเร็วแต่ไม่อยากพลาดโมเมนต์อาหารคุณภาพ สาขาเซ็นทรัล พาร์ค ตั้งอยู่ชั้น LG ท่ามกลางโซนร้านอาหาร Quick Service ที่เน้นจานด่วน ซึ่งนับเป็นความท้าทายสำหรับ บาร์บีคิวพลาซ่า แบรนด์ที่เติบโตจากตลาดปิ้งย่างของกลุ่มครอบครัวและเพื่อน โมเดลใหม่เริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับอย่างดีจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในย่านสีลม ทำเลศักยภาพใจกลางกรุงเทพฯ รายล้อมด้วยออฟฟิศและโรงแรมในย่านธุรกิจหลัก ซึ่งช่วยให้แบรนด์สามารถขยายฐานลูกค้าได้กว้างขึ้น พร้อมสร้างกระแสความสนใจและได้รับฟีดแบ็กเชิงบวกจากลูกค้ากลุ่มคนเมือง ที่มองหาความสะดวก รวดเร็ว และพื้นที่ส่วนตัวสำหรับมื้อปิ้งย่างคนเดียว โดยไม่ต้องเขินอีกต่อไป คุณเรืองชาย สุพรรณพงศ์ ประธานบริหารสายงานปฏิบัติองค์กร บริษัท ฟู้ด
พูดถึงเทรนด์การดื่มกาแฟของคนไทย เรียกว่าเติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจมากๆ จึงทำให้เราได้เห็นร้านกาแฟ และแบรนด์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย หนึ่งในนั้นคือ la.moon Cold Brew (ละมุน โคลด์บรูว์) กาแฟสกัดเย็นที่เริ่มต้นขึ้นเพื่อตอบโจทย์ชีวิตผู้คนในเช้าอันเร่งรีบ แต่โหยหาการดื่มกาแฟ โดยไม่ลดทอนคุณภาพ และไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปซื้อ แต่สามารถชงดื่มได้เองจากที่บ้าน ด้วยรสชาติสุดละมุนเหมือนเสิร์ฟจากร้าน แบรนด์นี้ไม่ได้แค่มีหน้าร้าน Cold Cafe bu la.moon ในจังหวัดเชียงใหม่ แต่ขยายฐานลูกค้าไปทั่วประเทศ ผ่านการจำหน่ายแบบออนไลน์ และได้รับความนิยมมากๆ บนติ๊กต็อก จากการทำคอนเทนต์หลากหลายที่ชวนติดตาม คุณธีรุตม์ วรรณฤมล กรรมการผู้จัดการ จาก ละมุน โคลด์บรูว์ เล่าว่า “เราเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ของละมุนมากกว่ายอดขาย TikTok Shop ไม่ได้แค่ช่วยให้เราขยายฐานลูกค้าจากเชียงใหม่ไปทั่วประเทศ แต่ยังพลิกโฉมโมเดลธุรกิจกาแฟของเราให้เติบโตด้วยกลยุทธ์ O+O หรือ Online to Offline ด้วย แพลตฟอร์มนี้เปิดโอกาสให้เราใช้กลยุทธ์ 3C คือการทำ Content สร้างเรื่องราวที่ประทับใจ, Communication การส่งสารไปยังกลุ่มเป้าหมายได้ตรงและ
เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ สำหรับ Food Carnival อร่อยเอาเรื่อง อีกหนึ่งเทศกาลอาหารดีที่สุด พร้อมเชิญชวนสายกินผู้ชื่นชอบประสบการณ์ความอร่อย กลางสวนสวยใจกลางกรุงเทพฯ @มิวเซียมสยาม ระหว่างวันที่ 3–5 ตุลาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 12.00–21.00 น. จัดโดย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ และสื่อเครือมติชน งานครั้งนี้ ไม่ได้คัดแต่ “ของอร่อย” เท่านั้น แต่ยังรวบรวมร้านอาหารชื่อดัง ที่ผ่านการคัดสรร มาแล้วว่าดีจริง ถูกปากถูกใจนักชิม สายฟู้ดดี้ สายทำคอนเทนต์ ไม่ควรพลาด แต่ละร้านมีสไตล์และรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็น ร้านเด็ดในตำนาน – จกโต๊ะเดียว ตำนานร้านอาหารจีนสไตล์ ‘เชฟเทเบิล’ ที่ใครๆ ก็พูดถึง และงานนี้เขามาพร้อมกับเมนูที่ทุกคนต้องลอง – ก๋วยจั๊บยืนพื้น ต้นตำรับสี่แยกพรานนก บางขุนนนท์ ที่ส่งต่อความอร่อยกว่า 60 ปี จากร้านริมฟุตปาธสู่ร้านแห่งความทรงจำ แอบกระซิบว่า ไม่เคยออกบูธที่ไหน แต่จัดเต็มที่งานนี้เท่านั้น – คุณยงค์ทองม้วนสด ทองม้วนกรอบ-หน้าเพาะช่าง ที่ใช้กะทิแท้ๆ และมะพร้าวจากบ้านแพ้ว อบจนบางกรอบ บอกเลยว่าต้องลอง! ร้านรางวัลการันตี – ส้มตำเป็นลาว ส่งตรงความแรร์จากเขาใหญ่ เจ้าของร
หลายคนอาจมองว่า “วิทยาศาสตร์” เป็นเรื่องซับซ้อนและห่างไกลจากชีวิตประจำวัน แต่เมื่อความรู้ทางวิทยาศาสตร์ถูกผสานเข้ากับหัวใจของผู้ประกอบการเพื่อสังคม (Social Enterprise : SE) ผลลัพธ์ที่ได้กลับกลายเป็นพลังขับเคลื่อนที่สร้างการเปลี่ยนแปลงในสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรมโดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการจัดการขยะล้นเมือง หรือการฟื้นฟูผืนป่าที่เสื่อมโทรม วิทยาศาสตร์ จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในห้องทดลอง หากแต่เป็น “เครื่องมือ” อันทรงพลังในการแก้ไขปัญหาสังคมที่เผชิญอยู่ทุกวัน โครงการ “พลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม” (Banpu Champions for Change : BC4C) โดย บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ ChangeFusion มุ่งมั่นผลักดันศักยภาพผู้ประกอบกิจการเพื่อสังคมมาอย่างต่อเนื่อง 14 ปี ได้สนับสนุนผู้ประกอบการ SE รุ่นใหม่ที่กล้าใช้ทั้ง “วิทย์” และ “ใจ” สร้างสรรค์กิจการเพื่อตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม โดดเด่นอย่าง แบรนด์ JAIKLA (ใจกล้า) ที่แปลงขยะอินทรีย์ให้เป็นโภชนาการใหม่ ด้วยวิทยาศาสตร์การอาหาร จากภาพของกองผักผลไม้เหลือทิ้งจากห้างสรรพสินค้าที่เคยถูกมองว่า 
ไม่กี่วันที่ผ่านมามีหลายเหตุการณ์เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มอย่าง X และ TikTok ต่างพากันพูดถึง #น้ำหอมน้องอินจุน จนกลายเป็นกระแสไวรัลที่ทำให้แบรนด์น้ำหอม Janua กลายเป็นแบรนด์ที่น่าจับตามองมากที่สุดในตอนนี้ จากน้ำหอมแบรนด์ไทยเล็กๆ ที่เริ่มต้นจากขายออนไลน์ วันนี้ “Janua” (แจนยัวร์) เติบโตขึ้น และกลายเป็นน้ำหอมแบรนด์ไทยที่ใครๆ ต่างพูดถึง และล่าสุดกับไวรัลระดับโลก ด้วยการทักแฟนคลับเพียงประโยคเดียวของ เหรินจวิ้น NCT DREAM ว่า “ใช้น้ำหอมของอะไร หอมมาก” ซึ่งเมื่อบอกราคาไปแล้วถึงกับอึ้ง เพราะราคาไม่ถึงหมื่นวอน (ราคาประมาณ 199 บาท) หลังจากนั้นไม่นานก็ได้เกิดเทรนด์ในทวิตขึ้น #น้ำหอมน้องอินจุน จนทำให้เจ้าของแบรนด์ได้ออกมาอัปเดตว่า สินค้าหมดจนต้องปิดตะกร้า! เหตุการณ์นี้เรียกได้ว่าเป็นเพราะพลังซัพพอร์ตของเหล่าแฟนคลับที่ทำให้เกิดอิมแพกต์ความแมสนี้ ล่าสุด ทางแบรนด์ได้มีการเปิดตัวพรีเซนเตอร์ร่วมงานกับศิลปินระดับ Global นั่นคือ “น้องอินจุน NCT DREAM” และสร้างปรากฏการณ์ไวรัล RENJUN’S SCENT #JANUAxRENJUN จนขึ้นเทรนด์ X อันดับ 1 ของโลก กวาดยอดขายไปกว่า 11 ล้านบาทภายในไม่กี่ช
หากพูดถึงสถานการณ์เศรษฐกิจในปีนี้ หลายคนถึงกับบอกว่าเป็นปี “เผาจริง” ทั้งเผชิญกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น แต่รายได้ไม่ค่อยขยับตาม ในส่วนของผู้ประกอบการเอง ก็รายได้หด ขายไม่ดีเหมือนแต่ก่อน เรียกได้ว่า ไม่คึกคักอย่างที่ควรจะเป็น ในยุคของรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 จึงได้มีแนวคิดกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ด้วยการนำโครงการ “คนละครึ่ง” กลับมาใช้อีกครั้ง ซึ่งโครงการนี้ เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อปี 2563 โดยรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ด้วยการลงทะเบียนผ่าน www.คนละครึ่ง.com และแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ซึ่งสามารถใช้จ่ายได้ทั้งร้านอาหาร ร้านค้าปลีก ร้านของชำขนาดเล็ก รวมถึงร้านค้าชุมชน ทั้งนี้ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และกระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียนเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในร้านค้ารายย่อย และผู้ประกอบการท้องถิ่น รายละเอียดของโครงการคนละครึ่งแต่ละเฟส โครงการคนละครึ่งดำเนินการมาแล้วทั้งหมด 5 เฟส แต่ละเฟสมีรายละเอียดและงบประมาณแตกต่างกันดังนี้ เฟส 1 (ตุลาคม–ธันวาคม 2563) ผู้ลงทะเบียน 10 ล้านสิทธิ วงเงินสนับสนุน 3,000 บาทต่อคน งบประมาณรวม 30,000 ล้านบาท เพิ่มการจับจ่
