Featured
เมื่อปลาเส้นสัญชาติไทยยืนอยู่บนเวทีที่ผู้ซื้อจากกว่า 130 ประเทศเดินผ่าน สิ่งที่ทำให้พวกเขา “หยุด” ไม่ใช่ราคา หรือรสชาติ แต่คือความชัดเจนของแบรนด์-เครื่องมือที่ FULLFISH ใช้เปลี่ยนผู้เข้าชมให้กลายเป็นคู่ค้า FULLFISH (ฟูฟิช) แบรนด์ขนมปลาเส้นสัญชาติไทย ภายใต้ บริษัท ดาสมุทร จำกัด ประกาศก้าวสำคัญที่สุดของ แบรนด์ ด้วยการรีแบรนด์จาก “แบรนด์ขนมปลาเส้น” สู่การเป็น Emotional Ecosystem Brand เต็มรูปแบบ พร้อมเปิดตัวจักรวาลแบรนด์ “Fulltopia” อย่างเป็นทางการครั้งแรกในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 มหกรรมการค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ครบวงจรที่สุดในเอเชีย ระหว่างวันที่ 26–30 พฤษภาคม 2569 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 คืองานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม (F&B Trade Show) ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ปีนี้ขยายพื้นที่จัดงานครอบคลุม 12 อาคาร รวมกว่า 140,000 ตารางเมตร นับเป็นการจัดงานครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา มีผู้แสดงสินค้าราว 3,590 บริษัท รวม 6,710 คูหา และเปิดรับ Trade Visitors จากผู้ซื้อกว่า 130 ประเทศทั่วโลก โดยคาดการณ์มูลค่าการค้า (Trade Order) รวมกว่า 130,000 ล้านบาท ในสนามแ
เมื่อผู้บริโภคยุคใหม่วิ่งเข้าหา “ของกินเล่นที่กินแล้วไม่ผิด” แบรนด์โคราชอายุกว่า 5 ทศวรรษอย่างปึงหงี่เชียง ใช้เวที THAIFEX 2026 ทดสอบไลน์ Protein Snack ใหม่ภายใต้แนวคิด “Heritage Protein, Modern Crunch” และ ได้คำตอบกลับมาชัดเจน-เทรนด์ Better-for-you มาแน่ บริษัท ปึงหงี่เชียง ฟู้ดโปรดักส์ จำกัด ผู้ผลิตเนื้อสัตว์แปรรูปและขนมขบเคี้ยวเฮอริเทจจากจังหวัดนครราชสีมา ที่ดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 50 ปี ปิดฉากการออกบูธในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 อย่างสวยงามตลอด 5 วันเต็ม โดยไฮไลต์ปีนี้คือการเปิดตัวสินค้าใหม่ในกลุ่ม Protein Snack รวม 4 SKU ที่ได้รับการตอบรับโดดเด่นจากทั้งห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เครือซูเปอร์มาร์เก็ต และผู้ซื้อต่างประเทศ พร้อมประกาศกลยุทธ์ก้าวสู่การเป็น Data-Driven Heritage Brand ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ไลน์อัพใหม่ออกแบบให้สอดคล้องกับเทรนด์ผู้บริโภคไทยปี 2569 ภายใต้แนวคิด One Brand, Two Worlds — หนึ่งรสสาย สากล หนึ่งรสสายไทย รองรับทั้งตลาดในประเทศและส่งออกในผลิตภัณฑ์ตัวเดียวกัน แคบหมูไร้มัน รสออริจินัล 7 g (CRISPY PORK RINDS) ไซซ์ Portion-Control สำหรับ สแนคระหว่างมื้อ ทอดแห้ง กร
น้ำตาลมิตรผล ผู้ผลิตน้ำตาลอันดับ 4 ของโลก และผู้นำระดับโลกด้านความยั่งยืนในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหาร จากการประเมินโดย S&P Global 2025 เข้าร่วมงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 มหกรรมงานแสดงสินค้าอาหารที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด “น้ำตาลอ้อยธรรมชาติ” ดัชนีน้ำตาลต่ำ ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพยุคใหม่ นายผรินทร์ อมาตยกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานการตลาด กลุ่มมิตรผล กล่าวว่า “แนวคิดหลักในการจัดงานปีนี้คือ Sugarcane Energizes the World เล่าถึงการนำศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของอ้อย ที่เราตั้งใจดึงประโยชน์และคุณค่าออกมาให้ได้มากที่สุด มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ในทุกการขับเคลื่อนของชีวิต เพราะเราเชื่อว่าน้ำตาลคือส่วนหนึ่งในทุกก้าวและทุกมื้อ ตามแนวคิด Mitr Phol Moves Life การพัฒนาของมิตรผลจึงต้องการเป็นพลังในการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับโลก” ไฮไลต์สำคัญ คือการเปิดตัว น้ำตาลอ้อยธรรมชาติตรามิตรผล สูตร LOW GI นวัตกรรมความหวานที่คิดค้นมาเพื่อตอบโจทย์คนที่ต้องการดูแลสุขภาพ โดยมีคุณสมบัติเด่นคือ ค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ (GI = 52) ซึ่งช่วยให้ร่างกายดูดซึมน้ำตาลช้าลง มีเ
ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังผันผวน ต้นทุนพลังงานสูง และกำลังซื้อที่เปราะบาง “อาหาร” ไม่ได้เป็นเพียงสินค้าเพื่อการบริโภคในชีวิตประจำวัน แต่กำลังเป็นห่วงโซ่เศรษฐกิจสำคัญที่เชื่อมโยงกำลังซื้อ เอสเอ็มอี ภาคเกษตร ร้านอาหาร และการท่องเที่ยว “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเวทีเสวนา KTC FIT TALK ครั้งที่ 25 “Food Economy: เมื่ออาหารกลายเป็นแรงขับเศรษฐกิจไทย” ระดมความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมอาหาร ร้านอาหาร และการท่องเที่ยวเชิงอาหาร เพื่อวิเคราะห์บทบาทของ Food Economy ในการสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจจากผู้บริโภคสู่ผู้ประกอบการ เกษตรกร และชุมชน นางสาววริษฐา พัฒนรัชต์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” กล่าวว่า หมวดร้านอาหารยังคงเป็นหมวดการใช้จ่ายอันดับ 1 ของสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี โดยในช่วง 4 เดือนแรกของปี ยอดใช้จ่ายหมวดร้านอาหารเติบโต 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่จำนวนครั้งการใช้จ่ายต่อสมาชิกต่อเดือนเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5% สะท้อนว่าอาหารยังเป็นส่วนสำคัญของไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคไทย แม้ผู้บริโภคจะระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น “ในมุมของเคทีซี อาหารคือมากกว่ากา
ลองจินตนาการดูว่า ถ้าวันหนึ่งร้านอาหารที่คุณสร้างมากับมือต้องปิดตัวลงกะทันหันเพราะวิกฤตโลก คุณจะทำอย่างไร เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้หยิบเรื่องราวของ Katie Lee (เคธี่ ลี) มาถอดบทเรียนความสำเร็จเพื่อเป็นแรงกระเพื่อมให้กับผู้ประกอบการไทย เธอคือเจ้าของร้านพิซซ่าในเซนต์หลุยส์ ที่ไม่มีเวลาแม้แต่จะนั่งเสียใจ เพราะโจทย์เดียวในหัวตอนนั้นคือ “เราต้องรอด” และลูกน้องของเธอก็ต้องรอดด้วย ในวันที่ร้านเงียบเหงา เคธี่ไม่ได้พยายามคิดค้นนวัตกรรมล้ำสมัยอะไรเลย แต่เธอเลือกมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้า คือ “พิซซ่าเตาถ่าน” แสนอร่อยที่เธอทำอยู่ทุกวัน เธอใช้เวลาเพียง 1 วันในการทำพิซซ่าแช่แข็งต้นแบบขึ้นมา ลองแพ็ก ลองแช่ แล้วลองเอามาอบกินเองจนมั่นใจว่ามันเวิร์ก จากนั้นเธอก็เปลี่ยนร้านอาหารให้กลายเป็นสายการผลิตขนาดย่อมทันที โดยเปลี่ยนพนักงานเสิร์ฟและบาร์เทนเดอร์มาสวมบทพนักงานขับรถส่งพิซซ่าแช่แข็งในรัศมี 80 กิโลเมตรแทน ความเร็วและความเรียบง่ายนี้เองที่ทำให้เธอขายพิซซ่าได้ถึง 5 หมื่นถาดในเวลาแค่ 6 สัปดาห์ แต่เมื่อธุรกิจเริ่มโตจนเข้าไปวางขายในซูเปอร์มาร์เก็ต เธอก็เจอกำแพงยักษ์เมื่อเจ้าหน้าที่รัฐสั่งระงับการขายทั้งหมดเพราะปัญห
ในยุคที่ค่าครองชีพสูงมนุษย์เงินเดือนหลายคนอาจไม่ได้กลัว “งานหนัก” เท่าไหร่ แต่กลับกังวลว่า “เงินจะหมดก่อนสิ้นเดือน” มากกว่า เพราะทันทีที่เงินเดือนเข้า ค่าใช้จ่ายต่างๆ ไม่ว่าจะค่ากิน ค่าเดินทาง หรือค่าผ่อน ก็เหมือนนัดกันไหลออกจากบัญชีแทบจะทันทีได้รับเงินเดือน สิ่งที่จะทำให้เป็น “ทางรอด” วันนี้ อาจไม่ใช่แค่การหาเงินให้มากขึ้นอย่างเดียว แต่คือการรู้จัก “ใช้เงินให้เป็น” เพื่อให้ใช้ชีวิตอยู่ได้ในโลกที่ทุกอย่างแพงขึ้นทุกวัน fintips by ttb #เรื่องเงินที่รู้จริงแบบเพื่อนที่รู้ใจ ชวนมนุษย์เงินเดือนลองปรับมุมมอง ด้วย 3 หลักคิดง่ายๆ ที่ช่วยให้การเงินดีขึ้นได้จริง และยังใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข “อยู่ให้เป็น”- จัดการเงินให้รอดก่อน แล้วค่อยใช้ หลายคนเผลอใช้เงินก่อน แล้วคิดว่า “เหลือเท่าไหร่ค่อยเก็บ” ซึ่งการคิดแบบนี้จะทำให้เราไม่มีเงินเก็บใช้ในยากที่จำเป็น ถ้าอยากเริ่มวางแผน ลองปรับวิธีคิดใหม่ เริ่มจากการแบ่งเงินง่าย ๆ ดังนี้ หัวใจหลักคือ “ต้องมีเงินเก็บก่อนใช้” และอีกตัวช่วยที่ทำให้เห็นภาพการเงินชัดขึ้น คือการจดรายรับ – รายจ่าย แค่รู้ว่าเงินเราออกไปกับอะไร ก็ช่วยคุมการใช้เงินได้มากขึ้น หากวาง
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เร่งปั้นไทยสู่ฮับมอเตอร์ไซค์ EV อาเซียน รับโอกาสตลาดโลกมูลค่า 126 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อยกระดับประเทศจาก “ฐานประกอบ” สู่ “ฐานพัฒนาเทคโนโลยีของตัวเอง” พร้อมโชว์เคสนวัตกรรมแบรนด์มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสัญชาติไทย “EM Motor” ที่โดดเด่นด้วยสมรรถนะวิ่งไกลสูงสุด 200 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ความคงทนของแบตเตอรี่ และมีสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศมากกว่าร้อยละ 55 พร้อมรองรับกลุ่มโลจิสติกส์และดีลิเวอรี นายธานัท ธรรมพรหมกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีเอ็ม มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า อีเอ็ม มอเตอร์ ก่อตั้งขึ้นในปี 2018 โดยเริ่มต้นจากการนำเข้าจักรยานไฟฟ้าขนาดเล็ก ก่อนต่อยอดสู่การพัฒนาและผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างจริงจัง เพื่อผลักดันแบรนด์ EV สัญชาติไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล และร่วมยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศด้วยเทคโนโลยีและองค์ความรู้ของคนไทย โดยในปี 2020 บริษัทได้ลงทุนสร้างโรงงานผลิตเพื่อเพิ่มศักยภาพในการควบคุมคุณภาพ การบริหารต้นทุน และการส่งมอบสินค้าได้อย
ใครจะเชื่อว่าจุดเริ่มต้นเล็กๆ จากแผงขายน้ำมะนาวของลูกสาว จะกลายเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ต่อเดือนกว่าครึ่งล้านบาท เรื่องราวของ Swetha (สเวทา) และ Venkat Raju (เวนกัต ราชู) คู่รักชาวอินเดียวัย 40 ปี ในบรูกลิน นิวยอร์ก คือบทพิสูจน์ของคำว่า “โอกาสมีอยู่ทุกที่” หากรู้จักสังเกตและลงมือทำ ย้อนกลับไปในปี 2021 Mahati (มาหตี) ลูกสาวตัวน้อยวัย 6 ขวบ เกิดไอเดียอยากหารายได้พิเศษด้วยการตั้งแผงขายน้ำมะนาวและโดซ่า เครปสไตล์อินเดียใต้รสชาติต้นตำรับ บริเวณตลาด Fort Greene Park Green Market คุณแม่ Swetha จึงลงมือปรุงโดซ่าสูตรพิเศษให้ลูกสาวไปขายเล่นๆ ใครจะรู้ว่ารสชาติอันเป็นเอกลักษณ์นั้น จะสร้างปรากฏการณ์ที่ทำให้ลูกค้าติดใจ จนต้องกลับมาซื้อซ้ำแล้วซ้ำเล่า จากแผงเล็กๆ ริมทาง สู่การตัดสินใจครั้งสำคัญ Swetha และ Venkat เล็งเห็นโอกาสทอง ที่ซ่อนอยู่ในรสชาติอาหารอินเดียใต้ที่มีความแตกต่างและเป็นเอกลักษณ์ พวกเขาเริ่มจริงจังกับการขายโดซ่าทุกวันเสาร์ พร้อมขนเตาแก๊สมาปรุงสดๆ ร้อนๆ สร้างความฮือฮาจนลูกค้าต่อแถวยาวเหยียด เพื่อลิ้มลองโดซ่าราคา 10 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 300 กว่าบาท ที่อร่อยจนหยุดไม่ได้ ความต้องการที่พุ่ง
ลูกค้ายังเต็มร้าน แต่สั่งของหวานน้อยลง โต๊ะยังแน่น แต่ใช้เวลานานขึ้นก่อนตัดสินใจ บางโต๊ะถามหาเซ็ตที่คุ้มกว่า บางโต๊ะเปิดมือถือเทียบราคา หรือเลือกใช้สิทธิประโยชน์จากบัตรเครดิตอย่างคุ้มค่า สิ่งที่เคยเป็น “การสั่งแบบไม่ต้องคิด” วันนี้กลายเป็น “การตัดสินใจที่ต้องคิดมากขึ้น” สำหรับคนทั่วไป เพราะคาดหวังว่าทุกบาทที่จ่าย ไม่ว่าจะผ่านเงินสดหรือบัตรเครดิค ต้อง “คุ้มจริง” นี่อาจเป็นเพียงพฤติกรรมเล็กๆ ระหว่างมื้ออาหาร แต่สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหาร นี่คือสัญญาณเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริงทุกวันหน้าร้าน เพราะร้านอาหารคือหนึ่งในธุรกิจแรกๆ ที่มองเห็นกำลังซื้อผ่านบิลอาหาร คือมุมมองของ “คุณจีรภัทร ศรีทองคำ” ผู้ก่อตั้ง “พาสต้า อาม่า” จากอดีตสายงาน HR สู่ธุรกิจร้านอาหารหลายแบรนด์ ทั้ง พาสต้า อาม่า, ปูนแดง แกงร้อน และ KARAMIZU ที่เติบโตจนมีมูลค่ารวมเกือบ 400 ล้านบาท ภายในเวลาเพียง 5–6 ปี เบื้องหลังความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดจากแค่เมนูฮิต แต่เกิดจากการอ่านลูกค้าให้ทัน บริหารต้นทุนอย่างแม่นยำ สร้างทีมให้แข็งแรง และวาง “ระบบหลังบ้าน” ให้พร้อมรองรับการเติบโต รวมถึงการเลือกพาร์ทเนอร์ด้านการชำระเงินอย่างเคทีซี ที่ช่วยใ
จาก “ล้มละลาย” วันนี้ คุณหมวย-ศรัณรัศศ์ ศักดาพิสิฐกุล อายุ 39 ปี และ คุณโจ้-วัชรพงษ์ กลางชนีย์ อายุ 42 ปี กลายเป็นเจ้าของแบรนด์กางเกงยีนส์ชื่อดัง “SARAN JEANS ” ที่ขายได้เดือนละ 1 แสนกว่าตัว สร้างรายได้ 280 ล้านในปี 68 พร้อมตั้งเป้ารายได้ 300 ล้านบาท ในปี 2569 โดยหวังทำกำไรมากขึ้นจากปีก่อน แม้ทั้งคู่จะไม่ได้เรียนจบด้านแฟชั่นโดยตรง ฝ่ายหนึ่งจบเภสัชศาสตร์ อีกฝ่ายจบฟู้ดไซน์ แต่ใช้ “ความเข้าใจลูกค้า” และการศึกษาข้อมูลอย่างจริงจัง ค่อยๆ พัฒนาแบรนด์จากการแก้ Pain Point ของผู้หญิงไทย จนทำให้ “ความสำเร็จ” ค่อยๆ เกิดขึ้น “มีวันนี้ได้เพราะลูกค้า” คือประโยคที่สะท้อนเส้นทางของ SARAN JEANS จากวันที่เคยล้ม จนกลายเป็นแบรนด์ยีนส์ที่หลายคนเลือกใส่ในวันนี้ เคยล้มละลาย กลับมาตั้งต้นใหม่ด้วย SARAN JEANS คุณโจ้กับคุณหมวยขายสินค้าออนไลน์มาตั้งแต่ยุคแรก โดยรับกางเกงยีนส์จากประตูน้ำมาขายตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว แต่ด้วยเป็นสินค้าสำเร็จรูป ทำให้มี Pain Point เรื่องรูปทรงที่ยังไม่ตอบโจทย์ผู้บริโภค จึงหันมาสร้างแบรนด์ของตัวเองในชื่อ “ป้ายหมวย (MUAYY)” ที่เน้น “คุณภาพ” ของเนื้อผ้าและรูปทรงเป็นหลัก ขายตัวละ 890 บาท ส
