How to
ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวที่ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจทุกระดับ โครงการ Banpu Champions for Change โดย บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) และ สถาบัน ChangeFusion แนะ 5 แนวทางช่วยกิจการเพื่อสังคม หรือ Social Enterprise (SE) ไทย ให้ “อยู่รอดและเติบโต” ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมและเศรษฐกิจไทยต่อไปได้ คุณสุนิตย์ เชรษฐา ผู้อำนวยการสถาบัน ChangeFusion เปิดเผยว่า SE กำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งต้นทุนที่สูงขึ้น กำลังซื้อที่หดตัว และความท้าทายในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยเฉพาะโมเดลธุรกิจที่พึ่งพารายได้จากการขายสินค้าและบริการเป็นหลัก BC4C จึงขอเสนอ 5 แนวทางเชิงกลยุทธ์ ที่จะช่วยให้ SE ไทย ปรับมุมมองธุรกิจ ให้ทันกับบริบทเศรษฐกิจปัจจุบัน มองเห็น “โอกาสใหม่” ซึ่งอาจกลายเป็นจุดตั้งต้นของการเติบโตครั้งใหม่ได้ หากรู้จักพลิกเกมให้เป็น หนึ่ง ใช้ “จุดแข็งของโมเดลธุรกิจที่ตอบโจทย์สังคมและสิ่งแวดล้อม” เพื่อพลิกวิกฤตเศรษฐกิจ SE หลายรายสามารถฝ่าวิกฤตได้ด้วยโมเดลรายได้และตัวชี้วัดทางสังคมที่ชัดเจน โดยมักจะดึงดูดการลงทุนและสร้างโอกาสในการขยายคว
ในช่วงนี้กระแสเมนูไวรัลอย่าง “เค้กไก่หย็อง” เรียกได้ว่ามาแรงมาก โดยมีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน เรียกว่า Xiao Bei Crispy Seaweed Floss Cake (เค้กสาหร่ายกรอบเสี่ยวเป้ย) กระทั่งมีนักรีวิว หรืออินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังหลายคนมารีวิว จนเกิดเป็นกระแสไวรัลขึ้น วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะมาแนะนำคลาสอบรมฟรีจาก VERASU TEST KITCHEN ที่จะมาสอนทำเมนู “เค้กหมูหย็อง (PORK FLOSS CAKE)” โดยโภชนากรมืออาชีพ “VERASU TEST KITCHEN” สอนทุกขั้นตอนแบบละเอียดยิบ ในวันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 13.00-14.30 น. ที่ วีรสุ สาขาถนนวิทยุ สาขาลาดพร้าว และสาขาแจ้งวัฒนะ สามารถลงทะเบียนได้ที่ : https://forms.gle/CUkHvkSbq59XCXF5A หมายเหตุ : รับจำนวนจำกัด เป็นการลงทะเบียนและทางวีรสุจะทำการสุ่มคัดเลือกผู้โชคดี ระยะเวลาลงทะเบียน : วันนี้ – 13 ส.ค. 68 ประกาศผลผู้ได้รับสิทธิ์เข้าเรียน : 14 ส.ค. 68 ที่ verasu.com วิธีการเดินทาง ช่องทางการติดต่อ Facebook : Verasu Store LINE : @verasu โทร. 02-838-8100 ที่มา : https://www.facebook.com/share/p/16zgZ8hEU5/
ในยุคที่ตลาดโลกเต็มไปด้วยการแข่งขันอันดุเดือด แบรนด์ไทยจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายจากกระแสเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้หลายธุรกิจมองหาช่องทางในการเติบโตใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการขยายตลาดไปต่างประเทศ หรือการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แบรนด์ตัวเอง แต่เราจะทำอย่างไรให้แบรนด์ของเราเป็นที่จดจำและเข้าถึงใจผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างยั่งยืน คำตอบอาจไม่ได้อยู่ในตำราธุรกิจแบบเดิมๆ แต่กำลังเกิดขึ้นจริงในสมรภูมิการตลาดกาแฟของจีน ที่ซึ่งแบรนด์อย่าง Luckin Coffee (瑞幸咖啡) สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตลาดแซงหน้าแบรนด์ระดับโลกอย่าง Starbucks ได้ในระยะเวลาอันสั้น ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องราวของ “กาแฟ” แต่คือบทเรียนสำคัญที่สะท้อนถึงการปรับตัวอย่างชาญฉลาด ความกล้าที่จะทดลองสิ่งใหม่ และการใช้กลยุทธ์ที่เข้าใจผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่แบรนด์ไทยสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกถึงเบื้องหลังความสำเร็จของ Luckin Coffee พร้อมทั้งถอดรหัสกลยุทธ์สำคัญที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้ธุรกิจไทยสามารถสร้าง “จุดเปลี่ยน” และเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ถอดรหัสยุทธศาสตร
จากกรณีที่ประเทศไทย สามารถปิดดีลเรื่องภาษีนำเข้า เมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลไทยสามารถเจรจาและบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับอัตราภาษีนำเข้าต่างตอบแทน (Reciprocal Tariffs) กับสหรัฐอเมริกาได้สำเร็จ โดยรัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศอัตราเรียกเก็บอัตราภาษีนำเข้าฯ จากสินค้าของไทย 19% โดยข้อตกลงดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 ส.ค. 2568 เป็นต้นไป ซึ่งอัตราที่ประกาศออกมาแม้จะต่ำกว่า 36% แต่ก็ยังคงมีหลายปัจจัยที่ทำให้ผู้ประกอบการยังคงกังวลในหลายๆ เรื่อง จากมุมมองของ รศ.ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์และธุรกิจ ได้ให้คำแนะนำแก่ผู้ผลิต ผู้ค้าปลีก และผู้ประกอบการ SMEs แนวทางการปรับตัวและสร้างโอกาสท่ามกลางความท้าทาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเผชิญกับกำแพงภาษี 19% รศ.ดร.สมภพ เน้นย้ำว่า “ความคล่องตัว” และ “ความทันสมัย” คือหัวใจสำคัญในการอยู่รอดและเติบโต ประเทศไทยมีจุดแข็งเรื่อง “อาหาร” (Food) ซึ่งเป็นรากฐานที่แข็งแกร่ง แต่การจะเพิ่มมูลค่าให
คุณธนดล พิทยานุวัฒน์ กรรมการบริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท ไอเดียแล็บ จำกัด (IdeasLabs) MarTech Solution สัญชาติไทย เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2025 ตลาด Influencer Marketing ในประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มแบรนด์ที่ใช้ Publisher Services ซึ่งเป็นโมเดลการตลาดผ่าน KOL ที่มีระบบวางกลยุทธ์อย่างเป็นระบบและสามารถวัดผลได้จริง ซึ่งโมเดล Publisher Services ในปีนี้ ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงใหม่ ชี้ให้เห็นว่าไม่ใช่เพียงการจ้าง KOL แล้วหวังผลอีกต่อไป แต่คือการวาง “โครงสร้างการตลาดแบบใหม่” ที่เชื่อมโยงข้อมูล กลยุทธ์ และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน ทั้งหมดนี้ สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของการตลาดไทย ที่กำลังเข้าสู่ยุคที่ KOL คือ Infrastructure ของการเติบโต ไม่ใช่แค่เครื่องมือชั่วคราวอีกต่อไป โดยหัวใจของความสำเร็จในการทำ Influencer Marketing ก็คือการเข้าถึง Data + Platform + Planning = แต้มต่อของแบรนด์ในยุค Digital Sales ท่ามกลางตลาดที่มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกว่า 91.2% ของประชากร และบัญชีโซเชียลมีเดียมากถึง 51 ล้านบัญชี ดังนั้น กลยุทธ์ Influencer Marketing ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและ
ในยุคที่โลกดิจิทัลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน แรงบันดาลใจเรื่องแฟชั่นไม่ได้มาจากแคตตาล็อกหรือหน้าร้านอีกต่อไป แต่ย้ายมาอยู่บนหน้าจอสมาร์ทโฟน โดยเฉพาะโซเชียลมีเดียที่กลายเป็นรันเวย์ให้ทุกคนได้โชว์สไตล์ นี่จึงเป็น “ช่วงเวลาทอง” ที่แบรนด์แฟชั่นไทยจะได้โชว์ตัวตนให้โลกเห็น พร้อมต่อยอดสู่รายได้จริง ผ่านการขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งในตอนนี้ Shopee คือแพลตฟอร์มหลักที่ผู้บริโภคมองหาเสื้อผ้าและสินค้าแฟชั่นด้วยจำนวนผู้ใช้งานมหาศาล และพฤติกรรมการค้นหาที่เน้นสินค้าแฟชั่นโดยเฉพาะ โดยผลสำรวจจาก KANTAR ยังเผยให้เห็นว่านักช้อปกลุ่ม Gen Z และกลุ่ม Older Shopper มีพฤติกรรมการช้อปปิ้งออนไลน์สูงลิ่วในหมวดหมู่แฟชั่น โดยมีราคาเฉลี่ยที่ 500–1,500 บาท และมักใช้แพลตฟอร์มนี้เป็นช่องทางหลักในการเลือกซื้อสินค้า Fashion Store จาก Pain Point สู่สินค้าที่ทำให้คนเข้าถึงง่าย เรื่องราวความสำเร็จของ Fashion Store แบรนด์ที่เริ่มต้นจากการหาช่องทางทำเงินด้วยตนเองมาตั้งแต่ตอนเรียนมหาวิทยาลัยปี 4 โดยตั้งชื่อแบรนด์ขึ้นมาเพื่อให้ครอบคลุม การขายสินค้าที่หลากหลาย ด้วยในตอนนั้นยังจับทางไม่ได้ว่า ต้องเน้นสินค้าใ
เมื่อการตลาดยุคนี้ไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลข แต่ต้อง “เข้าใจมนุษย์จริงๆ” Human Lab หน่วยงานใหม่จาก สปา-ฮาคูโฮโด จึงถูกตั้งขึ้นภายใต้แนวคิด Human-Centric Marketing มองผู้บริโภคแบบลึกและรอบด้าน ที่เชื่อว่าเบื้องหลังทุกพฤติกรรมมีหัวใจ มีเหตุผล และความกล้า ซ่อนอยู่ เปิดตัวพร้อมงานวิจัย “Daring Palette” ที่เผยอินไซต์ใหม่ของผู้บริโภคไทย “กล้า” มากขึ้น ชัดเจนขึ้น และไม่กลัวจะ ‘แตกต่าง’ เพื่อเป็นเเนวทางของนักการตลาดยุคใหม่ว่า “จะเข้าถึงใจคนให้ลึกและจริงได้อย่างไร?” จุดเด่นของ “Daring Palette” คือการใช้ภาพแทนพฤติกรรม กล้าท้ากรอบเดิมๆ พร้อมแบ่งออกเป็น 4 Gen ที่เปรียบได้กับเฉดสี Fluorescence (สีเรืองแสง) สื่อถึง “ความกล้า” และกระตุ้นความรู้สึกให้โดดเด่น แตกต่าง และกล้าการแสดงออก สรุปผลวิจัย Daring Palette ในกลุ่มผู้บริโภค 4 Gen ดังนี้ 1. Gen B (Baby Boomer) THE TIMELESS EXPERIMENTERS อายุ 60 ปีขึ้นไป | เริ่มแซ่บหลัง 60 ผู้สูงวัยยุคใหม่ที่ไม่จำกัดชีวิตตามตัวเลข กล้าลอง กล้าเปลี่ยน และมุ่งเติมเต็มความฝันที่เคยหล่นหายไป กระตือรือร้น รักการเรียนรู้ และมองโลกในแง่ดี ออกไปเที่ยวเเละเรียนรู้สิ่ง
วิกฤตสงครามการค้าที่ร้อนระอุ กำลังเขย่าโลกธุรกิจให้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป รศ.ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ได้ฉายภาพชัดในงาน พลิกวิกฤตสงครามการค้า สู่โอกาสใหม่ SMEs ไทย เติบโตยั่งยืน เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 ณ True Digital Park ว่า เศรษฐกิจและการค้าทั้งในและต่างประเทศนับจากนี้ จะแตกต่างอย่างสิ้นเชิง ชนิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ถึงเวลาที่ผู้ประกอบการ SMEs ไทย ต้องตั้งรับและปรับตัวครั้งใหญ่ รศ.ดร.สมภพ ชี้ชัดว่า ภายใต้นโยบายภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประเทศไทยอาจเผชิญกับอัตราภาษีเฉลี่ยสูงถึง 20% อาจจะบวกลบเล็กน้อย ซึ่งภาระนี้จะตกอยู่กับ ผู้ส่งออกไทย โดยตรง ไม่ใช่ผู้นำเข้าหรือผู้บริโภคอย่างอเมริกา เพราะตลาดผู้นำเข้ายักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐฯ มีสิทธิ์เลือก “ช้อปปิ้ง” สินค้าจากประเทศที่มีอัตราภาษีต่ำกว่าได้ง่ายๆ และนี่คือสมรภูมิที่ชาติอื่นๆ ที่มีภาษีใกล้เคียงกันจะต้องแข่งขันกันอย่างดุเดือดเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดเดียวกัน ดังนั้น สำหรับ SMEs ไทย ที่มี Profit Margin (อัตรากำไร) ไม่ถึง 25% จะต้องเผชิญกับความยากลำบาก นี่คือตัวเลขที่ผู้ประกอบการต้องนำกล
ในยุคที่ลูกค้าใหม่หายากและต้นทุนการทำตลาดพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การรักษาฐานลูกค้าเดิมได้กลายเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยสร้างรายได้อย่างยั่งยืน LINE ในฐานะแพลตฟอร์มเพื่อการใช้ชีวิตดิจิทัลที่อยู่เคียงข้างคนไทย เดินหน้าพัฒนาโซลูชันภายใต้ LINE for Business เครื่องมือด้านการตลาดแบบครบวงจร เพิ่มโอกาสในการขยายธุรกิจให้ผู้ประกอบการทุกขนาดอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมถอดบทเรียนแนะทางรอดธุรกิจร้านอาหารยุคใหม่จากเวที Thailand Restaurant Conference 2025 ชูกลยุทธ์ทำ CRM สร้างสายสัมพันธ์ เพิ่มกำไร ลดต้นทุน และเติบโตเป็นแบรนด์อันดับ 1 ในใจลูกค้า ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่า ในปี 2568 ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มจะมีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 646,000 ล้านบาท โดยเติบโตขึ้น 2.8% จากปีที่ผ่านมา แม้ตัวเลขดังกล่าวจะเป็นสัญญาณบวกที่สะท้อนถึงโอกาสที่น่าจับตา แต่ขณะเดียวกันจำนวนผู้เล่นหน้าใหม่และการแข่งขันก็ยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้น คุณสกุลรัตน์ ตันยงศิริ ผู้อำนวยการธุรกิจ LINE Official Account เผยว่า “กลยุทธ์การทำ CRM หรือการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว ถือเป็นหนึ่งในหัวใจของการทำธุรกิจในยุคปัจจุบัน
ในยุคที่โซเชียลมีเดียขับเคลื่อนพฤติกรรมผู้บริโภค สินค้าบางอย่างที่เคยถูกมองข้ามอาจกลายเป็น “ดาวเด่น” ที่สร้างยอดขายถล่มทลายได้อย่างไม่น่าเชื่อ เช่นเดียวกับปรากฏการณ์ของ “คิวพี มายองเนส” ในประเทศไทย ที่กลายเป็น “ม้านอกสายตา” แต่กลับสามารถกวาดเงินจากกระเป๋านักท่องเที่ยวชาวจีนไปได้อย่างงดงาม คนไทยคุ้นเคยกับแบรนด์ คิวพี (QP) ในฐานะผู้ผลิตเครื่องปรุงรสคุณภาพดี ไม่ว่าจะเป็นน้ำส้มสายชู หรือมายองเนสรสชาติต้นตำรับที่อยู่คู่ครัวไทยมายาวนาน แต่ความจริงแล้ว คิวพีก็มีวางจำหน่ายในประเทศจีนอยู่แล้วในบางรสชาติ ทำให้คนจีนคุ้นเคยกับแบรนด์นี้มาบ้าง ไม่ได้เป็นแบรนด์ใหม่ที่ไม่เคยรู้จักเลย ทว่า สิ่งที่จุดประกายความนิยมอย่างก้าวกระโดดคือ “การเปิดรับรสชาติใหม่ๆ” โดยเฉพาะกลุ่มคนจีนสมัยใหม่ที่เปิดใจรับวัฒนธรรมการบริโภคใหม่ๆ มากขึ้น มายองเนสอาจยังไม่ใช่เครื่องปรุงหลักที่แพร่หลายในจีนนัก จนกระทั่งการมาเยือนประเทศไทย ได้พลิกโฉมความเข้าใจนี้ไปอย่างสิ้นเชิง จุดประกายจากรสชาติที่ไม่เหมือนใคร เมื่อนักท่องเที่ยวจีนได้ลองลิ้มรสมายองเนสของคิวพีในประเทศไทย พวกเขาได้พบก
